เครื่องบินขนส่ง CASA C-212 Aviocar
สรุปใจความสำคัญ
- ออกแบบและผลิตโดยบริษัท CASA จากประเทศสเปน เพื่อใช้เป็นเครื่องบินขนส่งขนาดกลางแบบ STOL
- ผลิตในสเปนรวมทั้งสิ้น 485 ลำ ตลอดระยะเวลา 40 ปี ก่อนโอนย้ายการผลิตไปยังอินโดนีเซีย
- มีความโดดเด่นที่ทางลาดท้ายเครื่อง (Rear Ramp) ทำให้เหมาะสำหรับภารกิจขนส่งและส่งหน่วยพลร่ม
- มีการผลิตภายใต้ใบอนุญาตในอินโดนีเซียโดยบริษัท IPTN (ปัจจุบันคือ Indonesian Aerospace) ในชื่อรุ่น NC212
CASA C-212 Aviocar เป็นเครื่องบินขนส่งขนาดกลางที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เทอร์โบพร็อพ มีคุณสมบัติเด่นในการขึ้นลงในระยะทางสั้น (STOL - Short Take-Off and Landing) ออกแบบและสร้างโดยบริษัท Construcciones Aeronáuticas SA (CASA) จากประเทศสเปน เพื่อรองรับการใช้งานที่หลากหลายทั้งในภาคส่วนพลเรือนและกองทัพ

ประวัติและการพัฒนา
C-212 ถูกพัฒนาขึ้นในช่วงทศวรรษ 1960 เพื่อตอบสนองความต้องการของกองทัพอากาศสเปนที่ต้องการเปลี่ยนทดแทนฝูงบินขนส่งรุ่นเก่าที่ใช้เครื่องยนต์ลูกสูบ เช่น Junkers Ju 52 และ Douglas C-47 โดย CASA ได้ออกแบบเครื่องบินลำนี้ให้เป็นเครื่องบินขนส่งขนาด 18 ที่นั่ง ที่สามารถปฏิบัติภารกิจได้หลากหลาย ทั้งการขนส่งผู้โดยสาร การส่งกลับสายแพทย์ (Air Medical Services) และการส่งหน่วยพลร่ม
เครื่องบินต้นแบบลำแรกทำการบินครั้งแรกเมื่อวันที่ 26 มีนาคม ค.ศ. 1971 และต่อมาในปี ค.ศ. 1974 กองทัพอากาศสเปนได้ตัดสินใจสั่งซื้อ C-212 ซึ่งได้รับชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า Aviocar เพื่อนำมาปรับปรุงฝูงบินให้ทันสมัย
การขยายสู่ตลาดพลเรือนและการปรับปรุงรุ่น
เนื่องจากความสำเร็จในภาคทหาร ทำให้สายการบินหลายแห่งให้ความสนใจใน C-212 ส่งผลให้ CASA พัฒนารุ่นสำหรับพลเรือนโดยเฉพาะ ซึ่งเริ่มส่งมอบครั้งแรกในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1975 ต่อมาในปี ค.ศ. 1997 ได้มีการเปิดตัวรุ่น -400 ซึ่งมีการปรับปรุงครั้งสำคัญ ได้แก่ การติดตั้งห้องนักบินแบบกระจก (Glass Cockpit) และการใช้เครื่องยนต์ Honeywell TPE331 ที่มีกำลังแรงขึ้น
การผลิตในโรงงานที่เมืองเซบียา (Seville) ประเทศสเปน ดำเนินต่อเนื่องยาวนานถึง 40 ปี โดยมีการผลิตเครื่องบินรุ่นนี้ออกไปทั้งหมด 485 ลำ ก่อนที่ Airbus (บริษัทผู้สืบทอดของ CASA) จะยุติการผลิตในยุโรปเนื่องจากเหตุผลด้านต้นทุน โดยเครื่องบินลำสุดท้ายที่ประกอบในสเปนถูกส่งมอบให้กับหน่วยยามฝั่งของเวียดนามในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2012
การผลิตภายใต้ใบอนุญาตในอินโดนีเซีย
อินโดนีเซียเป็นลูกค้ารายสำคัญในช่วงแรก โดยในปี ค.ศ. 1975 บริษัท IPTN (ปัจจุบันคือ Indonesian Aerospace หรือ IAe) ได้รับสิทธิ์ในการผลิต C-212 ภายใต้ใบอนุญาตในเมืองบันดุง โดยได้รับการสนับสนุนทางเทคนิคจาก CASA ในการจัดตั้งสายการผลิต

เครื่องบินที่ผลิตในอินโดนีเซียใช้รหัสเรียกชื่อว่า NC212 โดยส่วนใหญ่ถูกจำหน่ายให้กับลูกค้าภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม ในปี ค.ศ. 2013 Airbus ได้ตกลงโอนย้ายการผลิต C-212 ทั้งหมดไปยังอินโดนีเซีย ซึ่งทำให้ IAe สามารถผลิตรุ่น NC212-200 และ NC212-400 ได้ ก่อนที่จะเปลี่ยนมามุ่งเน้นการผลิตรุ่น NC212i ซึ่งเป็นรุ่นปรับปรุงประสิทธิภาพให้สูงขึ้นในปี ค.ศ. 2014
การใช้งานและบทบาทหน้าที่
จนถึงเดือนธันวาคม ค.ศ. 2012 มีผู้ใช้งาน C-212 มากกว่า 92 รายทั่วโลก ทั้งบริษัทเช่าเหมาลำ สายการบินระยะสั้น และหน่วยงานบริการของรัฐ โดยนำไปใช้ในภารกิจดังนี้:
- การขนส่งและส่งกำลังบำรุง: ใช้ขนส่งอุปกรณ์และบุคลากรในพื้นที่ทุรกันดาร
- การเฝ้าระวังและกู้ภัย: ใช้ในภารกิจตรวจการณ์ทางทะเลและค้นหาและกู้ภัย (Search and Rescue)
- กีฬาทางอากาศ: เป็นที่นิยมในกลุ่มนักกระโดดร่มและหน่วยดับไฟป่า (Smokejumpers) เนื่องจากมีทางลาดท้ายเครื่อง (Rear Ramp) ที่อำนวยความสะดวกในการเข้าออกและปล่อยตัว
- การวิจัยทางวิทยาศาสตร์: เช่น สายการบิน Skytraders ของออสเตรเลียที่ใช้ C-212 สนับสนุนทีมวิจัยทางวิทยาศาสตร์ในทวีปแอนตาร์กติกาและมหาสมุทรใต้
คำถามที่พบบ่อย
CASA C-212 Aviocar คือเครื่องบินประเภทใด?
เป็นเครื่องบินขนส่งขนาดกลางขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เทอร์โบพร็อพ มีความสามารถในการขึ้นลงในระยะทางสั้น (STOL) ออกแบบมาเพื่อใช้งานทั้งทางทหารและพลเรือน
ทำไม C-212 ถึงเป็นที่นิยมในกลุ่มนักกระโดดร่ม?
เพราะมีการออกแบบให้มีทางลาดท้ายเครื่อง (Rear Ramp) ซึ่งช่วยให้การเข้าออกของนักกระโดดร่มและอุปกรณ์ทำได้สะดวกและรวดเร็ว ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่หาได้ยากในเครื่องบินคู่แข่งระดับเดียวกัน
ปัจจุบันการผลิต C-212 ดำเนินการที่ไหน?
การผลิตในสเปนสิ้นสุดลงในปี 2012 และได้มีการโอนย้ายการผลิตทั้งหมดไปยังประเทศอินโดนีเซีย โดยบริษัท Indonesian Aerospace (IAe) ซึ่งผลิตรุ่นปรับปรุงอย่าง NC212i
รุ่น -400 ของ C-212 มีการปรับปรุงอะไรบ้าง?
รุ่น -400 มีการติดตั้งห้องนักบินแบบกระจก (Glass Cockpit) และเปลี่ยนไปใช้เครื่องยนต์ Honeywell TPE331 ที่มีกำลังแรงมากขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้า

