← กลับไปยังบทความทั้งหมด

สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ แนวทางและประเภทการใช้งาน

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นสัญญาอนุญาตที่สร้างความยืดหยุ่นระหว่าง 'สงวนลิขสิทธิ์ทั้งหมด' และ 'สาธารณสมบัติ'
  • เวอร์ชันล่าสุดคือ 4.0 ซึ่งเปิดตัวในปี 2013 เพื่อให้รองรับกฎหมายสากล
  • ไม่แนะนำให้ใช้กับซอฟต์แวร์ แต่แนะนำให้ใช้สัญญาอนุญาต FOSS แทน
  • เมื่อประกาศใช้แล้ว สัญญาอนุญาต CC จะไม่สามารถเพิกถอนได้ (Irrevocable)

สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ (Creative Commons license หรือ CC license) คือชุดของสัญญาอนุญาตลิขสิทธิ์สาธารณะที่สร้างขึ้นโดย Creative Commons ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรในสหรัฐอเมริกา เพื่อให้ผู้สร้างสรรค์ผลงานสามารถอนุญาตให้ผู้อื่นนำผลงานที่มีลิขสิทธิ์ไปเผยแพร่ ใช้งาน หรือดัดแปลงได้โดยไม่ต้องขออนุญาตเป็นรายครั้ง หากผู้ใช้งานปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในสัญญาอนุญาตนั้นๆ

ระบบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างความยืดหยุ่นระหว่างการถือครองลิขสิทธิ์แบบเต็มรูปแบบ (All Rights Reserved) และการปล่อยผลงานให้เป็นสาธารณสมบัติ (Public Domain) ช่วยให้ผู้สร้างสรรค์สามารถกำหนดระดับการเปิดกว้างของผลงานได้ตามความต้องการ เช่น อนุญาตให้ใช้เพื่อการศึกษาแต่ไม่อนุญาตให้ใช้เพื่อการค้า

ประวัติและความเป็นมา

ภาพของ Aaron Swartz และ Lawrence Lessig ผู้มีบทบาทสำคัญในด้านเสรีภาพของข้อมูล
Aaron Swartz (ซ้าย) และ Lawrence Lessig (ขวา) ผู้ผลักดันแนวคิดการเข้าถึงข้อมูลอย่างเสรี

สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ถูกออกแบบโดย Lawrence Lessig และ Eric Eldred ในปี 2001 เพื่อตอบสนองต่อความจำเป็นในการมีเครื่องมือทางกฎหมายที่อยู่กึ่งกลางระหว่างกฎหมายลิขสิทธิ์ที่เข้มงวดและการเป็นสาธารณสมบัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากคำตัดสินของศาลฎีกาสหรัฐฯ ในคดี Eldred v. Ashcroft ซึ่งมีการขยายระยะเวลาคุ้มครองลิขสิทธิ์ออกไปเป็นตลอดอายุขัยของผู้สร้างสรรค์บวกเพิ่มอีก 70 ปี

เวอร์ชันแรก (1.0) ถูกปล่อยออกมาอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2002 และมีการพัฒนาต่อเนื่องมาจนถึงเวอร์ชัน 4.0 ซึ่งเปิดตัวในเดือนพฤศจิกายน 2013 ซึ่งเป็นเวอร์ชันปัจจุบันที่เน้นความเป็นสากลมากขึ้น

การปรับใช้ในระดับสากล (License Porting)

เนื่องจากสัญญาอนุญาตเริ่มต้นถูกเขียนขึ้นตามระบบกฎหมายของสหรัฐอเมริกา เพื่อให้สามารถบังคับใช้ได้ในประเทศอื่นๆ Creative Commons จึงได้ดำเนินการ "Porting" หรือการปรับปรุงถ้อยคำในสัญญาให้สอดคล้องกับกฎหมายท้องถิ่นของแต่ละประเทศ ซึ่งจนถึงเดือนกรกฎาคม 2011 มีการปรับใช้ในกว่า 50 เขตอำนาจศาลทั่วโลก

ขอบเขตการใช้งานและผลงานที่รองรับ

สัญญาอนุญาต CC สามารถนำไปใช้กับผลงานใดๆ ที่อยู่ภายใต้กฎหมายลิขสิทธิ์ เช่น หนังสือ, บทละคร, ภาพยนตร์, เพลง, บทความ, ภาพถ่าย, บล็อก และเว็บไซต์

การใช้งานกับซอฟต์แวร์

แม้ว่าซอฟต์แวร์จะอยู่ภายใต้กฎหมายลิขสิทธิ์และสามารถใช้สัญญาอนุญาต CC ได้ แต่ทาง Creative Commons ไม่แนะนำ ให้ใช้กับซอฟต์แวร์ เนื่องจากข้อจำกัดด้านความเข้ากันได้กับสัญญาอนุญาตซอฟต์แวร์เสรีและโอเพนซอร์ส (FOSS) ที่มีอยู่เดิม สำหรับนักพัฒนาซอฟต์แวร์ แนะนำให้ใช้สัญญาอนุญาตประเภท FOSS แทน อย่างไรก็ตาม มีบางกรณีที่ใช้ CC เพื่อกำหนดโมเดลแบบ "Freeware" เช่น ในเกม The White Chamber หรือ Assault Cube

เงื่อนไขและผลทางกฎหมาย

  • สิทธิของผู้สร้างสรรค์: ผู้ที่นำสัญญาอนุญาต CC มาใช้ต้องเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวหรือได้รับมอบอำนาจในการให้สิทธิ
  • การเพิกถอน: สัญญาอนุญาต CC เป็นแบบไม่ผูกขาด (Non-exclusive) และไม่สามารถเพิกถอนได้ (Irrevocable) หมายความว่าเมื่อผลงานถูกเผยแพร่ภายใต้สัญญา CC แล้ว ผู้ใช้งานที่ได้รับสำเนาผลงานไปสามารถใช้งานต่อไปได้ตามเงื่อนไขเดิมแม้ผู้สร้างสรรค์จะเปลี่ยนใจในภายหลัง
  • การละเมิดสัญญา: หากผู้ใช้งานไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุในสัญญาอนุญาต จะถือว่าการอนุญาตนั้นสิ้นสุดลง และผู้ใช้งานอาจถูกฟ้องร้องฐานละเมิดลิขสิทธิ์ได้

คำถามที่พบบ่อย

สัญญาอนุญาต Creative Commons คืออะไร?

คือสัญญาอนุญาตลิขสิทธิ์สาธารณะที่ช่วยให้เจ้าของผลงานอนุญาตให้ผู้อื่นนำผลงานไปใช้ แชร์ หรือดัดแปลงได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยไม่ต้องขออนุญาตเป็นรายกรณี

ถ้าใช้สัญญาอนุญาต CC แล้ว จะยังเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์อยู่หรือไม่?

ใช่ ผู้สร้างสรรค์ยังคงเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในผลงานนั้น แต่เป็นการให้สิทธิแก่สาธารณะในการใช้งานภายใต้เงื่อนไขที่ระบุไว้

สามารถยกเลิกสัญญาอนุญาต CC หลังจากเผยแพร่ผลงานไปแล้วได้หรือไม่?

ไม่ได้ สัญญาอนุญาต CC มีลักษณะไม่สามารถเพิกถอนได้ (Irrevocable) ผู้ที่ได้รับผลงานไปแล้วสามารถใช้งานต่อไปได้ตามเงื่อนไขเดิม

ทำไมถึงไม่แนะนำให้ใช้ CC กับซอฟต์แวร์?

เพราะ CC ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อจัดการกับสิทธิในสิทธิบัตร (Patents) และอาจไม่เข้ากันกับสัญญาอนุญาตซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สมาตรฐานอื่นๆ ซึ่งสัญญาอนุญาต FOSS จะครอบคลุมประเด็นเหล่านี้ได้ดีกว่า