ทำความรู้จักเมืองบริสตอล รัฐโรดไอแลนด์ ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม
สรุปใจความสำคัญ
- บริสตอลเป็นเมืองท่าเรือน้ำลึกและเป็นที่ตั้งของศาลากลางจังหวัดบริสตอล
- ตระกูล DeWolf เคยเป็นหนึ่งในตระกูลผู้ค้าทาสรายใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ โดยค้าทาสมากกว่า 10,000 คน
- เมืองบริสตอลเคยถูกกองทัพเรืออังกฤษบุกโจมตีและเผาทำลายบ้านเรือนในช่วงสงครามปฏิวัติอเมริกา
บริสตอล เป็นเมืองท่าเรือน้ำลึกที่ตั้งอยู่ในเทศมณฑลบริสตอล รัฐโรดไอแลนด์ สหรัฐอเมริกา และยังทำหน้าที่เป็นที่ตั้งของศาลากลางจังหวัดอีกด้วย ด้วยประชากรประมาณ 22,493 คน (ข้อมูลปี 2020) เมืองนี้ได้รับชื่อตามเมืองบริสตอลในประเทศอังกฤษ โดยมีอุตสาหกรรมหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจคือ การต่อเรือและอุตสาหกรรมทางทะเลที่เกี่ยวข้อง การผลิต และการท่องเที่ยว นอกจากนี้ เมืองบริสตอลยังมีความหลากหลายทางวัฒนธรรม โดยมีชุมชนชาวอเมริกันเชื้อสายโปรตุเกส (โดยเฉพาะจากหมู่เกาะอะโซเรส) และชาวอเมริกันเชื้อสายอิตาลีอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก

ประวัติศาสตร์การตั้งถิ่นฐานยุคแรก
ก่อนการมาถึงของชาวพิลกริมในปี 1620 พื้นที่นี้เป็นที่อยู่อาศัยของชาว Pokanokets ซึ่งนำโดย Massasoit Osamequin ผู้ซึ่งเป็นมิตรกับผู้ตั้งถิ่นฐานยุคแรก อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งได้นำไปสู่สงคราม King Philip's War โดยมี Metacomet ใช้ Mount Hope เป็นฐานปฏิบัติการ จนกระทั่งเขาเสียชีวิตในปี 1676
หลังสงครามสิ้นสุดลง พ่อค้าจากบอสตันสี่รายได้ซื้อที่ดินบริเวณ Mount Hope Neck และ Poppasquash Neck ซึ่งเดิมเป็นส่วนหนึ่งของอาณานิคม Plymouth ต่อมาบริสตอลได้กลายเป็นเมืองของรัฐแมสซาชูเซตส์ ก่อนจะถูกโอนย้ายมายังอาณานิคมโรดไอแลนด์ในปี 1747
การค้าทาสและตระกูล DeWolf
ตระกูล DeWolf เป็นหนึ่งในผู้ตั้งถิ่นฐานยุคแรกๆ และมีบทบาทสำคัญในการทำให้บริสตอลและโรดไอแลนด์กลายเป็นศูนย์กลางของการค้าทาส ซึ่งสร้างความมั่งคั่งมหาศาลให้กับตระกูลนี้ James DeWolf ผู้ค้าทาสรายใหญ่ซึ่งต่อมาได้เป็นวุฒิสมาชิกของสหรัฐฯ ได้นำเข้าทาสจากแอฟริกาตะวันตกเพื่อส่งไปยังไร่ในคิวบาและเซาท์แคโรไลนา
การค้าทาสดำเนินไปอย่างต่อเนื่องจนถึงปี 1820 แม้ว่าการค้าทาสในมหาสมุทรแอตแลนติกจะถูกประกาศให้ผิดกฎหมายแล้วก็ตาม โดยตระกูล DeWolf ได้ค้าทาสมากกว่า 10,000 คน ส่งผลให้ James DeWolf กลายเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดเป็นอันดับสองในสหรัฐอเมริกาในขณะนั้น

บทบาทในช่วงสงครามปฏิวัติอเมริกา
ในช่วงสงครามปฏิวัติอเมริกา กองทัพเรืออังกฤษได้บุกโจมตีเมืองบริสตอลถึงสองครั้ง ครั้งแรกในปี 1775 เมื่อเรือ HMS Rose ยิงถล่มเมืองหลังจากถูกปฏิเสธการส่งเสบียง และครั้งที่สองในปี 1778 เมื่อทหารอังกฤษและทหารรับจ้างชาวเฮสเซียนบุกเข้าเผาทำลายบ้านเรือนและโรงนอนถึง 30 หลังบนถนน Hope Street

ชุมชน New Goree และประวัติศาสตร์อื่นๆ
ในช่วงศตวรรษที่ 19 มีชุมชนคนผิวดำที่เป็นอิสระที่ชื่อว่า "New Goree" ตั้งอยู่บริเวณถนน Wood Street แต่ชุมชนนี้ได้หายไปในช่วงปี 1900 ซึ่งนักวิจัยคาดว่าการสร้างโรงงาน United States Rubber Company ในปี 1864 อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ชุมชนนี้ล่มสลาย
นอกจากนี้ บริสตอลเคยเป็นหนึ่งในห้าเมืองหลวงของรัฐโรดไอแลนด์จนถึงปี 1854 และในปัจจุบันเป็นที่ตั้งของ Roger Williams University ซึ่งตั้งชื่อตามผู้ก่อตั้งรัฐโรดไอแลนด์
คำถามที่พบบ่อย
เมืองบริสตอลตั้งอยู่ที่ไหน?
เมืองบริสตอลตั้งอยู่ในเทศมณฑลบริสตอล รัฐโรดไอแลนด์ สหรัฐอเมริกา
อุตสาหกรรมหลักของเมืองบริสตอลคืออะไร?
อุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ การต่อเรือและอุตสาหกรรมทางทะเล, การผลิต และการท่องเที่ยว
Roger Williams University ตั้งอยู่ที่เมืองบริสตอลหรือไม่?
ใช่ Roger Williams University ตั้งอยู่ที่เมืองบริสตอล รัฐโรดไอแลนด์


