Combat Infantryman Badge เครื่องหมายเชิดชูเกียรติทหารราบของกองทัพบกสหรัฐฯ
สรุปใจความสำคัญ
- เครื่องหมาย CIB ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1943 ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อเพิ่มขวัญและกำลังใจให้แก่ทหารราบ
- ทหารที่มีชั้นยศสูงกว่าพันเอก (นายพล) ไม่สามารถได้รับเครื่องหมายนี้ได้
- ผู้ได้รับเครื่องหมายต้องผ่านการรบภาคพื้นดินจริงภายใต้การยิงของศัตรู ไม่ใช่เพียงแค่การสังกัดหน่วยรบในพื้นที่ขัดแย้ง
Combat Infantryman Badge (CIB) หรือเครื่องหมายทหารราบที่ผ่านการรบจริง คือเครื่องหมายเชิดชูเกียรติของกองทัพบกสหรัฐฯ ที่มอบให้แก่ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยทหารราบหรือหน่วยรบพิเศษ (Special Forces) ที่มีขนาดระดับกองพลน้อย (Brigade) หรือเล็กกว่า และได้ผ่านการรบภาคพื้นดินอย่างต่อเนื่องหลังจากวันที่ 6 ธันวาคม ค.ศ. 1941
เครื่องหมายนี้จะมอบให้แก่ทหารที่มีชั้นยศตั้งแต่พันเอก (Colonel) ลงมาเท่านั้น โดยมีจุดประสงค์เพื่อยกย่องความกล้าหาญและการเสียสละของทหารราบ ซึ่งเป็นเหล่าทหารที่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงสูงสุดในการเป็นผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตในสนามรบ
ประวัติการก่อตั้ง
ในช่วงเริ่มต้นของสงครามโลกครั้งที่ 2 สหรัฐฯ ประสบปัญหาในการรับสมัครทหารเข้าสู่เหล่าทหารราบ เนื่องจากทหารหลายคนพยายามหลีกเลี่ยงหน้าที่นี้เพราะความยากลำบากและอัตราการสูญเสียที่สูง ในขณะที่การยอมรับจากสาธารณชนยังคงต่ำ พลโท Lesley J. McNair ผู้บัญชาการกองกำลังภาคพื้นดินของกองทัพบกสหรัฐฯ จึงได้ผลักดันให้มีการสร้างเครื่องหมายเพื่อเชิดชูเกียรติทหารราบโดยเฉพาะ
เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม ค.ศ. 1943 กระทรวงสงครามได้ประกาศจัดตั้งเครื่องหมาย Combat Infantryman Badge (CIB) และ Expert Infantryman Badge (EIB) เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ รวมถึงส่งเสริมจิตวิญญาณของหน่วยทหารราบ โดย CIB ได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการผ่านคำสั่งบริหารเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน ค.ศ. 1943
เกณฑ์การได้รับเครื่องหมาย CIB
ทหารที่จะได้รับเครื่องหมาย CIB จะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามข้อกำหนดดังต่อไปนี้:
- ยศและบทบาท: ต้องเป็นทหารราบหรือทหารรบพิเศษ (Specialty Skill Identifier 11 หรือ 18) ที่มีชั้นยศไม่เกินพันเอก และปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งนั้นอย่างน่าพอใจ
- การสังกัดหน่วย: ต้องสังกัดหรือถูกส่งไปปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยทหารราบ, เรนเจอร์ (Ranger) หรือหน่วยรบพิเศษ ที่มีขนาดระดับกองพลน้อย (Brigade), กรม (Regiment) หรือเล็กกว่า
- การปฏิบัติการรบ: ต้องอยู่ในเหตุการณ์การรบภาคพื้นดินจริง โดยอยู่ภายใต้การยิงของศัตรู และมีส่วนร่วมในการรบอย่างแข็งขัน (เพียงแค่การได้รับเครดิตการรบในแคมเปญไม่เพียงพอต่อการได้รับเครื่องหมายนี้)
- กฎเกณฑ์สำหรับรบพิเศษ: ทหารรบพิเศษที่ไม่มีรหัส MOS/SSI ของทหารราบหรือรบพิเศษจะไม่ได้รับสิทธิ์ โดยทหารรบพิเศษสายสนับสนุน (Non-medical Special Forces) เริ่มได้รับสิทธิ์ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม ค.ศ. 1989
- กฎการยิงโดยตรง (Direct Fire Rule): ตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน ค.ศ. 2001 เป็นต้นไป ทหารที่เข้าเกณฑ์ต้องอยู่ภายใต้การยิงและเข้าประชิดเพื่อทำลายศัตรูด้วยการยิงโดยตรงเท่านั้น
การออกแบบเครื่องหมาย

เครื่องหมาย CIB มีความกว้าง 3 นิ้ว (76 มม.) และสูง 1 นิ้ว (25 มม.) ประกอบด้วยสี่เหลี่ยมขอบเงิน พื้นหลังสีน้ำเงิน มีรูปปืนคาบศิลา Springfield Model 1795 Musket อยู่ตรงกลาง ล้อมรอบด้วยช่อชัยพฤกษ์สีเงินทรงรี สำหรับการได้รับเครื่องหมายนี้ซ้ำในสงครามหรือความขัดแย้งที่แตกต่างกัน จะมีการติดดาวห้าแฉกสีเงินไว้ที่ส่วนบนของช่อชัยพฤกษ์เพื่อระบุจำนวนครั้งที่ได้รับ
คำถามที่พบบ่อย
Combat Infantryman Badge (CIB) แตกต่างจาก Expert Infantryman Badge (EIB) อย่างไร?
CIB มอบให้แก่ทหารที่ผ่านการรบจริงในสนามรบ (Combat) ในขณะที่ EIB มอบให้ให้แก่ทหารราบที่ผ่านการทดสอบทักษะทางทหารอย่างเข้มข้น (Expertise) โดยไม่ต้องผ่านการรบจริง
นายพลสามารถได้รับเครื่องหมาย CIB ได้หรือไม่?
ไม่ได้ นายพล (General Officers) ไม่ได้รับสิทธิ์ในการขอรับเครื่องหมาย CIB ตามกฎเกณฑ์ปัจจุบัน
ทหารรบพิเศษ (Special Forces) สามารถได้รับ CIB ได้หรือไม่?
ใช่ ทหารรบพิเศษที่มีรหัส MOS/SSI ที่กำหนดสามารถได้รับเครื่องหมายนี้ได้ หากปฏิบัติหน้าที่ในทหารราบและผ่านการรบภาคพื้นดินจริง
