← กลับไปยังบทความทั้งหมด

คาร์ลตัน วัตกินส์ ช่างภาพผู้บุกเบิกและผู้บันทึกความงามของโยเซมิตี

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นช่างภาพผู้บุกเบิกการใช้กล้อง Mammoth-plate เพื่อบันทึกความยิ่งใหญ่ของหุบเขาโยเซมิตี
  • ภาพถ่ายของเขามีส่วนสำคัญในการโน้มน้าวให้สภาคองเกรสสหรัฐฯ ประกาศให้โยเซมิตีเป็นพื้นที่อนุรักษ์และอุทยานแห่งชาติ
  • เริ่มต้นอาชีพจากการเป็นผู้ช่วยในสตูดิโอถ่ายภาพแบบดาแกโรไทป์ก่อนจะเปิดธุรกิจของตนเอง
  • ได้รับรางวัลเหรียญทองจากงาน Universal Exposition ในกรุงปารีส

คาร์ลตัน วัตกินส์ (Carleton E. Watkins, ค.ศ. 1829–1916) เป็นช่างภาพชาวอเมริกันผู้มีชื่อเสียงในศตวรรษที่ 19 ผลงานของเขามีความโดดเด่นอย่างยิ่งในการถ่ายภาพทิวทัศน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาพถ่ายของหุบเขาโยเซมิตี (Yosemite Valley) ซึ่งไม่เพียงแต่แสดงถึงความงามทางศิลปะ แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการโน้มน้าวให้สภาคองเกรสของสหรัฐอเมริกามีมติให้อนุรักษ์พื้นที่ดังกล่าวไว้เป็นอุทยานแห่งชาติ

ภาพถ่ายพอร์ตเทรตของคาร์ลตัน วัตกินส์
ภาพถ่ายพอร์ตเทรตของคาร์ลตัน วัตกินส์ ประมาณปี ค.ศ. 1883

ชีวิตช่วงต้นและการเริ่มต้นในซานฟรานซิสโก

วัตกินส์เกิดเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน ค.ศ. 1829 ที่เมืองโอเนอนตา รัฐนิวยอร์ก เป็นบุตรคนโตในบรรดาพี่น้อง 8 คน โดยมีบิดาเป็นช่างไม้และมารดาเป็นเจ้าของโรงเตี๊ยม ในปี ค.ศ. 1851 วัตกินส์ได้เดินทางไปยังซานฟรานซิสโกพร้อมกับเพื่อนสมัยเด็ก คือ คอลลิส ฮันติงตัน (Collis Huntington) เพื่อแสวงหาโชคจากการขุดทอง แม้ว่าการขุดทองจะไม่ประสบความสำเร็จ แต่ทั้งคู่กลับประสบความสำเร็จในเส้นทางอื่น โดยฮันติงตันกลายเป็นหนึ่งในเจ้าของทางรถไฟสายเซ็นทรัลแปซิฟิก (Central Pacific Railroad) ซึ่งความสัมพันธ์นี้ได้ส่งผลดีต่อการทำงานของวัตกินส์ในเวลาต่อมา

เส้นทางสู่การเป็นช่างภาพ

ในช่วงสองปีแรกในซานฟรานซิสโก วัตกินส์ไม่ได้ทำงานด้านการถ่ายภาพ แต่เริ่มจากการทำงานส่งเสบียงให้แก่การทำเหมือง และต่อมาได้ทำงานเป็นเสมียนในร้านหนังสือของจอร์จ เมอร์เรย์ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับสตูดิโอของ โรเบิร์ต เอช. แวนซ์ (Robert H. Vance) ช่างถ่ายภาพแบบดาแกโรไทป์ (Daguerreotypist) ผู้มีชื่อเสียง

จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อพนักงานของแวนซ์ลาออกกะทันหัน วัตกินส์จึงได้รับมอบหมายให้ช่วยดูแลสตูดิโอ แม้ว่าในตอนแรกเขาจะไม่มีความรู้เรื่องการถ่ายภาพเลย แต่แวนซ์ได้สอนพื้นฐานให้ และเมื่อแวนซ์กลับมาจากการเดินทาง เขาพบว่าวัตกินส์สามารถพัฒนาทักษะการถ่ายภาพได้อย่างรวดเร็วและเป็นที่พึงพอใจของลูกค้า จนนำไปสู่การเริ่มต้นอาชีพช่างภาพของเขาเอง

ผลงานและการบุกเบิกการถ่ายภาพทิวทัศน์

ในปี ค.ศ. 1858 วัตกินส์ได้เปิดธุรกิจถ่ายภาพของตนเอง เขาได้รับงานจ้างมากมาย รวมถึงการบันทึกภาพเหมืองปรอทนิวอัลมาเดน (New Almaden mercury mine) ใกล้กับเมืองซานโฮเซ รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยใช้เทคนิคภาพถ่ายสเตอริโอกราฟ (Stereoviews) ซึ่งเป็นภาพสองภาพที่เกือบเหมือนกันเพื่อสร้างมิติความลึกเมื่อมองผ่านกล้องสเตอริโอสโคป

โรงถลุงแร่ที่นิวอัลมาเดน
ภาพถ่ายโรงถลุงแร่ที่นิวอัลมาเดน ผลงานของคาร์ลตัน วัตกินส์

การสำรวจหุบเขาโยเซมิตี

เดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1861 วัตกินส์เดินทางไปยังหุบเขาโยเซมิตี ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดในชีวิตการทำงาน เขาใช้กล้องถ่ายภาพแบบ Mammoth-plate (แผ่นกระจกขนาด 18×22 นิ้ว) เพื่อบันทึกรายละเอียดที่คมชัดและยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ และใช้กล้องสเตอริโอสโคปเพื่อสร้างมิติความลึก

ภาพถ่ายจำนวน 30 แผ่นขนาดมหึมาและเนกาทีฟสเตอริโอกราฟอีก 100 ภาพ ถูกนำไปจัดแสดงที่ Goupil Gallery ในนิวยอร์กเมื่อปี ค.ศ. 1862 ซึ่งได้รับคำชมอย่างล้นหลามจากหนังสือพิมพ์ New York Times ว่าเป็นงานศิลปะที่ไม่มีใครเทียบได้และมีความสวยงามอย่างยิ่ง ในปี ค.ศ. 1864 เขาได้รับว่าจ้างให้ถ่ายภาพโยเซมิตีเพื่อใช้ในโครงการสำรวจทางธรณีวิทยาของรัฐแคลิฟอร์เนีย (California State Geological Survey)

น้ำตกไบรดัลเวล
ภาพถ่ายน้ำตกไบรดัลเวล (Bridal Veil Fall) ในโยเซมิตี

ความสำเร็จและอุปสรรคทางธุรกิจ

ในปี ค.ศ. 1867 วัตกินส์เปิดหอศิลป์ Yosemite Art Gallery เพื่อจัดแสดงภาพถ่ายทิวทัศน์ชายฝั่งแปซิฟิกมากกว่า 100 ภาพ และภาพสเตอริโอสโคปอีกกว่า 1,000 ภาพ นอกจากนี้เขายังได้รับเหรียญรางวัลจากการส่งผลงานไปจัดแสดงที่งาน Universal Exposition ในกรุงปารีส

อย่างไรก็ตาม แม้จะประสบความสำเร็จในฐานะศิลปิน แต่วัตกินส์กลับล้มเหลวในฐานะนักธุรกิจ เขาต้องสูญเสียหอศิลป์ให้กับเจ้าหนี้ คือ เจ.เจ. คุก (J.J. Cook) และต่อมาผลงานของเขาถูกนำไปทำซ้ำโดยช่างภาพคนอื่น เช่น ไอเซยาห์ ทาเบอร์ (Isaiah Taber) โดยที่เขาไม่ได้รับค่าตอบแทน

มุมมองจากจุดชมวิว Inspiration Point
ทิวทัศน์จาก Inspiration Point ผลงานของคาร์ลตัน วัตกินส์
Minerva Terraces ที่ Mammoth Hot Springs
ภาพถ่าย Minerva Terraces ณ Mammoth Hot Springs

คำถามที่พบบ่อย

คาร์ลตัน วัตกินส์ มีบทบาทสำคัญอย่างไรต่ออุทยานแห่งชาติโยเซมิตี?

ภาพถ่ายทิวทัศน์ที่สวยงามและทรงพลังของวัตกินส์ช่วยให้สมาชิกสภาคองเกรสเห็นความสำคัญและความงามของพื้นที่หุบเขาโยเซมิตี ซึ่งนำไปสู่การตัดสินใจอนุรักษ์พื้นที่ดังกล่าวไว้เป็นอุทยานแห่งชาติ

กล้อง Mammoth-plate คืออะไร?

เป็นกล้องที่ใช้แผ่นกระจกขนาดใหญ่พิเศษ (ประมาณ 18x22 นิ้ว) ซึ่งช่วยให้ช่างภาพสามารถบันทึกรายละเอียดของทิวทัศน์ได้อย่างคมชัดและมีความละเอียดสูงมากในยุคนั้น

วัตกินส์ประสบความสำเร็จในด้านใดมากกว่ากันระหว่างศิลปะและธุรกิจ?

เขามีความสำเร็จอย่างสูงในฐานะศิลปินและช่างภาพ โดยได้รับรางวัลระดับนานาชาติและคำชมจากนักวิจารณ์ แต่ล้มเหลวในฐานะนักธุรกิจจนต้องสูญเสียหอศิลป์ของตนเองให้กับเจ้าหนี้