เลดี้ อลิซ เอลการ์ นักเขียนและแรงสนับสนุนสำคัญของเอ็ดเวิร์ด เอลการ์
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นนักเขียนนวนิยายและกวีนิพนธ์ชาวอังกฤษ โดยมีผลงานเด่นคือ Marchcroft Manor
- เป็นภรรยาและผู้สนับสนุนหลักของคีตกวี เอ็ดเวิร์ด เอลการ์ โดยช่วยทั้งในด้านการจัดการและแรงบันดาลใจ
- แต่งงานกับเอ็ดเวิร์ด เอลการ์ แม้จะถูกครอบครัวคัดค้านเนื่องจากความแตกต่างทางชนชั้นและศาสนา
- มีความสามารถหลากหลาย ทั้งด้านภาษา (พูดได้ 4 ภาษา) และด้านธรณีวิทยา
เลดี้ อลิซ เอลการ์ (Caroline Alice, Lady Elgar; 9 ตุลาคม 1848 – 7 เมษายน 1920) เป็นนักเขียนชาวอังกฤษผู้สร้างสรรค์ทั้งงานกวีนิพนธ์และนวนิยาย โดยเธอเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในฐานะภรรยาของ เอ็ดเวิร์ด เอลการ์ คีตกวีชื่อดังชาวอังกฤษ

ประวัติวัยเยาว์และการศึกษา
อลิซเกิดที่เมืองภูช รัฐคุชราต ในบริติชอินเดีย เมื่อปี 1848 เธอเป็นบุตรสาวคนเล็กของพลตรี เซอร์ เฮนรี กี โรเบิร์ตส์ และจูเลีย มาเรีย เรคส์ อลิซเติบโตมาในครอบครัวที่มีพื้นฐานทางสังคมสูง โดยมีทวดของเธอคือ โรเบิร์ต เรคส์ ผู้ก่อตั้งขบวนการโรงเรียนวันอาทิตย์ (Sunday school movement)
ในด้านการศึกษา อลิซมีความสนใจในวิทยาศาสตร์และศิลปะ เธอเคยศึกษาด้านธรณีวิทยาเบื้องต้นกับศาสนาจารย์ ดับเบิลยู. เอส. ไซมอนด์ส และร่วมออกสำรวจฟอสซิลบริเวณริมฝั่งแม่น้ำเซเวิร์น นอกจากนี้เธอยังมีความสามารถทางดนตรี โดยได้ศึกษาเปียโนกับ เฟอร์ดินานด์ คุฟเฟอราธ ในกรุงบรัสเซลส์ และศึกษาเรื่องการประสานเสียง (Harmony) กับ ชาร์ลส์ ฮาร์ฟอร์ด ลอยด์ อีกทั้งยังสามารถพูดได้หลายภาษา ทั้งภาษาเยอรมัน อิตาลี ฝรั่งเศส และสเปน
ผลงานการเขียน
ก่อนการสมรส อลิซใช้ชื่อนามปากกาว่า C. Alice Roberts ผลงานที่โดดเด่นที่สุดของเธอคือนวนิยายสองเล่มจบเรื่อง Marchcroft Manor ซึ่งตีพิมพ์ในปี 1882 ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนที่เธอจะพบกับเอ็ดเวิร์ด เอลการ์ นักวิจารณ์ระบุว่านวนิยายเรื่องนี้แสดงให้เห็นถึงทักษะการเล่าเรื่องที่น่าสนใจ มีอารมณ์ขัน และมีกลิ่นอายของแนวคิดหัวก้าวหน้า (Radicalism) แฝงอยู่
ชีวิตสมรสและการสนับสนุนคีตกวีเอลการ์
อลิซพบกับเอ็ดเวิร์ด เอลการ์ ในปี 1886 ขณะที่เธอมาเรียนเปียโนกับเขา ซึ่งในขณะนั้นเอลการ์เป็นครูสอนไวโอลินที่โรงเรียนมัธยมวูสเตอร์ ทั้งคู่เข้าสู่พิธีสมรสเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 1889 ณ โบสถ์ Brompton Oratory ในลอนดอน
การแต่งงานครั้งนี้ถูกคัดค้านอย่างหนักจากครอบครัวของอลิซ เนื่องจากความแตกต่างทางชนชั้นทางสังคม และความแตกต่างทางศาสนา โดยครอบครัวของเธอเป็นแองกลิกันที่เคร่งครัด ในขณะที่เอลการ์เป็นชาวคาทอลิก และเขามีอายุน้อยกว่าเธอ 8 ปี

อลิซมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการสนับสนุนอาชีพของสามี เธอไม่เพียงแต่เป็นแรงใจในช่วงที่เอลการ์มีสภาวะทางอารมณ์แปรปรวน แต่ยังทำหน้าที่เป็นผู้จัดการธุรกิจ เลขานุการทางสังคม และช่วยจัดเตรียมกระดาษเขียนโน้ตดนตรีสำหรับงานประพันธ์เพลงออเคสตราของเขาด้วย
อลิซพยายามใช้เครือข่ายทางสังคมของเธอเพื่อผลักดันให้เอลการ์เป็นที่รู้จักในวงสังคมชั้นสูง แม้ว่าเอลการ์จะมีความถ่อมตัวและไม่ค่อยยินดีกับเกียรติยศที่ได้รับ แต่อลิซกลับให้ความสำคัญกับสิ่งเหล่านี้เนื่องจากพื้นฐานทางชนชั้นของเธอ เธอเคยบันทึกในไดอารี่ว่า "การดูแลอัจฉริยะนั้นถือเป็นงานชิ้นเอกของชีวิตสำหรับผู้หญิงคนหนึ่ง"
ช่วงปลายชีวิต
ในช่วงเริ่มต้นของสงครามโลกครั้งที่ 1 เลดี้ อลิซ เอลการ์ ได้ใช้เวลาส่วนหนึ่งในการสอนภาษาฝรั่งเศสให้กับทหารที่ค่ายทหารเชลซี (Chelsea Barracks) เธอเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งปอดเมื่อวันที่ 7 เมษายน 1920 ขณะมีอายุได้ 71 ปี ณ บ้านพักในย่านแฮมป์สเตด ลอนดอน
คำถามที่พบบ่อย
เลดี้ อลิซ เอลการ์ มีความสำคัญอย่างไรต่อ เอ็ดเวิร์ด เอลการ์?
เธอเป็นทั้งภรรยา ผู้จัดการธุรกิจ และแรงสนับสนุนทางจิตใจที่สำคัญที่สุดของสามี โดยช่วยจัดการเรื่องสังคมและเตรียมอุปกรณ์การเขียนเพลง ซึ่งมีส่วนช่วยให้เอลการ์สามารถสร้างสรรค์ผลงานดนตรีระดับโลกได้
ทำไมครอบครัวของอลิซถึงคัดค้านการแต่งงานของเธอ?
เนื่องจากเอ็ดเวิร์ด เอลการ์ มีสถานะทางสังคมที่ต่ำกว่าเธอ เป็นชาวคาทอลิกในขณะที่ครอบครัวเธอเป็นแองกลิกัน และเขามีอายุน้อยกว่าเธอ 8 ปี
อลิซ เอลการ์ มีผลงานการเขียนอะไรบ้าง?
ผลงานที่โดดเด่นที่สุดของเธอคือนวนิยายสองเล่มจบเรื่อง Marchcroft Manor ซึ่งตีพิมพ์ในปี 1882 ก่อนที่เธอจะแต่งงานกับเอลการ์