เชฟรอน คอร์ปอเรชัน ยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานระดับโลก
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นบริษัททายาทรายใหญ่อันดับสองของ Standard Oil รองจาก ExxonMobil
- เป็นบริษัทด้านพลังงานเพียงแห่งเดียวที่ยังคงอยู่ในดัชนี Dow Jones Industrial Average
- มีการดำเนินงานครอบคลุมมากกว่า 180 ประเทศทั่วโลก
- ควบรวมกิจการกับ Gulf Oil ในปี 1985 และ Texaco ในปี 2001
เชฟรอน คอร์ปอเรชัน (Chevron Corporation) เป็นบริษัทพลังงานข้ามชาติสัญชาติอเมริกันที่มีความเชี่ยวชาญหลักในด้านน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ โดยเป็นบริษัททายาทรายใหญ่เป็นอันดับสองที่สืบเชื้อสายมาจาก Standard Oil และมีการดำเนินงานครอบคลุมมากกว่า 180 ประเทศทั่วโลก

โครงสร้างธุรกิจและการดำเนินงาน
เชฟรอนเป็นบริษัทที่มีการบูรณาการในแนวดิ่ง (Vertically Integrated) ซึ่งหมายความว่าบริษัทควบคุมกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ โดยครอบคลุมกิจกรรมดังต่อไปนี้:
- การสำรวจและผลิต: การค้นหาแหล่งไฮโดรคาร์บอนและการขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ
- การกลั่นและการตลาด: การนำน้ำมันดิบมากลั่นเป็นผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิงและจำหน่ายผ่านสถานีบริการ
- การขนส่ง: การบริหารจัดการระบบโลจิสติกส์เพื่อเคลื่อนย้ายพลังงาน
- เคมีภัณฑ์: การผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี
- การผลิตไฟฟ้า: การนำทรัพยากรพลังงานมาเปลี่ยนเป็นกระแสไฟฟ้า
บริษัทจำหน่ายเชื้อเพลิง น้ำมันหล่อลื่น สารเติมแต่ง และผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี โดยมีตลาดหลักอยู่ในอเมริกาเหนือฝั่งตะวันตก ชายฝั่งอ่าวสหรัฐฯ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เกาหลีใต้ และออสเตรเลีย ในปี 2023 เชฟรอนได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในอันดับที่ 10 ของ Fortune 500 และเป็นบริษัทด้านน้ำมันและก๊าซเพียงแห่งเดียวที่ยังคงอยู่ในดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (Dow Jones Industrial Average) หลังจากที่ ExxonMobil ออกจากดัชนีในปี 2020
ประวัติความเป็นมา
ยุคเริ่มต้นและบริษัทต้นกำเนิด
รากฐานของเชฟรอนเริ่มต้นจากการค้นพบน้ำมันที่แหล่ง Pico Canyon ในเทือกเขา Santa Susana ทางตอนเหนือของลอสแอนเจลิสในปี 1876 โดยบริษัท Star Oil ซึ่งการค้นพบนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของอุตสาหกรรมน้ำมันสมัยใหม่ในแคลิฟอร์เนีย ต่อมาในปี 1879 ได้มีการก่อตั้ง Pacific Coast Oil Company ซึ่งเข้าซื้อสินทรัพย์ของ Star Oil ด้วยเงินทุน 1 ล้านดอลลาร์ และกลายเป็นผู้เล่นรายใหญ่ที่สุดในแคลิฟอร์เนีย ก่อนที่จะถูก Standard Oil ของ John D. Rockefeller เข้าซื้อกิจการในปี 1900
ในปี 1906 Pacific Coast ได้เข้าซื้อกิจการของ Standard Oil Company (Iowa) และเปลี่ยนชื่อเป็น Standard Oil Company (California)
การแยกตัวของ Standard Oil และการกำเนิดชื่อเชฟรอน

ในปี 1911 รัฐบาลสหรัฐฯ ได้สั่งให้แยก Standard Oil ออกเป็นบริษัทลูกหลายแห่งตามกฎหมาย Sherman Antitrust Act ซึ่ง Standard Oil Company (California) เป็นหนึ่งในบริษัทที่ถูกแยกออกมา และได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม "Seven Sisters" ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทน้ำมัน 7 แห่งที่ครองตลาดน้ำมันโลกในช่วงต้นศตวรรษที่ 20
ในปี 1926 บริษัทได้เปลี่ยนชื่อเป็น Standard Oil Co. of California (SOCAL) โดยมีเงื่อนไขว่าสามารถใช้ชื่อ "Standard" ได้เฉพาะในพื้นที่ชายฝั่งแปซิฟิก รัฐเนวาดา และรัฐแอริโซนาเท่านั้น สำหรับพื้นที่นอกเหนือจากนี้ต้องใช้ชื่ออื่น ซึ่งนำไปสู่การใช้ชื่อ Chevron ในเวลาต่อมา
การควบรวมกิจการครั้งสำคัญ
เชฟรอนมีการเติบโตผ่านการควบรวมกิจการครั้งใหญ่สองครั้งที่สำคัญ:
- การควบรวมกับ Gulf Oil (1985): Socal ได้ควบรวมกิจการกับ Gulf Oil ซึ่งมีฐานอยู่ในพิตต์สเบิร์ก และเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น Chevron อย่างเป็นทางการ
- การควบรวมกับ Texaco (2001): เชฟรอนได้ควบรวมกิจการกับ Texaco ซึ่งเป็นบริษัทที่เคยเป็นพันธมิตรใกล้ชิดกันมานานกว่า 100 ปี (รวมถึงการร่วมทุนในชื่อ Caltex เพื่อขุดเจาะน้ำมันในซาอุดีอาระเบียในปี 1936) การควบรวมครั้งนี้ทำให้เชฟรอนกลายเป็นหนึ่งในบริษัทพลังงานที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ประเด็นวิพากษ์วิจารณ์และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
เชฟรอนเผชิญกับข้อพิพาททางกฎหมายและเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางเกี่ยวกับผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะกรณีความเสียหายทางนิเวศวิทยาใกล้แหล่งน้ำมัน Lago Agrio ซึ่งเป็นมรดกความขัดแย้งที่สืบทอดมาจาก Texaco ก่อนที่เชฟรอนจะเข้าซื้อกิจการในปี 2001 นอกจากนี้ บริษัทยังถูกวิจารณ์เกี่ยวกับการดำเนินโครงการขุดเจาะน้ำมันในเขตมหานครลอสแอนเจลิสและในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก
ในด้านการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รายงานระบุว่าในปี 2024 เชฟรอนมีความรับผิดชอบต่อการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) จำนวน 512 ล้านตัน ซึ่งคิดเป็นประมาณ 1.33% ของการปล่อยก๊าซ CO2 ทั่วโลก
คำถามที่พบบ่อย
เชฟรอน (Chevron) ก่อตั้งขึ้นเมื่อใดและมีที่มาอย่างไร?
เชฟรอนมีรากฐานมาจากการค้นพบน้ำมันในแคลิฟอร์เนียปี 1876 โดย Star Oil และพัฒนาผ่าน Pacific Coast Oil Company ก่อนจะกลายเป็น Standard Oil Company (California) และถูกแยกตัวออกมาเป็นบริษัทอิสระหลังการแตกตัวของ Standard Oil ในปี 1911
Caltex คืออะไร?
Caltex เป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง Standard Oil Company (California) และ Texaco ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1936 เพื่อดำเนินกิจกรรมการขุดเจาะและผลิตน้ำมันในประเทศซาอุดีอาระเบีย
ทำไมเชฟรอนถึงใช้ชื่อ Standard ในบางรัฐของสหรัฐฯ?
เนื่องจากข้อตกลงในการแยกตัวของ Standard Oil ในปี 1911 ทำให้บริษัทสามารถใช้ชื่อ Standard ได้เฉพาะในบางพื้นที่ทางตะวันตกและตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐฯ เพื่อรักษาเครื่องหมายการค้าตามกฎหมาย 'use-it-or-lose-it' บริษัทจึงยังคงดำเนินกิจการสถานีบริการภายใต้แบรนด์ Standard ในบางรัฐ
เชฟรอนมีความเกี่ยวข้องกับกรณี Lago Agrio อย่างไร?
เชฟรอนต้องรับผิดชอบต่อข้อพิพาททางกฎหมายเกี่ยวกับความเสียหายทางสิ่งแวดล้อมในแหล่งน้ำมัน Lago Agrio ซึ่งเป็นผลจากการดำเนินงานของ Texaco ก่อนที่เชฟรอนจะเข้าซื้อกิจการ Texaco ในปี 2001
