Climate TRACE นวัตกรรมติดตามการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแบบเรียลไทม์
สรุปใจความสำคัญ
- Climate TRACE ใช้ AI และข้อมูลดาวเทียมในการติดตามการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และมีเทนแบบเรียลไทม์
- ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน 100 สิ่งประดิษฐ์ที่ดีที่สุดของปี 2020 โดยนิตยสาร Time
- ข้อมูลจะถูกอัปเดตทุกเดือน โดยมีความล่าช้าจากเหตุการณ์จริงเพียง 2 เดือน
Climate TRACE (Tracking Real-Time Atmospheric Carbon Emissions) คือกลุ่มอิสระที่มุ่งเน้นการตรวจสอบและเผยแพร่ข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยเริ่มเปิดตัวในปี 2021 ก่อนการประชุม COP26 เพื่อยกระดับการตรวจสอบ การรายงาน และการทวนสอบ (MRV) ของทั้งก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซมีเทนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
การทำงานและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย
กลุ่ม Climate TRACE ใช้การผสมผสานระหว่าง ข้อมูลจากดาวเทียม และ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อติดตามแหล่งกำเนิดมลพิษทั่วโลก เช่น เหมืองถ่านหินและปล่องควันของโรงไฟฟ้า โดยไม่ได้เป็นเจ้าของดาวเทียมเอง แต่ใช้ข้อมูลที่มีอยู่มาวิเคราะห์อย่างแม่นยำ
ด้วยความสามารถนี้ นิตยสาร Time จึงได้ยกย่องให้ Climate TRACE เป็นหนึ่งในร้อยสิ่งประดิษฐ์ที่ดีที่สุดของปี 2020 โดยได้สร้างแผนที่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งเป็นคลังข้อมูลแบบโต้ตอบที่ช่วยให้ผู้ใช้เห็นแหล่งกำเนิดการปล่อยก๊าซได้อย่างชัดเจน
ผลกระทบต่อการเมืองและนโยบายด้านภูมิอากาศ
Kelly Sims Gallagher ระบุว่าเครื่องมือนี้สามารถส่งผลต่อการเมืองเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ โดยการลดข้อพิพาทเกี่ยวกับการรายงานข้อมูล (MRV) และผลักดันให้ประเทศต่างๆ ยื่นคำมั่นสัญญาในการลดการปล่อยก๊าซที่ทะเยอทะยานและชัดเจนยิ่งขึ้น
ความท้าทายในการรายงานข้อมูลแบบเดิม
ในปัจจุบัน การรายงานข้อมูลการปล่อยก๊าซมีข้อจำกัดหลายประการ ดังนี้:
- ประเทศพัฒนาแล้ว: มักส่งรายงานประจำปีต่อ UNFCCC หลังจากสิ้นสุดปีที่ตรวจสอบไปแล้วกว่าหนึ่งปี
- ประเทศกำลังพัฒนา: ภายใต้ข้อตกลงปารีส จะส่งรายงานทุกๆ สองปี
- ช่องว่างของข้อมูล: บางประเทศที่เป็นผู้ปล่อยก๊าซรายใหญ่ เช่น อิหร่าน ซึ่งไม่ได้ให้สัตยาบันในข้อตกลงปารีส ไม่ได้ส่งบัญชีรายการก๊าซเรือนกระจกในช่วงทศวรรษ 2020
เพื่อแก้ปัญหานี้ Climate TRACE จึงปล่อยข้อมูลชุดใหม่ทุกเดือน โดยมีความล่าช้าเพียง 2 เดือนหลังจากมีการปล่อยก๊าซจริง
วิธีการวิเคราะห์ข้อมูล
การติดตามการปล่อยก๊าซจากโรงไฟฟ้าทำได้โดยการฝึกซอฟต์แวร์ด้วย Supervised Learning เพื่อนำภาพถ่ายดาวเทียมมาประมวลผลร่วมกับข้อมูลเปิดอื่นๆ เช่น ชุดข้อมูลจากรัฐบาล, OpenStreetMap และรายงานของบริษัท นอกจากนี้ยังมีการติดตามเรือขนส่งสินค้าขนาดใหญ่เพื่อทำความเข้าใจการปล่อยก๊าซจากการขนส่งทางทะเลระหว่างประเทศให้ดียิ่งขึ้น
สมาชิกของเครือข่าย
ณ ปี 2023 ความร่วมมือนี้ประกอบด้วยสมาชิกจากหลายภาคส่วน:
- องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร: CarbonPlan, Earthrise Alliance, Global Energy Monitor, Hudson Carbon, OceanMind, Rocky Mountain Institute, TransitionZero และ WattTime
- บริษัทเอกชน: Blue Sky Analytics และ Hypervine
- บุคคลสำคัญ: อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ อัล กอร์ (Al Gore)
คำถามที่พบบ่อย
Climate TRACE คืออะไร?
คือกลุ่มอิสระที่ใช้เทคโนโลยี AI และดาวเทียมเพื่อตรวจสอบและรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากแหล่งต่างๆ ทั่วโลกแบบเรียลไทม์
Climate TRACE ใช้ดาวเทียมของตัวเองหรือไม่?
ไม่ Climate TRACE ไม่ได้เป็นเจ้าของดาวเทียมเอง แต่ใช้ข้อมูลจากดาวเทียมที่มีอยู่ร่วมกับปัญญาประดิษฐ์ในการวิเคราะห์
ทำไม Climate TRACE ถึงมีความสำคัญต่อข้อตกลงด้านภูมิอากาศ?
เพราะช่วยลดข้อพิพาทเรื่องการรายงานข้อมูลการปล่อยก๊าซที่มักจะล่าช้าหรือไม่ครบถ้วน ทำให้ประเทศต่างๆ ต้องมีความโปร่งใสและตั้งเป้าหมายการลดก๊าซที่ชัดเจนขึ้น