คริสตจักรคริสเตียนและคริสตจักรแห่งพระคริสต์ (กลุ่มอิสระ)
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นกลุ่มคริสตจักรในขบวนการฟื้นฟู (Restoration Movement) ที่เน้นความเป็นอิสระของแต่ละคริสตจักรและไม่มีสังกัดนิกาย
- ใช้เครื่องดนตรีในการนมัสการ ซึ่งทำให้แตกต่างจากกลุ่ม Churches of Christ ที่ร้องเพลงแบบ a cappella
- แยกตัวออกจาก Christian Church (Disciples of Christ) เนื่องจากความขัดแย้งเรื่องลัทธิสมัยใหม่ทางเทววิทยาและการรับสมาชิกแบบเปิด
คริสตจักรคริสเตียนและคริสตจักรแห่งพระคริสต์ (Independent Christian Churches and Christian Churches & Churches of Christ) เป็นกลุ่มของคริสตจักรที่รวมตัวกันอย่างหลวมๆ ภายใต้แนวคิดของ ขบวนการฟื้นฟู (Restoration Movement) หรือที่รู้จักในชื่อ ขบวนการสโตน-แคมป์เบลล์ (Stone–Campbell Movement) โดยมีลักษณะเด่นคือการไม่มีสังกัดนิกายอย่างเป็นทางการ และยึดถือหลักการความเป็นอิสระของแต่ละคริสตจักร (Congregationalism) อย่างเคร่งครัด
ลักษณะสำคัญและอัตลักษณ์
คริสตจักรในกลุ่มนี้ไม่มีชื่อเรียกที่เป็นทางการสำหรับขบวนการในภาพรวม เนื่องจากไม่มีองค์กรกลางที่ควบคุมดูแล แต่ส่วนใหญ่จะใช้ชื่อว่า "คริสตจักรคริสเตียน" (Christian Church) หรือ "คริสตจักรแห่งพระคริสต์" (Church of Christ) ในชื่อของแต่ละคริสตจักร
การตั้งชื่อคริสตจักร
ตามธรรมเนียมของกลุ่มนี้ จะไม่นำชื่อบุคคลหรือชื่อครอบครัวมาตั้งเป็นชื่อคริสตจักร เนื่องจากเชื่อว่าคริสตจักรถูกสถาปนาขึ้นโดยพระคริสต์ แต่สามารถใช้ชื่อทางภูมิศาสตร์เพื่อระบุตำแหน่งที่ตั้งได้ เช่น "คริสตจักรคริสเตียนแห่ง [ชื่อเมือง]" อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันบางคริสตจักรได้เริ่มเปลี่ยนไปใช้ชื่อที่ทันสมัยและกว้างขึ้น เช่น "ชุมชนคริสเตียนแห่ง [ชื่อเมือง]" เพื่อให้เข้าถึงผู้คนในท้องถิ่นได้มากขึ้น
ความแตกต่างจากกลุ่มอื่นในขบวนการฟื้นฟู
แม้จะมีรากฐานทางประวัติศาสตร์ร่วมกับกลุ่ม Christian Church (Disciples of Christ) และ Churches of Christ (กลุ่ม a cappella) แต่กลุ่มคริสตจักรอิสระมีความแตกต่างที่สำคัญดังนี้:
- ความเป็นอิสระ: ปฏิเสธการรวมตัวเป็นนิกายหรือมีโครงสร้างการบริหารส่วนกลาง
- การใช้เครื่องดนตรี: แตกต่างจากกลุ่ม Churches of Christ (a cappella) ตรงที่กลุ่มคริสตจักรอิสระอนุญาตให้ใช้เครื่องดนตรีในการนมัสการ
ประวัติการแยกตัวจาก Disciples of Christ
การแยกตัวของคริสตจักรกลุ่มอิสระออกจาก Christian Church (Disciples of Christ) หรือ DoC ไม่ได้เกิดขึ้นในทันที แต่เป็นกระบวนการที่ยาวนานซึ่งมีสาเหตุมาจากความขัดแย้งทางเทววิทยาในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ใน 3 ประเด็นหลัก:
- ลัทธิสมัยใหม่ทางเทววิทยา (Theological Modernism): ความเห็นที่แตกต่างกันในการตีความคัมภีร์ไบเบิล
- ขบวนการเอกภาพคริสตจักร (Ecumenical Movement): แนวทางการร่วมมือกับนิกายอื่น
- การรับสมาชิกแบบเปิด (Open Membership): ข้อพิพาทเรื่องการยอมรับบุคคลที่ไม่ได้ผ่านการบัพติศมาโดยการจุ่ม (Immersion) ให้เป็นสมาชิกเต็มตัว
ความขัดแย้งนี้นำไปสู่การก่อตั้ง North American Christian Convention (NACC) ในปี 1927 โดยกลุ่มอนุรักษนิยม เพื่อเป็นพื้นที่รวมตัวแทนการเข้าร่วมประชุมของ DoC และมีการใช้สื่อสิ่งพิมพ์อย่างวารสาร Christian Standard ในการสร้างความสามัคคีในกลุ่ม
สถิติและจำนวนสมาชิก
เนื่องจากไม่มีการจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นทางการ ข้อมูลจำนวนสมาชิกจึงมาจากการประมาณการและสมุดรายนามที่ไม่เป็นทางการ เช่น Directory of the Ministry ซึ่งระบุว่าในปี 2016 มีคริสตจักรประมาณ 5,000 แห่งในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา (บางแหล่งประมาณการว่าอาจสูงถึง 6,000 แห่ง)
สำหรับจำนวนสมาชิกในสหรัฐอเมริกา มีแนวโน้มดังนี้:
| ปี | จำนวนสมาชิก (ประมาณการ) | จำนวนคริสตจักร |
|---|---|---|
| 1988 | 1,071,616 | - |
| 2010 | 1,453,160 | 5,293 |
| 2020 | 1,379,041 | 4,787 |
คำถามที่พบบ่อย
คริสตจักรคริสเตียนและคริสตจักรแห่งพระคริสต์ (กลุ่มอิสระ) ต่างจากนิกายอื่นอย่างไร?
ต่างตรงที่ไม่มีโครงสร้างการบริหารส่วนกลางหรือสังกัดนิกาย โดยแต่ละคริสตจักรมีอำนาจตัดสินใจเป็นอิสระ และยึดถือการกลับไปสู่รูปแบบคริสตจักรในยุคแรกตามคัมภีร์ไบเบิล
ทำไมกลุ่มนี้ถึงใช้ชื่อ 'คริสตจักรคริสเตียน' หรือ 'คริสตจักรแห่งพระคริสต์'?
เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ชื่อบุคคลหรือชื่อนิกาย โดยเชื่อว่าคริสตจักรเป็นของพระคริสต์ ไม่ใช่ของมนุษย์ จึงใช้ชื่อที่ระบุถึงความเป็นคริสเตียนหรือพระคริสต์โดยตรง
ความแตกต่างระหว่างกลุ่มนี้กับ Churches of Christ คืออะไร?
ความแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดคือการใช้เครื่องดนตรีในการนมัสการ โดยกลุ่มอิสระจะใช้เครื่องดนตรี แต่กลุ่ม Churches of Christ จะไม่ใช้เครื่องดนตรี (a cappella)


