← กลับไปยังบทความทั้งหมด

กลองเบส เครื่องดนตรีประเภทเครื่องกระทบเสียงต่ำ

สรุปใจความสำคัญ

  • กลองเบสเป็นเครื่องกระทบที่ให้เสียงต่ำ โดยมีทั้งแบบระบุระดับเสียงและไม่ระบุระดับเสียง
  • แบ่งเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่ กลองเบสวงออร์เคสตรา, กลองกระเดื่อง (Kick Drum), และกลองเบสแบบระบุระดับเสียงในวงโยธวาทิต
  • มีต้นกำเนิดมาจากกลอง Davul ของตุรกี ซึ่งเดิมใช้ในกองทัพออตโตมันเพื่อรักษาจังหวะการเดินทัพ
  • ในดนตรีร็อก กลองเบสทำหน้าที่สร้างจังหวะพื้นฐานร่วมกับกลองสแนร์ในรูปแบบ Backbeat

กลองเบส (Bass Drum) เป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องกระทบ (Percussion) ขนาดใหญ่ที่ให้เสียงในระดับต่ำ โดยอาจเป็นเสียงที่มีระดับเสียงแน่นอน (Definite pitch) หรือไม่แน่นอน (Indefinite pitch) ก็ได้ ลักษณะทั่วไปของกลองเบสจะเป็นทรงกระบอก โดยมีเส้นผ่านศูนย์กลางของตัวถังกลองกว้างกว่าความลึก และมีหน้ากลองที่ถูกตีทั้งสองด้าน หน้ากลองอาจทำจากหนังวัว (Calfskin) หรือพลาสติกสังเคราะห์ โดยมีระบบปรับความตึงของหน้ากลองผ่านหมุดปรับหรือสายรัด

ขนาดของกลองเบสมีความหลากหลาย ซึ่งขนาดไม่ได้เป็นตัวกำหนดความดังของเสียงเสมอไป แต่จะมีผลต่อระดับเสียง (Pitch) และโทนเสียง รวมถึงความสะดวกในการเคลื่อนย้ายและความสวยงามในการจัดวาง

กลองเบสขนาดใหญ่ในชุดเครื่องดนตรี
ตัวอย่างของกลองเบสที่ใช้ในวงดนตรี

ประเภทของกลองเบส

กลองเบสสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักตามลักษณะการใช้งานและบริบททางดนตรี ดังนี้:

  • กลองเบสสำหรับวงออร์เคสตรา (Orchestral or Concert Bass Drum): เป็นกลองเบสขนาดใหญ่ที่สุดในวงออร์เคสตรา (ในภาษาอิตาลีเรียกว่า gran cassa หรือ gran tamburo) ใช้สำหรับสร้างเสียงทุ้มลึกและทรงพลังในบทเพลงคลาสสิก
  • กลองกระเดื่อง (Kick Drum): เป็นกลองเบสขนาดเล็กกว่าที่รวมอยู่ในชุดกลอง (Drum kit) วิธีการเล่นคือใช้เท้าเหยียบแป้นเหยียบ (Pedal) เพื่อส่งแรงไปยังหัวตี (Beater) ให้กระทบหน้ากลอง
  • กลองเบสแบบระบุระดับเสียง (Pitched Bass Drum): มักใช้ในวงโยธวาทิต (Marching Band) หรือดรัมคอร์ (Drum Corps) โดยจะมีการปรับจูนเสียงให้ตรงกับตัวโน้ตที่กำหนด และมักจะเล่นเป็นชุดตั้งแต่ 3 ถึง 6 ใบ เพื่อสร้างแนวทำนองเสียงต่ำ

บทบาทในทางดนตรี

ในดนตรีหลายประเภท กลองเบสทำหน้าที่หลักในการรักษาจังหวะ (Timekeeping) และกำหนดความเร็วของเพลง (Tempo)

  • เพลงมาร์ช (Marches): ใช้ในการส่งสัญญาณจังหวะการเดินเพื่อให้กองทหารหรือขบวนพาเหรดก้าวเท้าได้อย่างพร้อมเพรียงกัน
  • ดนตรีร็อกแอนด์โรล (Rock and Roll): โดยทั่วไปจะตีกลองเบสในจังหวะที่ 1 และ 3 ของห้องเพลง (ในอัตราจังหวะ 4/4) ในขณะที่กลองสแนร์ (Snare drum) จะตีในจังหวะที่ 2 และ 4 ซึ่งเรียกว่า "Backbeats"
  • ดนตรีแจ๊ส (Jazz): บทบาทของกลองเบสมีความยืดหยุ่นสูง ตั้งแต่การรักษาจังหวะพื้นฐานไปจนถึงการใช้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างแนวทำนองร่วมกับเครื่องดนตรีชิ้นอื่นในชุดกลอง

ประวัติความเป็นมา

ต้นกำเนิดจาก Davul

บรรพบุรุษที่เก่าแก่ที่สุดของกลองเบสคือ Davul ซึ่งเป็นกลองทรงกระบอกสองหน้าจากตุรกี มีลักษณะเด่นคือหน้ากลองบางและขึงตึงบนขอบไม้ ตัวถังกลองมีขนาดแคบ วิธีการเล่นคือใช้ไม้ตีขนาดใหญ่ตีด้านหนึ่ง และใช้ไม้ตีขนาดเล็กกว่าตีอีกด้านหนึ่ง

เนื่องจาก Davul ให้เสียงที่ทุ้มลึกกว่ากลองชนิดอื่นในยุคนั้น จึงถูกนำมาใช้ในกองทัพอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในกองทหาร Janissaries ของจักรวรรดิออตโตมันในช่วงศตวรรษที่ 18 เพื่อให้สัญญาณในการเคลื่อนทัพและรักษาจังหวะการเดินทัพ

การพัฒนาสู่ Long Drum และ Gong Drum

เมื่อวัฒนธรรมของจักรวรรดิออตโตมันแผ่ขยายไปยังแอฟริกา แนวคิดของกลองสองหน้าทรงกระบอกถูกนำไปพัฒนาต่อจนกลายเป็น Long Drum ซึ่งมีความแตกต่างจาก Davul ตรงที่ตัวถังกลองมักทำจากท่อนไม้ขุดกลวง และมีขนาดใหญ่กว่ามาก (ความยาวประมาณ 2 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 50 เซนติเมตร) โดยมักใช้ในพิธีกรรมทางศาสนา

ต่อมาในศตวรรษที่ 19 ที่ประเทศอังกฤษ ได้มีการนำเสนอกลองที่เรียกว่า Gong Drum ซึ่งเป็นกลองหน้าเดียวที่มีตัวถังแคบ เพื่อตอบสนองความต้องการเสียงที่ทุ้มลึกยิ่งขึ้นสำหรับการประพันธ์เพลงในยุคดังกล่าว

คำถามที่พบบ่อย

กลองเบสกับกลองกระเดื่องแตกต่างกันอย่างไร?

กลองเบสเป็นคำเรียกกว้างๆ ของกลองเสียงต่ำทุกชนิด ส่วนกลองกระเดื่อง (Kick Drum) คือกลองเบสประเภทหนึ่งที่อยู่ในชุดกลองและใช้เท้าเหยียบแป้นเพื่อตี

ขนาดของกลองเบสมีผลต่อความดังของเสียงหรือไม่?

ขนาดของกลองเบสมีผลต่อระดับเสียง (Pitch) และโทนเสียง แต่ไม่ได้เป็นตัวกำหนดความดังของเสียงเสมอไป

กลองเบสในวงโยธวาทิตแตกต่างจากวงออร์เคสตราอย่างไร?

กลองเบสในวงโยธวาทิต (Pitched Bass Drum) มักจะถูกจูนเสียงให้ตรงกับโน้ตดนตรีและเล่นเป็นชุดหลายใบเพื่อให้เกิดแนวทำนอง ในขณะที่กลองเบสวงออร์เคสตราเน้นเสียงทุ้มลึกทรงพลังใบเดียว

กลองเบสมีบทบาทอย่างไรในดนตรีร็อก?

ในดนตรีร็อก กลองเบสจะตีในจังหวะที่ 1 และ 3 ของห้องเพลง เพื่อสร้างฐานจังหวะที่มั่นคงร่วมกับกลองสแนร์ที่ตีในจังหวะที่ 2 และ 4