← กลับไปยังบทความทั้งหมด

เบงต์-โอเก ลุนด์วัลล์ บิดาแห่งแนวคิดระบบนวัตกรรมแห่งชาติ

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นผู้ริเริ่มแนวคิด 'ระบบนวัตกรรมแห่งชาติ' (National System of Innovation) ในปี 1985
  • เป็นผู้ร่วมพัฒนาแนวคิด 'เศรษฐกิจแห่งการเรียนรู้' (The Learning Economy)
  • เคยดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการที่ OECD ฝ่ายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม
  • ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในนักวิชาการที่มีอิทธิพลสูงสุด 4 อันดับแรกในด้านการศึกษานวัตกรรม

เบงต์-โอเก ลุนด์วัลล์ (Bengt-Åke Lundvall) เกิดในปี ค.ศ. 1941 ที่ประเทศสวีเดน เป็นศาสตราจารย์กิตติคุณด้านเศรษฐศาสตร์ ประจำภาควิชาธุรกิจและการจัดการ มหาวิทยาลัยออลบอร์ก (Aalborg University) ประเทศเดนมาร์ก ลุนด์วัลล์ได้รับการยอมรับในระดับสากลในฐานะนักเศรษฐศาสตร์ผู้มีอิทธิพลอย่างสูงต่อการศึกษาด้านนวัตกรรม โดยเป็นผู้ริเริ่มแนวคิดสำคัญที่เปลี่ยนมุมมองการพัฒนาเศรษฐกิจผ่านนวัตกรรมในระดับมหภาค

ประวัติและการทำงาน

ลุนด์วัลล์สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้านเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโกเธนเบิร์ก (University of Gothenburg) ในปี ค.ศ. 1967 และเริ่มต้นอาชีพทางวิชาการในตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยแห่งเดียวกันในปี ค.ศ. 1969 ต่อมาในปี ค.ศ. 1973 เขาได้ย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ที่มหาวิทยาลัยออลบอร์กในตำแหน่งรองศาสตราจารย์

ในช่วงปี ค.ศ. 1992 ถึง 1995 ลุนด์วัลล์ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการฝ่ายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (DSTI) ขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญที่เขาได้นำทฤษฎีทางวิชาการไปประยุกต์ใช้ในระดับนโยบายระหว่างประเทศ และกลับมาดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยออลบอร์กในปี ค.ศ. 1995 โดยเขาได้ก่อตั้งกลุ่มวิจัยนวัตกรรม ความรู้ และพลวัตทางเศรษฐกิจ (Innovation, Knowledge and Economic Dynamics Research Group หรือ IKE) ขึ้นในปี ค.ศ. 1977

นอกจากนี้ เขายังได้รับเชิญให้เป็นศาสตราจารย์พิเศษที่มหาวิทยาลัยชิงหัว (Tsinghua University) ในกรุงปักกิ่ง ระหว่างปี ค.ศ. 2004–2006 และเป็นศาสตราจารย์เยี่ยมเยือนที่ Sciences Po ในกรุงปารีส ระหว่างปี ค.ศ. 2007–2010

ผลงานทางวิชาการและแนวคิดหลัก

งานวิจัยของลุนด์วัลล์มุ่งเน้นไปที่ประเด็นด้านระบบนวัตกรรมและเศรษฐกิจแห่งการเรียนรู้ โดยมีผลงานที่โดดเด่นดังนี้:

  • ระบบนวัตกรรมแห่งชาติ (National System of Innovation - NIS): ลุนด์วัลล์เป็นผู้สร้างแนวคิดนี้ขึ้นในปี ค.ศ. 1985 โดยเสนอว่านวัตกรรมไม่ได้เกิดขึ้นจากปัจจัยเดี่ยว แต่เป็นผลลัพธ์จากปฏิสัมพันธ์ระหว่างสถาบันต่างๆ ในสังคม เช่น รัฐบาล มหาวิทยาลัย และภาคธุรกิจ
  • เศรษฐกิจแห่งการเรียนรู้ (The Learning Economy): ในช่วงต้นทศวรรษ 1990 เขาได้พัฒนาร่วมกับ บยอร์น จอห์นสัน (Björn Johnson) เพื่ออธิบายถึงความสำคัญของการเรียนรู้และการสร้างความรู้ในฐานะปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ
  • นวัตกรรมในฐานะกระบวนการเชิงปฏิสัมพันธ์: ลุนด์วัลล์ทำงานร่วมกับ คริสโตเฟอร์ ฟรีแมน (Christopher Freeman) เพื่อพัฒนาแนวคิดที่ว่านวัตกรรมคือกระบวนการที่มีการโต้ตอบกันระหว่างผู้ผลิตและผู้ใช้

จากการศึกษาของ Fagerberg และ Verspagen ในปี ค.ศ. 2007 พบว่าลุนด์วัลล์เป็นหนึ่งในแหล่งแรงบันดาลใจทางวิชาการที่สำคัญที่สุดเป็นอันดับ 4 ในสาขาการศึกษานวัตกรรม โดยเป็นรองเพียง โจเซฟ ชุมเพเทอร์ (Schumpeter), นีลสัน (Nelson) และฟรีแมน (Freeman) เท่านั้น

ผลงานตีพิมพ์ที่สำคัญ

หนังสือ

  • The Learning Economy and the Economics of Hope (2016)
  • Innovation Growth and Social Cohesion (2002)
  • The Globalizing Learning Economy (2001) - บรรณาธิการร่วมกับ Daniele Archibugi
  • National systems of innovation: Toward a theory of innovation and interactive learning (1992) - บรรณาธิการ
  • Product innovation and user-producer interaction (1985)

บทความวิจัย

  • "National innovation systems—analytical concept and development tool" ในวารสาร Industry and Innovation (2007)
  • "National systems of production, innovation and competence building" ในวารสาร Research Policy (2002)

คำถามที่พบบ่อย

เบงต์-โอเก ลุนด์วัลล์ คือใคร?

เขาเป็นศาสตราจารย์กิตติคุณด้านเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยออลบอร์ก ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกด้านนวัตกรรมและเป็นผู้สร้างแนวคิดระบบนวัตกรรมแห่งชาติ

แนวคิด 'ระบบนวัตกรรมแห่งชาติ' ของลุนด์วัลล์คืออะไร?

คือแนวคิดที่มองว่านวัตกรรมเกิดจากปฏิสัมพันธ์ระหว่างองค์กรต่างๆ เช่น ภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคเอกชน ภายในประเทศหนึ่งๆ ซึ่งส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

ลุนด์วัลล์มีบทบาทอย่างไรในองค์กรระหว่างประเทศ?

เขาเคยดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการที่ OECD (DSTI) ระหว่างปี 1992-1995 และมีส่วนร่วมในการเตรียมการและติดตามผลของยุทธศาสตร์ลิสบอน (Lisbon Strategy) ตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา