← กลับไปยังบทความทั้งหมด

กฎหมายและข้อจำกัดการใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถในสหรัฐอเมริกา

สรุปใจความสำคัญ

  • สหรัฐฯ ใช้การบังคับใช้กฎหมายทั้งแบบปฐมภูมิ (สั่งหยุดรถได้ทันที) และทุติยภูมิ (ต้องมีความผิดอื่นร่วมด้วย)
  • ไม่มีรัฐใดห้ามใช้โทรศัพท์ทุกรูปแบบสำหรับทุกคน แต่หลายรัฐห้ามใช้แบบถือ (Handheld) โดยเด็ดขาด
  • การส่งข้อความขณะขับรถจนนำไปสู่การเสียชีวิตในบางกรณีอาจถูกพิจารณาเป็นความผิดทางอาญาระดับ Class C felony ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี
  • การใช้โทรศัพท์มือถือเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุทางรถยนต์ในสหรัฐฯ ประมาณ 26% ตามรายงานของ National Safety Council

ในสหรัฐอเมริกา มีการบังคับใช้กฎหมายที่หลากหลายเพื่อควบคุมการใช้โทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ โดยผู้ขับขี่ เพื่อลดอุบัติเหตุที่เกิดจากการเสียสมาธิ แนวทางการบังคับใช้กฎหมายมีความแตกต่างกันไปตามแต่ละรัฐ โดยบางกฎหมายมุ่งเน้นไปที่ผู้ขับขี่มือใหม่หรือผู้ขับขี่รถเชิงพาณิชย์ ในขณะที่บางกฎหมายครอบคลุมผู้ขับขี่ทุกคน นอกจากนี้ยังมีข้อแตกต่างระหว่างการห้ามใช้เครื่องมือแบบถือ (Handheld) และการใช้ระบบแฮนด์ฟรี (Hands-free)

ป้ายเตือนห้ามใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ
การรณรงค์เพื่อลดการใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับขี่เพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน

รูปแบบการบังคับใช้กฎหมาย

กฎหมายที่ควบคุมการขับขี่ขณะเสียสมาธิในสหรัฐฯ แบ่งออกเป็นสองประเภทหลักตามลักษณะการบังคับใช้ของเจ้าหน้าที่:

  • การบังคับใช้แบบปฐมภูมิ (Primary Enforcement): เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถสั่งหยุดรถและออกใบสั่งแก่ผู้ขับขี่ที่ใช้โทรศัพท์มือถือแบบถือได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องมีการกระทำผิดกฎจราจรอื่นร่วมด้วย ซึ่งกฎหมายระดับรัฐส่วนใหญ่ในสหรัฐฯ ใช้รูปแบบนี้ ยกเว้นในบางกรณีที่เกี่ยวข้องกับผู้ขับขี่มือใหม่
  • การบังคับใช้แบบทุติยภูมิ (Secondary Enforcement): เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถสั่งหยุดรถหรือออกใบสั่งเรื่องการใช้โทรศัพท์ได้ก็ต่อเมื่อผู้ขับขี่ได้กระทำความผิดกฎจราจรหลักอย่างอื่นก่อน เช่น ขับรถเร็วเกินกำหนด หรือไม่หยุดรถตามสัญญาณไฟ

นอกจากนี้ รัฐบาลกลางได้สนับสนุนให้รัฐต่าง ๆ เปลี่ยนมาใช้การบังคับใช้แบบปฐมภูมิผ่านพระราชบัญญัติ Moving Ahead for Progress in the 21st Century Act (MAP-21) ในปี 2012 โดยมีการจัดสรรเงินทุนสนับสนุนสำหรับรัฐที่มีกฎหมายบังคับใช้แบบปฐมภูมิเพื่อต่อต้านการขับขี่ขณะเสียสมาธิ

ข้อกำหนดในระดับรัฐและเขตปกครอง

ปัจจุบันไม่มีรัฐใดในสหรัฐฯ ที่สั่งห้ามการใช้โทรศัพท์มือถือทุกรูปแบบสำหรับผู้ขับขี่ทุกคน แต่มีหลายรัฐและเขตปกครอง เช่น แคลิฟอร์เนีย, นิวยอร์ก, นิวเจอร์ซีย์ และวอชิงตัน ดี.ซี. ที่สั่งห้ามผู้ขับขี่ทุกคนใช้โทรศัพท์แบบถือขณะขับรถ

กลุ่มผู้ขับขี่ที่ถูกควบคุมเป็นพิเศษ

  • ผู้ขับขี่มือใหม่: มี 36 รัฐและวอชิงตัน ดี.ซี. ที่สั่งห้ามการใช้โทรศัพท์มือถือทุกรูปแบบสำหรับผู้ขับขี่ที่เพิ่งได้รับใบอนุญาตขับขี่
  • ผู้ขับขี่รถโรงเรียน: 19 รัฐและวอชิงตัน ดี.ซี. ห้ามผู้ขับขี่รถโรงเรียนใช้โทรศัพท์มือถือทุกชนิดหากมีเด็กนักเรียนอยู่บนรถ

ในบางรัฐ เช่น โอไฮโอ มีกฎเกณฑ์เฉพาะ เช่น "กฎการปัดครั้งเดียว" (One-swipe rule) ซึ่งอนุญาตให้มีการโต้ตอบกับอุปกรณ์ได้ในระดับที่จำกัดมาก

กฎหมายการห้ามออกกฎระเบียบท้องถิ่น (Preemption Laws)

ในหลายพื้นที่ หน่วยงานท้องถิ่นมักออกกฎหมายห้ามการขับขี่ขณะเสียสมาธิของตนเอง อย่างไรก็ตาม มีบางรัฐ เช่น ฟลอริดา, เคนทักกี, ลุยเซียนา, มิสซิสซิปปี, เนวาดา, เพนซิลเวเนีย และโอคลาโฮมา ที่มีกฎหมายห้ามไม่ให้ท้องถิ่นออกกฎระเบียบเกี่ยวกับการใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถแยกต่างหาก เพื่อให้เกิดความเป็นเอกภาพในระดับรัฐ

ภาพจำลองการใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ
การใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับขี่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุอย่างมีนัยสำคัญ

ผลกระทบและสถิติการขับขี่ขณะเสียสมาธิ

การใช้โทรศัพท์มือถือส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความปลอดภัยทางถนน โดยมีข้อมูลสนับสนุนดังนี้:

  • สถิติอุบัติเหตุ: รายงานจาก National Safety Council ในปี 2014 ระบุว่าการใช้โทรศัพท์มือถือเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุทางรถยนต์ในสหรัฐฯ ถึง 26% โดยส่วนใหญ่เกิดจากการสนทนาผ่านโทรศัพท์ทั้งแบบถือและแฮนด์ฟรี มากกว่าการส่งข้อความ (Texting) ซึ่งคิดเป็น 5% ของอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับโทรศัพท์
  • ความสูญเสียทางเศรษฐกิจและชีวิต: ข้อมูลจาก State Farm ในปี 2010 ระบุว่าการใช้โทรศัพท์มือถือทำให้เกิดการชน 636,000 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 330,000 ราย และเสียชีวิต 2,700 ราย คิดเป็นมูลค่าความเสียหายสูงถึง 4.3 หมื่นล้านดอลลาร์
  • ข้อมูลจาก NHTSA: ในปี 2018 National Highway Traffic Safety Administration (NHTSA) รายงานว่ามีผู้เสียชีวิต 2,841 รายจากการขับขี่ขณะเสียสมาธิ โดยในจำนวนนี้เป็นผู้ขับขี่ 1,730 ราย ผู้โดยสาร 605 ราย คนเดินเท้า 400 ราย และผู้ปั่นจักรยาน 77 ราย โดยระบุว่าการส่งข้อความขณะขับรถเป็นสิ่งที่น่ากังวลที่สุด

คำถามที่พบบ่อย

การบังคับใช้แบบปฐมภูมิ (Primary Enforcement) คืออะไร?

คือการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถสั่งหยุดรถและออกใบสั่งแก่ผู้ขับขี่ที่ใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องพบการกระทำผิดกฎจราจรอื่นร่วมด้วย

ผู้ขับขี่มือใหม่มีข้อจำกัดในการใช้โทรศัพท์มากกว่าผู้ขับขี่ทั่วไปหรือไม่?

ใช่ ใน 36 รัฐและวอชิงตัน ดี.ซี. มีกฎหมายห้ามผู้ขับขี่มือใหม่ใช้โทรศัพท์มือถือทุกรูปแบบขณะขับรถ เพื่อความปลอดภัยและลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ

การส่งข้อความขณะขับรถมีโทษรุนแรงเพียงใด?

ในบางกรณี หากพิสูจน์ได้ว่าการส่งข้อความขณะขับรถนำไปสู่การเสียชีวิตของผู้ร่วมทาง จะถูกถือเป็นความผิดทางอาญาระดับ Class C felony ซึ่งอาจมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 10 ปี