← กลับไปยังบทความทั้งหมด

เรือฟริเกตชั้น Colony ประวัติและการออกแบบในสงครามโลกครั้งที่ 2

สรุปใจความสำคัญ

  • สร้างขึ้นในสหรัฐอเมริกาโดยบริษัท Walsh-Kaiser เพื่อส่งมอบให้ราชนาวีอังกฤษภายใต้โครงการ Lend-Lease
  • ดัดแปลงมาจากแบบเรือชั้น Tacoma ของสหรัฐฯ ซึ่งมีพื้นฐานมาจากเรือชั้น River ของอังกฤษ
  • HMS Caicos เป็นเรือลำเดียวในชั้นนี้ที่ถูกใช้เป็นเรือตรวจจับอากาศยานเพื่อป้องกันระเบิด V-1
  • ใช้อาวุธหลักเป็นปืนขนาด 3 นิ้วของสหรัฐฯ แทนปืนขนาด 4 นิ้วของอังกฤษเพื่อความรวดเร็วในการผลิต

เรือฟริเกตชั้น Colony เป็นชุดเรือฟริเกตจำนวน 21 ลำ ที่ถูกสร้างขึ้นในสหรัฐอเมริกาโดยบริษัท Walsh-Kaiser ในเมืองโพรวิเดนซ์ รัฐโรดไอแลนด์ เพื่อส่งมอบให้กับราชนาวีอังกฤษ (Royal Navy) ภายใต้โครงการให้เช่า-ยืม (Lend-Lease) ในปี ค.ศ. 1944 โดยเรือแต่ละลำได้รับชื่อตามอาณานิคมขนาดเล็กของอังกฤษหรือดินแดนในเครือจักรภพ

เรือฟริเกตชั้น Colony
ตัวอย่างลักษณะของเรือฟริเกตชั้น Colony ที่ใช้ในภารกิจคุ้มกันกองเรือ

ประวัติและการออกแบบ

เรือเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นโดยใช้แบบเรือตรวจการณ์ชั้น Tacoma ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ซึ่งเป็นการดัดแปลงมาจากแบบเรือฟริเกตชั้น River ของราชนาวีอังกฤษ โดยมีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้สามารถใช้วัสดุและชิ้นส่วนที่มีอยู่ในสหรัฐอเมริกาได้สะดวกขึ้น

จุดแตกต่างที่สำคัญคือการใช้ปืนขนาด 3 นิ้ว (76 มม.) ของสหรัฐฯ เป็นอาวุธหลัก แทนที่จะเป็นปืน QF 4 นิ้ว (102 มม.) Mk XIX ของอังกฤษ นอกจากนี้ เรือชั้นนี้ยังถูกสร้างขึ้นตามมาตรฐานการต่อเรือพาณิชย์เพื่อให้สามารถผลิตได้อย่างรวดเร็วในอู่ต่อเรือที่ปกติไม่ได้สร้างเรือรบ แม้ว่าจะสร้างได้เร็วกว่าเรือชั้น River แต่ก็ต้องใช้ชั่วโมงการทำงานมากกว่าและมีต้นทุนสูงกว่าประมาณสองเท่า

การปฏิบัติการและภารกิจพิเศษ

เรือส่วนใหญ่ในชั้น Colony ทำหน้าที่ลาดตระเวนและคุ้มกันกองเรือในช่วงปลายของสงครามโลกครั้งที่ 2 อย่างไรก็ตาม มีเรือลำหนึ่งที่โดดเด่นคือ HMS Caicos ซึ่งถูกดัดแปลงให้เป็นเรือตรวจจับอากาศยาน โดยประจำการอยู่ในทะเลเหนือเพื่อตรวจจับระเบิดบิน V-1 ที่พุ่งเป้ามายังสหราชอาณาจักร

ข้อมูลทางเทคนิค

หัวข้อรายละเอียด
เครื่องยนต์หม้อต้ม 3 ชุด, กังหัน 2 ชุด (5,500 SHP ต่อชุด), เพลา 2 ชุด
อาวุธหลักปืนต่อสู้อากาศยานขนาด 3 นิ้ว/50 จำนวน 3 กระบอก
อาวุธรองปืน 40 มม. 4 กระบอก, ปืน 20 มม. 9 กระบอก
อาวุธปราบเรือดำน้ำเครื่องยิง Hedgehog 1 เครื่อง, เครื่องยิงระเบิดลึก Y-gun 8 เครื่อง, รางปล่อยระเบิดลึก 2 ราง

ชะตากรรมหลังสงคราม

หลังสิ้นสุดสงคราม ราชนาวีอังกฤษได้ส่งคืนเรือส่วนใหญ่ให้กับกองทัพเรือสหรัฐฯ ในปี 1945 และ 1946 ซึ่งสหรัฐฯ ได้ทำการแยกชิ้นส่วนทำลายทิ้งเกือบทั้งหมดเนื่องจากมองว่าด้อยกว่าเรือคุ้มกันทำลายเรือดำน้ำ (Destroyer Escorts) ในด้านอื่น ๆ ยกเว้นเรื่องระยะการเดินทาง

อย่างไรก็ตาม มีเรือบางลำที่ถูกขายต่อไปยังประเทศอื่น เช่น HMS Caicos ที่ถูกขายให้กับอาร์เจนตินาในปี 1947 และรับใช้ในกองทัพเรืออาร์เจนตินาจนถึงปี 1969 และมีเรืออีกสองลำที่ถูกขายให้แก่ประเทศอียิปต์

รายชื่อเรือที่สำคัญ

  • HMS Anguilla (K500): ส่งคืนปี 1946, แยกชิ้นส่วนปี 1949
  • HMS Caicos (K505): ขายให้อาร์เจนตินาในชื่อ Santísima Trinidad และต่อมาคือ Comodoro Augusto Lasserre
  • HMS Papua (K588): ขายให้อียิปต์และจมลงในอ่าวสุเอซปี 1953
  • HMS Tobago (K585): ขายให้อียิปต์และถูกใช้เป็นเรือปิดกั้นคลองสุเอซปี 1956

คำถามที่พบบ่อย

เรือฟริเกตชั้น Colony แตกต่างจากเรือชั้น River อย่างไร?

เรือชั้น Colony ถูกสร้างในสหรัฐฯ โดยใช้วัสดุและอาวุธของสหรัฐฯ (เช่น ปืน 3 นิ้ว) เพื่อให้ผลิตได้รวดเร็วขึ้น และสร้างตามมาตรฐานเรือพาณิชย์ ต่างจากเรือชั้น River ที่สร้างในอังกฤษ แคนาดา และออสเตรเลีย

เรือชั้นนี้มีบทบาทสำคัญอย่างไรในสงครามโลกครั้งที่ 2?

ส่วนใหญ่ทำหน้าที่ลาดตระเวนและคุ้มกันกองเรือขนส่งสินค้า แต่มี HMS Caicos ที่ทำหน้าที่พิเศษในการตรวจจับระเบิดบิน V-1 ในทะเลเหนือ

เกิดอะไรขึ้นกับเรือเหล่านี้หลังจบสงคราม?

ส่วนใหญ่ถูกส่งคืนสหรัฐฯ และถูกแยกชิ้นส่วนทำลายทิ้ง มีเพียงไม่กี่ลำที่ถูกขายให้ประเทศอื่น เช่น อาร์เจนตินา และอียิปต์