เบนจามิน เอ็น. คาร์โดโซ ผู้พิพากษาผู้ทรงอิทธิพลแห่งศาลสูงสุดสหรัฐฯ
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นผู้พิพากษาศาลสูงสุดสหรัฐอเมริกาที่ได้รับการแต่งตั้งโดยประธานาธิบดีเฮอร์เบิร์ต ฮูเวอร์
- มีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานกฎหมายจารีตประเพณี (Common Law) ของสหรัฐฯ ในศตวรรษที่ 20
- เป็นผู้เขียนคำพิพากษาในคดี Palsgraf v. Long Island Railroad Co. ซึ่งเป็นคดีสำคัญด้านกฎหมายละเมิด
เบนจามิน เนธาน คาร์โดโซ (Benjamin Nathan Cardozo: 24 พฤษภาคม 1870 – 9 กรกฎาคม 1938) เป็นนักกฎหมายและผู้พิพากษาชาวอเมริกันผู้มีชื่อเสียง ซึ่งมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาและวางรากฐานกฎหมายจารีตประเพณี (Common Law) ของสหรัฐอเมริกาในศตวรรษที่ 20 เขาเป็นที่จดจำไม่เพียงแต่ในด้านความเชี่ยวชาญทางกฎหมาย แต่ยังรวมถึงปรัชญาการตัดสินคดีและสไตล์การเขียนคำพิพากษาที่สละสลวยและชัดเจน

ชีวิตช่วงต้นและครอบครัว
คาร์โดโซเกิดที่นครนิวยอร์ก เป็นบุตรของอัลเบิร์ต เจคอบ คาร์โดโซ และรีเบคก้า วอชิงตัน ครอบครัวของเขามีเชื้อสายยิวเซฟาร์ดิม (Sephardic Jews) จากโปรตุเกส ซึ่งอพยพมาจากลอนดอน ประเทศอังกฤษ ก่อนการปฏิวัติอเมริกา บรรพบุรุษของเขาเป็นกลุ่ม "New Christians" หรือผู้ที่ต้องเปลี่ยนศาสนาเป็นคริสต์ในช่วงการไต่สวนศรัทธา (Inquisition) ในคาบสมุทรไอบีเรีย ก่อนจะกลับมานับถือศาสนายิวอีกครั้งในเนเธอร์แลนด์
ชีวิตในวัยเด็กของคาร์โดโซมีความท้าทาย เนื่องจากมารดาเสียชีวิตตั้งแต่เขายังเล็ก เขาและแฝดหญิงชื่อเอมิลีจึงได้รับการดูแลโดยพี่สาวชื่อเนลล์ ซึ่งมีอายุห่างกันถึง 11 ปี คาร์โดโซมีความผูกพันและกตัญญูต่อพี่สาวของเขาอย่างมากตลอดชีวิต
การศึกษา
คาร์โดโซเข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย (Columbia University) ตั้งแต่อายุ 15 ปี โดยได้รับปริญญาตรีในปี 1889 และปริญญาโทในปี 1890 จากนั้นเขาเข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนกฎหมายโคลัมเบีย (Columbia Law School) ด้วยความมุ่งมั่นที่จะสร้างอาชีพเพื่อเลี้ยงดูครอบครัวและกอบกู้ชื่อเสียงของตระกูลที่เคยด่างพร้อยจากกรณีอื้อฉาวเรื่องการทุจริตในตำแหน่งผู้พิพากษาของบิดา
เส้นทางอาชีพทางกฎหมาย
การปฏิบัติงานในฐานะทนายความ
หลังจากสอบผ่านเนติบัณฑิตในปี 1891 คาร์โดโซเริ่มทำงานเป็นทนายความด้านคดีอุทธรณ์ในนครนิวยอร์ก โดยร่วมงานกับบริษัท Simpson, Warren and Cardozo จนถึงปลายปี 1913
ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์นิวยอร์ก
ในปี 1914 คาร์โดโซได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์แห่งรัฐนิวยอร์ก (New York Court of Appeals) ซึ่งกล่าวกันว่าเขาเป็นชาวยิวคนแรกที่ได้รับตำแหน่งนี้ ในปี 1926 เขาได้รับเลือกให้เป็นประธานผู้พิพากษา (Chief Judge) ของศาลแห่งนี้ โดยเขาได้เขียนคำพิพากษาเสียงส่วนใหญ่ในคดีสำคัญหลายคดี เช่น คดี Palsgraf v. Long Island Railroad Co. ซึ่งเป็นคดีบรรทัดฐานสำคัญในเรื่องความประมาทเลินเล่อในกฎหมายละเมิด
ผู้พิพากษาศาลสูงสุดสหรัฐอเมริกา
ในปี 1932 ประธานาธิบดีเฮอร์เบิร์ต ฮูเวอร์ ได้แต่งตั้งคาร์โดโซให้ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาศาลสูงสุดสหรัฐอเมริกา (Associate Justice of the Supreme Court of the United States) แทนที่ โอลิเวอร์ เวนเดลล์ โฮล์มส์ จูเนียร์ คาร์โดโซเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มผู้พิพากษาแนวคิดเสรีนิยมที่รู้จักกันในนาม "Three Musketeers" และได้เขียนคำพิพากษาในคดีสำคัญ เช่น Nixon v. Condon (1932) และ Steward Machine Co. v. Davis (1937) จนกระทั่งเขาเสียชีวิตในปี 1938
คำถามที่พบบ่อย
เบนจามิน คาร์โดโซ มีความสำคัญอย่างไรต่อกฎหมายสหรัฐฯ?
เขามีอิทธิพลอย่างมากต่อการพัฒนากฎหมายจารีตประเพณี (Common Law) ผ่านคำพิพากษาที่มีเหตุผลและสไตล์การเขียนที่ชัดเจน โดยเฉพาะในเรื่องของความรับผิดทางละเมิด
คาร์โดโซดำรงตำแหน่งใดบ้างก่อนเข้าสู่ศาลสูงสุด?
เขาเคยเป็นทนายความด้านคดีอุทธรณ์ และเป็นผู้พิพากษา รวมถึงประธานผู้พิพากษาของศาลอุทธรณ์แห่งรัฐนิวยอร์ก
กลุ่ม 'Three Musketeers' ในศาลสูงสุดคืออะไร?
เป็นกลุ่มผู้พิพากษาแนวคิดเสรีนิยมในศาลสูงสุดสหรัฐฯ ช่วงทศวรรษ 1930 ซึ่งคาร์โดโซเป็นหนึ่งในสมาชิก โดยมักจะตัดสินคดีในแนวทางที่สนับสนุนอำนาจรัฐในการกำกับดูแลเศรษฐกิจและสังคม