← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ภาวะลิ่มเลือดอุดตันในโพรงไซนัสเคเวอนัส (Cavernous Sinus Thrombosis)

สรุปใจความสำคัญ

  • ภาวะลิ่มเลือดอุดตันในโพรงไซนัสเคเวอนัส (CST) เป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต
  • เชื้อ Staphylococcus aureus เป็นสาเหตุหลักที่พบได้บ่อยที่สุด (70% ของกรณี)
  • MRI และ MR Venogram เป็นเครื่องมือวินิจฉัยที่มีความไวสูงสุดในการตรวจพบลิ่มเลือดอุดตันในโพรงไซนัสเคเวอนัส
  • อาการเด่นที่พบบ่อยคือ ตาโปน (Exophthalmos) และอัมพาตของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 6

ภาวะลิ่มเลือดอุดตันในโพรงไซนัสเคเวอนัส (Cavernous Sinus Thrombosis หรือ CST) คือการก่อตัวของลิ่มเลือดภายในโพรงไซนัสเคเวอนัส ซึ่งเป็นช่องว่างบริเวณฐานสมองที่ทำหน้าที่ระบายเลือดที่ไม่มีออกซิเจนจากสมองกลับสู่หัวใจ ภาวะนี้เป็นโรคที่พบได้น้อยแต่มีความรุนแรงสูงและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

ภาพประกอบภาวะลิ่มเลือดอุดตันในโพรงไซนัสเคเวอนัส
ภาพประกอบแสดงตำแหน่งและลักษณะของภาวะลิ่มเลือดอุดตันในโพรงไซนัสเคเวอนัส

ภาวะ CST แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่:

  • Septic Cavernous Thrombosis: เป็นรูปแบบที่พบบ่อยที่สุด เกิดจากการแพร่กระจายของเชื้อโรคจากจมูก ไซนัส หู หรือฟัน
  • Aseptic Cavernous Thrombosis: มักเกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุ การขาดน้ำ ภาวะโลหิตจาง และความผิดปกติอื่นๆ

อาการและสัญญาณเตือน

อาการของ CST มีความหลากหลาย โดยอาจเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง หรือค่อยเป็นค่อยไป ขึ้นอยู่กับโครงสร้างทางกายวิภาคที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะเส้นประสาทสมองคู่ที่ 3 ถึง 6 และการระบายเลือดจากเบ้าตา

อาการเด่นที่พบบ่อย

  • ตาโปน (Exophthalmos): การบวมของเนื้อเยื่อรอบดวงตาและตาโปนออกมา
  • การมองเห็นลดลง: อาจเกิดจากความดันในหลอดเลือดดำที่สูงขึ้นจนทำให้เกิดเลือดออกในจอประสาทตา หรือนำไปสู่การตาบอดได้
  • อาการทางประสาท: อัมพาตของเส้นประสาทสมอง (Cranial Nerve Palsies) โดยเฉพาะเส้นประสาทคู่ที่ 6 ซึ่งพบบ่อยที่สุด ทำให้ตาเขหรือเคลื่อนไหวลูกตาไม่ได้
  • อาการทั่วไป: ปวดศีรษะรุนแรง กลัวแสง (Photophobia) มีไข้ หัวใจเต้นเร็ว และอาจมีอาการคอแข็ง (Nuchal Rigidity)

สาเหตุของการเกิดโรค

ภาวะ Septic CST มักเกิดจากการแพร่กระจายของเชื้อโรคจากบริเวณใกล้เคียง ดังนี้:

  • ฝีในจมูก (Nasal Furuncle): พบได้ประมาณ 50% ของกรณี
  • ไซนัส (Sphenoidal หรือ Ethmoidal Sinuses): พบได้ประมาณ 30%
  • การติดเชื้อที่ฟัน: พบได้ประมาณ 10%
  • แหล่งอื่นๆ: เช่น ต่อมทอนซิล เพดานอ่อน หูชั้นกลาง หรือการติดเชื้อในเบ้าตา (Orbital Cellulitis)

เชื้อที่พบบ่อยที่สุดคือ Staphylococcus aureus (พบใน 70% ของผู้ป่วย) ตามด้วย Streptococcus นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากเชื้อแบคทีเรียแกรมลบ เชื้อไม่ใช้ออกซิเจน (Anaerobes) หรือเชื้อรา เช่น Aspergillus fumigatus และ Mucormycosis ในกรณีที่พบได้น้อย

การวินิจฉัย

การวินิจฉัย CST ทำได้โดยการประเมินทางคลินิก ร่วมกับการตรวจทางห้องปฏิบัติการและภาพถ่ายทางรังสีเพื่อยืนยัน

การตรวจทางห้องปฏิบัติการ

  • CBC, ESR และการเพาะเชื้อ: เพื่อระบุแหล่งติดเชื้อและชนิดของเชื้อโรค
  • การเจาะหลัง (Lumbar Puncture): เพื่อแยกโรคออกจากภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (Meningitis)

การตรวจทางรังสี

  • CT Scan: อาจพบการหนาตัวของหลอดเลือดดำ (Superior Ophthalmic Vein) และความผิดปกติในโพรงไซนัสเคเวอนัส
  • MRI และ MR Venogram: เป็นวิธีที่ไวที่สุดและเป็นทางเลือกแรกในการวินิจฉัย โดยจะแสดงความผิดปกติของหลอดเลือดแดง Internal Carotid และสัญญาณความเข้มสูงในบริเวณที่เกิดลิ่มเลือดอุดตัน

การรักษา

การรักษาต้องทำอย่างรวดเร็วเพื่อป้องกันความเสียหายถาวร โดยเน้นที่การกำจัดแหล่งติดเชื้อและการใช้ยาปฏิชีวนะ

การใช้ยาปฏิชีวนะ

มีการใช้ยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดดำที่มีขอบเขตกว้าง (Broad-spectrum IV antibiotics) จนกว่าจะทราบชนิดของเชื้อที่แน่นอน เช่น:

  • Nafcillin: 1.5 กรัม ทุก 4 ชั่วโมง
  • Cefotaxime: 1.5 ถึง 2 กรัม ทุก 4 ชั่วโมง
  • Metronidazole: ให้ยาโหลดเริ่มต้น 15 มก./กก. ตามด้วย 7.5 มก./กก. ทุก 6 ชั่วโมง
  • Vancomycin: ใช้ในกรณีที่สงสัยเชื้อ MRSA หรือเชื้อ Streptococcus pneumoniae ที่ดื้อยา

ในบางกรณีอาจจำเป็นต้องมีการผ่าตัดระบายหนอง (Surgical Drainage) เพื่อลดความดันและกำจัดแหล่งติดเชื้อ

คำถามที่พบบ่อย

ภาวะลิ่มเลือดอุดตันในโพรงไซนัสเคเวอนัสเกิดจากอะไร?

ส่วนใหญ่เกิดจากการแพร่กระจายของเชื้อโรคจากบริเวณใกล้เคียง เช่น ฝีในจมูก ไซนัสอักเสบ หรือการติดเชื้อที่ฟัน ซึ่งเชื้อจะเดินทางผ่านหลอดเลือดดำเข้าสู่โพรงไซนัสเคเวอนัส

อาการที่สังเกตได้ชัดเจนที่สุดคืออะไร?

อาการที่สังเกตได้ชัดเจนที่สุดคือ ตาโปน (Exophthalmos) ร่วมกับอาการบวมรอบดวงตา ปวดศีรษะ และการเคลื่อนไหวของลูกตาที่ผิดปกติเนื่องจากเส้นประสาทสมองถูกกดทับ

หากสงสัยว่าเป็นโรคนี้ควรทำอย่างไร?

ควรพบแพทย์โดยด่วนที่สุด เนื่องจากเป็นภาวะติดเชื้อรุนแรงที่สามารถแพร่กระจายไปยังสมองและทำให้ตาบอดหรือเสียชีวิตได้หากไม่ได้รับการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะอย่างรวดเร็ว