← กลับไปยังบทความทั้งหมด

เบตตี้ ไวท์ ตำนานนักแสดงและดาวตลกหญิงผู้เป็นอมตะ

สรุปใจความสำคัญ

  • เบตตี้ ไวท์ เป็นผู้หญิงคนแรกที่ผลิตซิตคอมเป็นของตัวเองในเรื่อง Life with Elizabeth (1953–1955)
  • เธอได้รับฉายาว่า 'สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งแห่งรายการเกมโชว์' และเป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้รับรางวัลเดย์ไทม์เอ็มมีสำหรับผู้ดำเนินรายการเกมโชว์ยอดเยี่ยม
  • เบตตี้ ไวท์ ได้รับการบันทึกสถิติโลกกินเนสส์ (Guinness World Record) สองครั้งสำหรับอาชีพนักแสดงหญิงที่ยาวนานที่สุดในวงการโทรทัศน์

เบตตี้ ไวท์ (Betty White) หรือชื่อเต็มคือ เบตตี้ แมเรียน ลัดเด็น (Betty Marion Ludden) เป็นนักแสดงและดาวตลกชาวอเมริกันผู้ทรงอิทธิพล ซึ่งมีเส้นทางการทำงานในวงการบันเทิงที่ยาวนานเกือบเจ็ดทศวรรษ เธอได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกยุคแรกของโทรทัศน์ และเป็นที่รู้จักจากการปรากฏตัวในรายการโทรทัศน์จำนวนมหาศาล ทั้งในรูปแบบของซิตคอม ดาวตลก และรายการเกมโชว์

ภาพถ่ายของเบตตี้ ไวท์ ในวัยอาวุโสที่กำลังยิ้ม
เบตตี้ ไวท์ นักแสดงและดาวตลกหญิงผู้เป็นที่รักของคนทั่วโลก

จุดเริ่มต้นและชีวิตในวัยเยาว์

เบตตี้ ไวท์ เกิดเมื่อวันที่ 17 มกราคม ค.ศ. 1922 ที่เมืองโอ๊คพาร์ค รัฐอิลลินอยส์ เธอเป็นลูกคนเดียวของคริสตีน เทส และโฮเรซ โลแกน ไวท์ ในช่วงภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ (Great Depression) ครอบครัวของเธอได้ย้ายมาอยู่ที่ลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่บิดาของเธอต้องดิ้นรนหาเลี้ยงครอบครัวด้วยการสร้างวิทยุคริสตัลเพื่อนำไปแลกเปลี่ยนกับสินค้าอื่นๆ

ในวัยเด็ก เบตตี้มีความสนใจในสัตว์ป่าอย่างมาก และมีความฝันที่จะเป็นเจ้าหน้าที่ป่าไม้ (Forest Ranger) แต่ในสมัยนั้นผู้หญิงไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบอาชีพนี้ เธอจึงหันมาสนใจด้านการเขียนและการแสดง โดยเริ่มจากการเขียนและแสดงนำในละครโรงเรียน จนกระทั่งค้นพบความหลงใหลในการแสดงและตัดสินใจเข้าสู่วงการบันเทิง

เส้นทางอาชีพและการบุกเบิกโทรทัศน์

หลังจากจบการศึกษาระดับมัธยมปลาย เบตตี้เริ่มเข้าสู่วงการบันเทิงผ่านรายการโทรทัศน์ทดลอง และทำงานเป็นนางแบบก่อนจะเริ่มรับงานแสดงในโรงละครขนาดเล็ก

การก้าวสู่ความสำเร็จในยุคแรก

ในช่วงแรกของการทำงาน เบตตี้ถูกปฏิเสธจากสตูดิโอภาพยนตร์หลายแห่งเนื่องจากถูกมองว่า "ไม่ขึ้นกล้อง" (not photogenic) เธอจึงหันไปทำงานด้านวิทยุ ซึ่งเป็นที่ที่รูปลักษณ์ภายนอกไม่มีผลต่อการตัดสินใจรับเข้าทำงาน เธอเริ่มจากการอ่านโฆษณาและรับบทเล็กๆ จนกระทั่งได้รับโอกาสให้มีรายการวิทยุเป็นของตัวเองในชื่อ The Betty White Show

ต่อมาเธอได้ก้าวเข้าสู่โลกของโทรทัศน์และกลายเป็นผู้ดำเนินรายการเกมโชว์ชื่อดังหลายรายการ เช่น Password, Match Game, Tattletales, To Tell the Truth, The Hollywood Squares และ The $25,000 Pyramid จนได้รับฉายาว่า "สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งแห่งรายการเกมโชว์" (the first lady of game shows) และเป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้รับรางวัลเดย์ไทม์เอ็มมี (Daytime Emmy Award) ในสาขาผู้ดำเนินรายการเกมโชว์ยอดเยี่ยมจากรายการ Just Men! ในปี 1983

บทบาทที่สร้างชื่อเสียง

เบตตี้ ไวท์ เป็นที่จดจำจากบทบาทในซิตคอมชื่อดังหลายเรื่อง เช่น:

  • Sue Ann Nivens ในเรื่อง The Mary Tyler Moore Show (1973–1977)
  • Rose Nylund ในเรื่อง The Golden Girls (1985–1992)
  • Elka Ostrovsky ในเรื่อง Hot in Cleveland (2010–2015)

ในช่วงบั้นปลายอาชีพ เธอได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอีกครั้งจากการแสดงในภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดี้เรื่อง The Proposal (2009) และการเป็นผู้ดำเนินรายการ Saturday Night Live ในปีถัดมา ซึ่งทำให้เธอได้รับรางวัลไพรม์ไทม์เอ็มมี (Primetime Emmy Award) ในสาขานักแสดงหญิงรับเชิญยอดเยี่ยมในซีรีส์คอมเมดี้

เกียรติประวัติและรางวัล

ด้วยผลงานที่ยาวนานและโดดเด่น เบตตี้ ไวท์ ได้รับการบันทึกใน Guinness World Record สองครั้ง (ปี 2014 และ 2018) ในฐานะศิลปินหญิงที่มีอาชีพในวงการโทรทัศน์ยาวนานที่สุดในโลก เธอได้รับรางวัลเอ็มมี (Emmy Awards) ถึง 7 รางวัล, รางวัลสกรีนแอคเตอร์สกิลด์ (Screen Actors Guild Awards) 3 รางวัล และรางวัลแกรมมี่ (Gramวัลมี่) 1 รางวัล นอกจากนี้ เธอยังได้รับดาวบนทางเดินแห่งเกียรติยศฮอลลีวูด (Hollywood Walk of Fame) และได้รับการบรรจุเข้าสู่หอเกียรติยศโทรทัศน์ (Television Hall of Fame) ในปี 1995

คำถามที่พบบ่อย

เบตตี้ ไวท์ มีชื่อเสียงจากบทบาทใดมากที่สุด?

เธอมีชื่อเสียงอย่างมากจากบทบาท Rose Nylund ในซิตคอมเรื่อง The Golden Girls และบทบาท Sue Ann Nivens ใน The Mary Tyler Moore Show

เบตตี้ ไวท์ เคยมีความฝันในวัยเด็กที่อยากเป็นอะไร?

ในวัยเด็กเธอมีความฝันอยากเป็นเจ้าหน้าที่ป่าไม้ (Forest Ranger) แต่ไม่สามารถทำได้เนื่องจากในสมัยนั้นผู้หญิงไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบอาชีพนี้

เบตตี้ ไวท์ ได้รับรางวัลอะไรบ้างที่สำคัญ?

เธอได้รับรางวัลเอ็มมี (Emmy Awards) ถึง 7 รางวัล, รางวัลสกรีนแอคเตอร์สกิลด์ 3 รางวัล และรางวัลแกรมมี่ 1 รางวัล รวมถึงได้รับการบันทึกในกินเนสส์เวิลด์เรคคอร์ดด้วย