เชซาเร ปาเวเซ นักเขียนผู้ทรงอิทธิพลแห่งวรรณกรรมอิตาลีสมัยใหม่
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นนักเขียนและกวีชาวอิตาลีที่มีอิทธิพลอย่างมากในศตวรรษที่ 20
- ได้รับรางวัล Strega Prize ในปี ค.ศ. 1950 จากผลงานเรื่อง La bella estate
- มีบทบาทสำคัญในการแปลวรรณกรรมภาษาอังกฤษและอเมริกันให้เป็นภาษาอิตาลี
- เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายในปี ค.ศ. 1950 เนื่องจากภาวะซึมเศร้าและความผิดหวังทางการเมือง
เชซาเร ปาเวเซ (Cesare Pavese; 9 กันยายน ค.ศ. 1908 – 27 สิงหาคม ค.ศ. 1950) เป็นนักเขียนชาวอิตาลีที่มีความสามารถหลากหลาย ทั้งในฐานะนักเขียนนวนิยาย กวี นักเขียนเรื่องสั้น นักแปล นักวิจารณ์วรรณกรรม และนักเรียงความ เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนักเขียนที่มีอิทธิพลมากที่สุดของอิตาลีในยุคสมัยของเขา
ชีวิตช่วงต้นและการศึกษา
ปาเวเซเกิดที่เมืองซานโต สเตฟาโน เบลโบ (Santo Stefano Belbo) ในจังหวัดคูเนโอ (Cuneo) ซึ่งเป็นหมู่บ้านบ้านเกิดของบิดาและเป็นสถานที่ที่ครอบครัวของเขาเดินทางมาพักผ่อนในช่วงฤดูร้อนของทุกปี เขาเริ่มเรียนระดับประถมศึกษาที่นี่ ก่อนจะย้ายไปศึกษาต่อในเมืองตูริน (Turin)
เขาเข้าศึกษาที่ Liceo Classico Massimo d'Azeglio ในตูริน โดยมีอาจารย์ผู้มีอิทธิพลอย่างมากคือ ออกุสโต มอนตี (Augusto Monti) นักเขียนและนักการศึกษาที่เน้นรูปแบบการเขียนที่เรียบง่ายและปราศจากการใช้สำนวนโวหารที่ฟุ่มเฟือย ต่อมาปาเวเซสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยตูริน โดยเขียนวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับกวีนิพนธ์ของ วอลต์ วิทแมน (Walt Whitman)
ในช่วงวัยหนุ่ม ปาเวเซมีความสนใจในวรรณกรรมภาษาอังกฤษอย่างมาก โดยมี เลโอเน กินซ์เบิร์ก (Leone Ginzburg) ผู้เชี่ยวชาญด้านวรรณกรรมรัสเซียและนักวิจารณ์วรรณกรรมเป็นที่ปรึกษา เขาได้แปลผลงานของนักเขียนชาวอเมริกันและอังกฤษทั้งรุ่นคลาสสิกและรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่แปลกใหม่สำหรับผู้อ่านชาวอิตาลีในขณะนั้น
การถูกจับกุมและการเผชิญหน้ากับลัทธิฟาสซิสต์
แม้ปาเวเซจะนิยามตนเองว่าเป็นคนไม่ฝักใฝ่การเมืองในยุคที่สังคมมีความขัดแย้งสูง แต่เขามักคลุกคลีอยู่ในกลุ่มต่อต้านฟาสซิสต์ ในปี ค.ศ. 1935 เขาถูกจับกุมและตัดสินโทษฐานครอบครองจดหมายจากนักโทษการเมือง หลังจากถูกจำคุกเป็นเวลาไม่กี่เดือน เขาถูกส่งตัวไปกักบริเวณภายใน (confino) ในหมู่บ้านบรันคาเลโอเน (Brancaleone) แคว้นคาลาเบรีย ทางตอนใต้ของอิตาลี ซึ่งเป็นบทลงโทษที่ใช้กับผู้กระทำผิดทางการเมืองในระดับไม่ร้ายแรง
หลังจากพ้นโทษหนึ่งปี ปาเวเซกลับมายังตูรินและทำงานเป็นบรรณาธิการและนักแปลให้กับสำนักพิมพ์ จูลิโอ เอนาอูดี (Giulio Einaudi) ซึ่งเป็นสำนักพิมพ์ฝ่ายซ้าย โดยทำงานร่วมกับ นาตาเลีย กินซ์เบิร์ก (Natalia Ginzburg)
ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และชีวิตหลังสงคราม
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ปาเวเซถูกเรียกตัวเข้ากองทัพฟาสซิสต์ขณะพำนักอยู่ในกรุงโรม แต่เนื่องจากอาการหอบหืด เขาจึงต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลทหารเป็นเวลา 6 เดือน เมื่อเขากลับมายังตูริน เมืองถูกยึดครองโดยกองทัพเยอรมัน เพื่อนส่วนใหญ่ของเขาเข้าร่วมกับกลุ่มพาร์ทิซาน (Partisans) เพื่อต่อสู้ปลดแอก แต่ปาเวเซไม่ได้เข้าร่วมการต่อสู้ด้วยอาวุธ โดยเขาได้หลบหนีไปยังเนินเขาแถบเซร์ราลุงกา ดิ เครอา (Serralunga di Crea)

หลังสิ้นสุดสงคราม ปาเวเซเข้าเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์อิตาลี (Italian Communist Party) และทำงานให้กับหนังสือพิมพ์ L'Unità ซึ่งเป็นกระบอกเสียงของพรรค ผลงานส่วนใหญ่ของเขาถูกตีพิมพ์ในช่วงเวลานี้
บั้นปลายชีวิตและมรณกรรม
ในช่วงท้ายของชีวิต ปาเวเซมักเดินทางกลับไปยังเล ลังเก (Le Langhe) พื้นที่บ้านเกิดซึ่งเป็นสถานที่ที่เขาพบความสงบทางใจ อย่างไรก็ตาม เขาต้องเผชิญกับภาวะซึมเศร้า ความผิดหวังจากการเมือง และความล้มเหลวในความสัมพันธ์กับ คอนสแตนซ์ ดาวลิง (Constance Dowling) นักแสดงสาว ซึ่งเขาได้อุทิศนวนิยายเล่มสุดท้ายและกวีนิพนธ์บางชิ้นให้แก่เธอ
ในปี ค.ศ. 1950 ปาเวเซได้รับรางวัล Strega Prize จากผลงานเรื่อง La bella estate (The Beautiful Summer) ซึ่งประกอบด้วยนวนิยายขนาดสั้นสามเรื่อง แต่ในเวลาต่อมาในปีเดียวกัน เขาได้ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองด้วยการกินยาบาร์บิทูเรตเกินขนาดในห้องพักโรงแรม
ผลงานเล่มสุดท้ายของเขาคือ La luna e i falò (The Moon and the Bonfires) ซึ่งตีพิมพ์ในอิตาลีปี ค.ศ. 1950 และแปลเป็นภาษาอังกฤษในปี ค.ศ. 1952
ลักษณะเด่นและธีมในผลงาน
ตัวละครเอกในงานของปาเวเซมักเป็นคนที่โดดเดี่ยว ไม่ว่าจะด้วยความตั้งใจหรือสถานการณ์บังคับ ความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครมักเป็นแบบชั่วคราวและผิวเผิน แม้จะมีความปรารถนาในความสามัคคีหรือความผูกพันกับผู้อื่น แต่ตัวละครมักจบลงด้วยการทรยศต่ออุดมคติหรือมิตรสหาย
พื้นที่แถบเล ลังเก (Le Langhe) มีอิทธิพลอย่างสูงต่อผลงานของเขา โดยถูกใช้เป็นฉากหลังที่สะท้อนถึงความเหงา ความทรงจำ และความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ
คำถามที่พบบ่อย
เชซาเร ปาเวเซ คือใคร?
เชซาเร ปาเวเซ เป็นนักเขียน กวี และนักแปลชาวอิตาลีที่มีชื่อเสียงในศตวรรษที่ 20 โดยมีผลงานโดดเด่นทั้งในนวนิยาย เรื่องสั้น และการแปลวรรณกรรมต่างประเทศ
ผลงานที่สร้างชื่อเสียงที่สุดของปาเวเซคืออะไร?
ผลงานที่โดดเด่น ได้แก่ La luna e i falò (The Moon and the Bonfires) และ La bella estate (The Beautiful Summer) ซึ่งเล่มหลังทำให้เขาได้รับรางวัล Strega Prize
ปาเวเซมีความเกี่ยวข้องกับการเมืองอย่างไร?
เขาเคยถูกจำคุกและกักบริเวณในยุคฟาสซิสต์เนื่องจากความเกี่ยวข้องกับกลุ่มต่อต้านฟาสซิสต์ และหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เขาได้เข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์อิตาลี
สาเหตุการเสียชีวิตของปาเวเซคืออะไร?
เขาเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายด้วยการใช้ยาบาร์บิทูเรตเกินขนาดในปี ค.ศ. 1950 โดยมีสาเหตุมาจากภาวะซึมเศร้าและความผิดหวังทางการเมืองและความรัก