เบน ดับเบิลยู ฮูเปอร์ อดีตผู้ว่าการรัฐเทนเนสซีและนักการเมืองผู้ทรงอิทธิพล
สรุปใจความสำคัญ
- ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการรัฐเทนเนสซีคนที่ 31 ระหว่างปี ค.ศ. 1911-1915
- เป็นหนึ่งในผู้ว่าการรัฐจากพรรครีพับลิกันเพียงไม่กี่คนที่ชนะการเลือกตั้งในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ในรัฐเทนเนสซี
- ผลักดันกฎหมายบังคับการศึกษาภาคบังคับสำหรับเด็ก และกฎหมายการจ่ายค่าจ้างโดยตรงแก่แรงงานสตรี
- มีบทบาทสำคัญในการจัดซื้อที่ดินเพื่อก่อตั้งอุทยานแห่งชาติเกรตสโมกี้เมาเทนส์
เบน วอลเตอร์ ฮูเปอร์ (Ben Walter Hooper; 13 ตุลาคม ค.ศ. 1870 – 18 เมษายน ค.ศ. 1957) เป็นนักการเมืองชาวอเมริกัน ผู้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการรัฐเทนเนสซีคนที่ 31 ระหว่างปี ค.ศ. 1911 ถึง 1915 เขาได้รับเลือกตั้งในฐานะผู้สมัครกลุ่มฟิวชันนิสต์ (Fusionist) และเป็นหนึ่งในชาวรีพับลิกันเพียงสามคนที่สามารถครองตำแหน่งผู้ว่าการรัฐได้ในช่วงตั้งแต่สิ้นสุดยุคการฟื้นฟู (Reconstruction) จนถึงช่วงไตรมาสสุดท้ายของศตวรรษที่ 20
ความสำเร็จของฮูเปอร์ในการก้าวขึ้นสู่อำนาจเกิดจากความแตกแยกภายในพรรคเดโมแครตของรัฐเทนเนสซีในประเด็นเรื่องการห้ามจำหน่ายสุรา (Prohibition) ซึ่งทำให้เขาได้รับแรงสนับสนุนจากสมาชิกบางส่วนของพรรคเดโมแครต ในช่วงการดำรงตำแหน่งสองสมัย ฮูเปอร์ได้ลงนามในกฎหมายห้ามจำหน่ายสุราหลายฉบับ ตรากฎหมายบังคับให้เด็กต้องเข้าเรียนหนังสือ และลงนามในกฎหมายที่กำหนดให้มีการจ่ายค่าจ้างให้แก่แรงงานสตรีโดยตรง

ชีวิตช่วงต้นและการศึกษา
ฮูเปอร์เกิดที่เมืองนิวพอร์ต รัฐเทนเนสซี โดยเป็นบุตรนอกสมรสของซาร่า เวด และเลมูเอล วอชิงตัน ฮูเปอร์ ซึ่งเป็นแพทย์ ในช่วงแรกของชีวิตเขาและมารดาได้ย้ายไปอยู่ที่มอสซีครีก (ปัจจุบันคือเมืองเจฟเฟอร์สันซิตี) และต่อมาได้ย้ายไปที่น็อกซ์วิลล์ ซึ่งเขาได้เข้าอยู่ในสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าเซนต์จอห์น ก่อนที่จะได้รับการรับรองเป็นบุตรบุญธรรมตามกฎหมายโดยบิดาและย้ายกลับมาอยู่ที่นิวพอร์ต
เนื่องจากตราบาปทางสังคมเกี่ยวกับการเกิดของเขา ฮูเปอร์ต้องเผชิญกับความยากลำบากในวัยเด็ก ซึ่งเขาระบุในภายหลังว่าสิ่งนี้เป็นแรงผลักดันให้เขามีความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต เขาสำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยคาร์สัน-นิวแมน (Carson-Newman College) ในเมืองเจฟเฟอร์สันซิตี เมื่อปี ค.ศ. 1890 จากนั้นได้ศึกษากฎหมายและได้รับใบอนุญาตว่าความในปี ค.ศ. 1894
ในด้านการเมือง ฮูเปอร์เริ่มจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรัฐเทนเนสซีสองสมัย ระหว่างปี ค.ศ. 1893 ถึง 1897 และในช่วงสงครามสเปน-อเมริกา เขาได้ดำรงตำแหน่งร้อยเอกประจำกองร้อย C ในกองทหารอาสาสมัครสหรัฐฯ กองพลที่ 6 โดยประจำการอยู่ในพื้นที่อาเรซีโบ ทางตอนเหนือของเปอร์โตริโก
เส้นทางการก้าวสู่ตำแหน่งผู้ว่าการรัฐ
ในปี ค.ศ. 1910 พรรคเดโมแครตในเทนเนสซีเกิดความแตกแยกอย่างรุนแรงในประเด็นการห้ามจำหน่ายสุรา โดยฝ่ายหนึ่งนำโดยเอ็ดเวิร์ด ดับเบิลยู คาร์แม็ค ต้องการขยายกฎหมาย "Four Mile Law" (ห้ามขายสุราภายในระยะ 4 ไมล์จากโรงเรียน) ให้ครอบคลุมทั้งรัฐ ในขณะที่อีกฝ่ายนำโดยผู้ว่าการรัฐมัลคอล์ม อาร์. แพตเตอร์สัน ต้องการให้เมืองใหญ่ยังคงได้รับยกเว้น
ความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อผู้ใกล้ชิดของแพตเตอร์สันสังหารคาร์แม็คในปี ค.ศ. 1908 และแพตเตอร์สันได้อภัยโทษให้แก่ฆาตกรในปี ค.ศ. 1910 ส่งผลให้สมาชิกพรรคเดโมแครตจำนวนมากแยกตัวออกมาเป็น "เดโมแครตอิสระ" (Independent Democrats)

ในขณะเดียวกัน พรรครีพับลิกันก็มีความขัดแย้งภายในระหว่างกลุ่มของวอลเตอร์ พี. บราวน์โลว์ และนิวเวล แซนเดอร์ส โดยกลุ่มของแซนเดอร์สได้สนับสนุนฮูเปอร์ และได้สร้างพันธมิตรกับกลุ่มเดโมแครตอิสระ ซึ่งเรียกกลุ่มพันธมิตรนี้ว่า "ฟิวชันนิสต์" (Fusionists) ด้วยแรงสนับสนุนนี้ ฮูเปอร์จึงสามารถชนะการเสนอชื่อเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกัน และเอาชนะโรเบิร์ต เลิฟ เทย์เลอร์ จากพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งทั่วไปปี ค.ศ. 1910
ผลงานและการบริหารงาน
ในช่วงการดำรงตำแหน่งสองสมัย (ค.ศ. 1911–1915) ฮูเปอร์ได้ผลักดันกฎหมายสำคัญหลายฉบับ แม้จะเผชิญกับความขัดแย้งในสภานิติบัญญัติ โดยมีผลงานที่โดดเด่นดังนี้:
- สิทธิแรงงานและสตรี: ตรากฎหมายจำกัดการใช้แรงงานเด็ก และกฎหมายที่กำหนดให้จ่ายค่าจ้างแก่แรงงานสตรีโดยตรง แทนการจ่ายผ่านสามี
- การศึกษา: บังคับให้เด็กอายุระหว่าง 8 ถึง 14 ปีต้องเข้าเรียนหนังสือ และกำหนดให้คณะกรรมการโรงเรียนในแต่ละเคาน์ตีจัดหารถรับส่งนักเรียน
- สาธารณสุขและสังคม: ตรากฎหมายอาหารและยาบริสุทธิ์ของรัฐ และอนุญาตให้เคาน์ตีออกพันธบัตรเพื่อสร้างโรงพยาบาลและซื้อที่ดินสำหรับโรงเรียน
- กระบวนการยุติธรรม: เปลี่ยนวิธีการประหารชีวิตจาก การแขวนคอ เป็น การใช้เก้าอี้ไฟฟ้า และเริ่มใช้ระบบทัณฑ์บนสำหรับนักโทษของรัฐ
- การควบคุมสุรา: ลงนามใน "Jug Bill" เพื่อห้ามการขนส่งสุราภายในรัฐ และ "Nuisance Bill" ที่อนุญาตให้พลเมืองเพียง 10 คนสามารถยื่นคำร้องขอให้สั่งปิดร้านเหล้าและบ่อนการพนันในท้องถิ่นได้
บทบาทหลังพ้นตำแหน่งผู้ว่าการรัฐ
ในช่วงต้นทศวรรษ 1920 ฮูเปอร์ได้รับแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกและประธานคณะกรรมการแรงงานรถไฟของสหรัฐฯ (U.S. Railroad Labor Board - RLB) ในสมัยประธานาธิบดีวอร์เรน จี. ฮาร์ดิง โดยเขามีบทบาทสำคัญในการจัดการเหตุการณ์การประท้วงหยุดงานของช่างซ่อมรถไฟในปี ค.ศ. 1922
นอกจากนี้ เขายังเคยทำงานในตำแหน่งเจ้าหน้าที่จัดซื้อที่ดินหลักสำหรับอุทยานแห่งชาติเกรตสโมกี้เมาเทนส์ (Great Smoky Mountains National Park) ซึ่งเป็นบทบาทสำคัญในการรวบรวมพื้นที่เพื่อจัดตั้งอุทยานแห่งชาติที่มีชื่อเสียงของสหรัฐอเมริกา
คำถามที่พบบ่อย
เบน ดับเบิลยู ฮูเปอร์ ชนะการเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐได้อย่างไร?
เขาชนะได้เนื่องจากความแตกแยกภายในพรรคเดโมแครตในประเด็นเรื่องการห้ามจำหน่ายสุรา ทำให้เขาสามารถสร้างพันธมิตรกับกลุ่มเดโมแครตอิสระ (Independent Democrats) ภายใต้ชื่อกลุ่ม 'ฟิวชันนิสต์' (Fusionists) และได้รับคะแนนเสียงจากทั้งสองฝ่าย
ผลงานที่โดดเด่นที่สุดของเบน ฮูเปอร์ ในด้านสังคมคืออะไร?
ผลงานที่โดดเด่นคือการตรากฎหมายบังคับให้เด็กอายุ 8-14 ปีต้องเข้าเรียนโรงเรียน และการออกกฎหมายให้จ่ายค่าจ้างแก่แรงงานสตรีโดยตรง ซึ่งเป็นการส่งเสริมสิทธิสตรีในยุคต้นศตวรรษที่ 20
หลังจากพ้นตำแหน่งผู้ว่าการรัฐ ฮูเปอร์ทำหน้าที่อะไรบ้าง?
เขาเคยเป็นประธานคณะกรรมการแรงงานรถไฟของสหรัฐฯ ในสมัยประธานาธิบดีวอร์เรน จี. ฮาร์ดิง และเป็นเจ้าหน้าที่จัดซื้อที่ดินหลักให้กับอุทยานแห่งชาติเกรตสโมกี้เมาเทนส์
เบน ฮูเปอร์ เปลี่ยนแปลงวิธีการประหารชีวิตในเทนเนสซีอย่างไร?
เขาได้เปลี่ยนวิธีการประหารชีวิตของรัฐเทนเนสซีจากการแขวนคอเป็นการใช้ไฟฟ้าช็อต (electrocution)