← กลับไปยังบทความทั้งหมด

วรรณกรรมภาษาเวเนเชียน

สรุปใจความสำคัญ

  • วรรณกรรมภาษาเวเนเชียนเริ่มต้นจากภาษาถิ่น (vernacular) และมีหลักฐานการเขียนปรากฏตั้งแต่ศตวรรษที่ 12
  • Carlo Goldoni เป็นนักเขียนบทละครที่ทรงอิทธิพลที่สุดในวรรณกรรมภาษาเวเนเชียน โดยนำภาษาของสามัญชนมาใช้ในละครตลก
  • ภาษาเวเนเชียนเคยเป็นภาษากลาง (lingua franca) ในภูมิภาคเมดิเตอร์เรเนียนในช่วงที่สาธารณรัฐเวนิสรุ่งเรือง
  • ปัจจุบันภาษานี้ยังคงมีการใช้งานในรูปแบบของภาษา Talian ในประเทศบราซิล

วรรณกรรมภาษาเวเนเชียน (Venetian literature) คือกลุ่มผลงานเขียนที่สร้างสรรค์ขึ้นในภาษาเวเนเชียน ซึ่งเป็นภาษาถิ่น (vernacular) ของภูมิภาคที่ครอบคลุมพื้นที่เมืองเวนิสและบริเวณโดยรอบ โดยมีหลักฐานการเขียนปรากฏตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 เป็นต้นมา วรรณกรรมประเภทนี้สะท้อนถึงอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและการเมืองของสาธารณรัฐเวนิสในยุคที่ภาษานี้มีบทบาทสำคัญในฐานะภาษากลาง (lingua franca) ของภูมิภาคเมดิเตอร์เรเนียน

จุดเริ่มต้นและยุคแรกเริ่ม

หลักฐานแรกเริ่มของการก่อตัวของภาษาเวเนเชียนและภาษาอิตาลีคือ Veronese Riddle ซึ่งเขียนขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 8 ถึงต้นศตวรรษที่ 9 โดยเป็นภาษาที่กึ่งกลางระหว่างภาษาละตินและภาษาถิ่น

สำหรับชิ้นงานที่เป็นภาษาเวเนเชียนอย่างสมบูรณ์ชิ้นแรกคือ Ritmo bellunese ซึ่งเขียนขึ้นประมาณปี ค.ศ. 1198 โดยเนื้อหาเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเมืองเบลลูโน (Belluno) ระหว่างปี ค.ศ. 1183 ถึง 1196

การขยายตัวในศตวรรษที่ 13 และ 14

ศตวรรษที่ 13 การเติบโตของชนชั้นเมือง

ในศตวรรษที่ 13 วรรณกรรมภาษาเวเนเชียนมีการขยายตัวอย่างรวดเร็วเพื่อตอบสนองรสนิยมของชนชั้นเมืองที่กำลังเติบโต โดยเฉพาะผลงานจาก โรงเรียนเวโรนา (Veronese School) ซึ่งมีนักเขียนคนสำคัญคือ Giacomino da Verona ผู้เขียนบทกวี De Gerusalem Celesti (ว่าด้วยกรุงเยรูซาเล็มแห่งสวรรค์) และ De Babilonia Civitate Infernali (ว่าด้วยกรุงบาบิโลนแห่งนรก)

ศตวรรษที่ 14 ศูนย์กลางที่เมืองปาดัว

ในช่วงศตวรรษที่ 14 เมืองปาดัว (Padua) กลายเป็นศูนย์กลางของการผลิตวรรณกรรมภาษาเวเนเชียน ผลงานที่สำคัญในยุคนี้ ได้แก่:

  • Bibbia istoriata padovana และ Liber agregà of Serapion (หรือ Erbario Carrarese) ซึ่งเป็นตำราการแพทย์ที่แปลจากภาษาละติน โดยมีต้นฉบับเดิมเป็นภาษาอาหรับ
  • ผลงานของ Francesco di Vannozzo (ประมาณ ค.ศ. 1330–1389)
  • Trattato de regimine rectoris โดย Paolino Veneto (ค.ศ. 1313–1315) ซึ่งเป็นคู่มือการปกครองสำหรับผู้ปกครองเมืองแคนเดีย (Candia) ของเวนิส
  • Cronaca de la guera tra Veniciani e Zenovesi โดย Daniele da Chinazzo ซึ่งเป็นพงศาวดารว่าด้วยสงครามชิออจจา (War of Chioggia) ระหว่างปี ค.ศ. 1379 ถึง 1381

นอกจากนี้ ยังมีวรรณกรรมประเภท Franco-Venetian ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างภาษาเวเนเชียนและภาษาฝรั่งเศสยุคกลาง ผลงานที่โดดเด่นคือ Entrée d'Espagne และ La prise de Pampelune โดย Niccolò da Verona

ยุคทองและอิทธิพลทางละคร

ภาษาเวเนเชียนได้รับความนิยมและมีเกียรติอย่างสูงในช่วงที่สาธารณรัฐเวนิสมีความรุ่งเรือง โดยมีนักเขียนบทละครคนสำคัญสองท่านที่ใช้ภาษาเวเนเชียนในการสร้างสรรค์ผลงาน:

  • Ruzante (ค.ศ. 1502–1542): ผู้ใช้ภาษาเวเนเชียนในบทละครตลกขบขัน
  • Carlo Goldoni (ค.ศ. 1707–1793): นักเขียนบทละครผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในสายภาษาเวเนเชียน ผู้ปฏิรูปละครเวทีโดยนำภาษาของสามัญชนมาใช้แทนที่รูปแบบเดิมของ Commedia dell'Arte ผลงานของ Goldoni ยังคงมีการจัดแสดงจนถึงปัจจุบัน

นอกจากนี้ยังมีผลงานสำคัญอื่นๆ เช่น การแปลมหากาพย์ Iliad เป็นภาษาเวเนเชียนโดย Casanova (ค.ศ. 1725–1798) และ Francesco Boaretti รวมถึงบทกวีของ Biagio Marin (ค.ศ. 1891–1985) ซึ่งช่วยให้วรรณกรรมภาษาเวเนเชียนยังคงดำรงอยู่ได้แม้หลังจากสาธารณรัฐเวนิสล่มสลายลง

สถานะในปัจจุบัน

ในปัจจุบัน ภาษาเวเนเชียนยังคงมีการใช้งานและสร้างสรรค์วรรณกรรมอยู่ในหลายพื้นที่ รวมถึงในประเทศบราซิล ซึ่งเรียกภาษานี้ว่า Talian โดยกลุ่มผู้อพยพจากแคว้นเวเนโต (Veneto) ในรัฐรีโอกรันดีดูซูล (Rio Grande do Sul) และรัฐซานตากาตารีนา (Santa Catarina) ยังคงใช้ภาษานี้ในการเขียนและสื่อสาร

คำถามที่พบบ่อย

วรรณกรรมภาษาเวเนเชียนแตกต่างจากวรรณกรรมภาษาอิตาลีอย่างไร?

วรรณกรรมภาษาเวเนเชียนเขียนขึ้นในภาษาเวเนเชียน ซึ่งเป็นภาษาถิ่น (vernacular) ของภูมิภาคเวนิส ซึ่งมีความแตกต่างจากภาษาอิตาลีมาตรฐานในด้านคำศัพท์ ไวยากรณ์ และสะท้อนถึงอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของสาธารณรัฐเวนิสโดยเฉพาะ

ใครคือนักเขียนที่สำคัญที่สุดของวรรณกรรมภาษาเวเนเชียน?

Carlo Goldoni เป็นนักเขียนบทละครที่ได้รับการยอมรับว่ามีความสำคัญที่สุด โดยเขาได้ปฏิรูปละครเวทีโดยใช้ภาษาเวเนเชียนเพื่อสะท้อนชีวิตของสามัญชน

ภาษาเวเนเชียนยังคงมีการใช้งานอยู่ในปัจจุบันหรือไม่?

ใช่ ภาษานี้ยังคงมีการใช้งานอยู่ ทั้งในภูมิภาคเวเนโตของอิตาลี และในกลุ่มผู้อพยพชาวเวเนเชียนในบราซิล ซึ่งเรียกภาษานี้ว่า Talian