บิลลี บัดด์ โอเปร่าโดยเบนจามิน บริตเทน
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นโอเปร่าที่ใช้ตัวละครชายล้วน (All-male cast) ซึ่งหาได้ยากในศิลปะโอเปร่า
- ดัดแปลงมาจากนวนิยายขนาดสั้นของเฮอร์แมน เมลวิลล์ โดยความร่วมมือระหว่างเบนจามิน บริตเทน และ อี. เอ็ม. ฟอร์สเตอร์
- มีการปรับปรุงโครงสร้างจากเดิม 4 องก์ ให้เหลือ 2 องก์ เพื่อความกระชับและเหมาะสมกับการออกอากาศทางโทรทัศน์
- เปิดแสดงครั้งแรก ณ โรงโอเปร่ารอยัล กรุงลอนดอน ในปี ค.ศ. 1951
บิลลี บัดด์ (Billy Budd, Op. 50) เป็นผลงานโอเปร่าที่แต่งโดย เบนจามิน บริตเทน (Benjamin Britten) โดยมีบทโอเปร่า (Libretto) ที่เขียนโดยนักเขียนนวนิยาย อี. เอ็ม. ฟอร์สเตอร์ (E. M. Forster) และ เอริก โครเซียร์ (Eric Crozier) ซึ่งดัดแปลงมาจากนวนิยายขนาดสั้นเรื่อง Billy Budd ของเฮอร์แมน เมลวิลล์ (Herman Melville)
โอเปร่าเรื่องนี้เปิดแสดงครั้งแรกในรูปแบบ 4 องก์ ณ โรงโอเปร่ารอยัล (Royal Opera House) กรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ค.ศ. 1951 ต่อมาบริตเทนได้ปรับปรุงผลงานชิ้นนี้ให้เหลือ 2 องก์ พร้อมด้วยบทนำ (Prologue) และบทส่งท้าย (Epilogue) ซึ่งฉบับปรับปรุงนี้ได้เปิดแสดงครั้งแรกเมื่อวันที่ 9 มกราคม ค.ศ. 1964 ณ โรงโอเปร่ารอยัล โคเวนต์การ์เดน กรุงลอนดอน

ประวัติการประพันธ์
อี. เอ็ม. ฟอร์สเตอร์ มีความสนใจในนวนิยายของเมลวิลล์และได้นำเรื่องนี้ไปพูดถึงในการบรรยาย Clark lectures ที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ฟอร์สเตอร์มีความชื่นชมในดนตรีของบริตเทนมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1937 และทั้งคู่ได้พบกันครั้งแรกในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1942
ในปี ค.ศ. 1948 บริตเทนและฟอร์สเตอร์ได้หารือกันเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่ฟอร์สเตอร์จะเขียนบทโอเปร่า และตกลงที่จะดัดแปลงเรื่อง Billy Budd โดยมีการประชุมอย่างเป็นทางการในเดือนมกราคม ค.ศ. 1949 ฟอร์สเตอร์ได้ทำงานร่วมกับเอริก โครเซียร์ ผู้ซึ่งเป็นผู้ร่วมงานประจำของบริตเทนในการเขียนบทโอเปร่าเรื่องนี้
ในระหว่างที่บริตเทนกำลังประพันธ์เพลง มีเหตุการณ์ที่นักประพันธ์ชาวอิตาลี จอร์โจ เฟเดริโก เกดินี (Giorgio Federico Ghedini) ได้นำเรื่องบิลลี บัดด์ มาทำเป็นโอเปร่าองก์เดียวและเปิดแสดงในเทศกาลนานาชาติเวนิสปี ค.ศ. 1949 ซึ่งสร้างความไม่สบายใจให้กับบริตเทนในขณะนั้น แต่ผลงานของเกดินีไม่ได้รับความสนใจมากนัก
ประวัติการแสดงและการปรับปรุง
การแสดงรอบปฐมทัศน์ในรูปแบบ 4 องก์ ซึ่งบริตเทนเป็นผู้อำนวยเพลงเอง ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามโดยมีการเรียกม่านถึง 15 ครั้ง สำหรับการแสดงในสหรัฐอเมริกาครั้งแรกเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1952 โดยคณะ Indiana University Opera Company และในปีเดียวกัน NBC ได้นำเสนอเวอร์ชันย่อทางโทรทัศน์
ในปี ค.ศ. 1960 บริตเทนได้ปรับปรุงคะแนนเพลงให้เหลือ 2 องก์ เพื่อเตรียมการออกอากาศทาง BBC โดยมีการตัดฉาก "Captain's Muster" ซึ่งเป็นฉากที่กัปตันเวียร์ (Captain Vere) กล่าวกับลูกเรือตอนท้ายองก์ที่ 1 ออก เนื่องจากบริตเทนไม่พอใจกับฉากนี้ ทำให้การปรากฏตัวครั้งแรกของเวียร์บนเรือกลายเป็นช่วงเวลาส่วนตัวในห้องพักของเขาแทน
เวอร์ชัน 2 องก์เปิดแสดงครั้งแรกเมื่อวันที่ 9 มกราคม ค.ศ. 1964 โดยมีจอร์จ โซลตี (Georg Solti) เป็นผู้อำนวยเพลง และมีการบันทึกเสียงสตูดิโอโดย Decca ในปี ค.ศ. 1967 ซึ่งเป็นเวอร์ชันที่ได้รับความนิยมและแพร่หลายที่สุดในปัจจุบัน
ลักษณะเด่นและองค์ประกอบทางดนตรี
นักแสดงและตัวละคร
จุดเด่นที่สำคัญประการหนึ่งของ บิลลี บัดด์ คือการเป็นหนึ่งในโอเปร่าเพียงไม่กี่เรื่องที่ใช้ นักแสดงชายล้วน (All-male cast) เพื่อสะท้อนถึงสภาพแวดล้อมบนเรือรบในสมัยนั้น
เครื่องดนตรีที่ใช้ (Instrumentation)
บริตเทนใช้เครื่องดนตรีที่หลากหลายเพื่อสร้างบรรยากาศและอารมณ์ของเรื่อง ประกอบด้วย:
- เครื่องลมไม้: ฟลูต 4 เลา (รวมปิคโคโล), โอโบ 2 เลา, คอร์อังกเลส, คลาริเน็ต 2 เลา (รวม E-flat และเบสคลาริเน็ต), แซกโซโฟนอัลโต, บาสซูน 2 เลา และดับเบิลบาสซูน
- เครื่องลมทองเหลือง: ฮอร์น 4 ตัว, ทรัมเป็ต 4 ตัว, ทรอมโบน 3 ตัว และทูบา
- เครื่องกระทบ: ทิมปานี และเครื่องกระทบอื่นๆ อีก 6 ผู้เล่น (เช่น ไซโลโฟน, กล็อกเคนสปีล, ฉาบ, กลอง 4 ใบที่บรรเลงโดยมือกลองบนเวที)
- อื่นๆ: ฮาร์ป และเครื่องสาย
อิทธิพลและมรดกทางศิลปะ
นอกเหนือจากนวนิยายต้นฉบับของเมลวิลล์แล้ว โอเปร่าของบริตเทนยังเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้กับภาพยนตร์เรื่อง Beau Travail (1999) ของแคลร์ เดนิส (Claire Denis) โดยในภาพยนตร์มีการใช้ท่อนเพลงจาก บิลลี บัดด์ เป็นดนตรีประกอบ และใช้เพลง "Starry Vere, God Bless you!" เป็นแนวทางหลัก (Leitmotif) ตลอดทั้งเรื่อง
คำถามที่พบบ่อย
โอเปร่าเรื่อง บิลลี บัดด์ แต่งโดยใคร?
แต่งโดยเบนจามิน บริตเทน (Benjamin Britten) โดยมีบทโอเปร่าที่เขียนโดย อี. เอ็ม. ฟอร์สเตอร์ และ เอริก โครเซียร์
ทำไมโอเปร่าเรื่องนี้ถึงใช้นักแสดงชายล้วน?
เพื่อให้สอดคล้องกับเนื้อเรื่องที่เกิดขึ้นบนเรือรบ ซึ่งในสมัยนั้นไม่อนุญาตให้ผู้หญิงขึ้นเรือ
ความแตกต่างระหว่างเวอร์ชัน 4 องก์ และ 2 องก์ คืออะไร?
เวอร์ชัน 2 องก์ถูกปรับปรุงในปี 1960 เพื่อให้มีความกระชับขึ้น โดยมีการตัดบางฉากออก เช่น ฉาก Captain's Muster และปรับสมดุลโครงสร้างขององก์ที่ 3 และ 4 เดิม
บิลลี บัดด์ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากอะไร?
ดัดแปลงมาจากนวนิยายขนาดสั้นเรื่อง Billy Budd, Sailor ของเฮอร์แมน เมลวิลล์ นักเขียนชาวอเมริกัน

