บริการค้นหาหนังสือของ Google
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นบริการค้นหาข้อความเต็มรูปแบบในหนังสือและนิตยสารที่สแกนเป็นดิจิทัล
- ใช้เทคโนโลยี OCR ในการแปลงภาพสแกนเป็นข้อความที่ค้นหาได้
- มีระดับการเข้าถึง 4 ระดับ ได้แก่ Full view, Preview, Snippet view และ No preview
- ศาลสหรัฐฯ ตัดสินว่าการสร้างดัชนีค้นหาและแสดง Snippet view เป็นการใช้งานโดยชอบธรรม (Fair Use)
บริการค้นหาหนังสือของ Google (Google Books) หรือที่เคยรู้จักในชื่อ Google Book Search, Google Print และชื่อรหัสโครงการว่า Project Ocean เป็นบริการจาก Google ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถค้นหาข้อความทั้งหมดภายในหนังสือและนิตยสารที่ Google ได้ทำการสแกนและแปลงเป็นข้อความดิจิทัลโดยใช้เทคโนโลยีการจดจำตัวอักษรทางแสง (Optical Character Recognition หรือ OCR) และจัดเก็บไว้ในฐานข้อมูลดิจิทัลขนาดใหญ่

ที่มาและการพัฒนา
Google เริ่มต้นโครงการนี้ผ่านสองช่องทางหลัก ได้แก่ โครงการพันธมิตรสำนักพิมพ์ (Google Books Partner Program) ซึ่งเปิดตัวในชื่อ Google Print ในงาน Frankfurt Book Fair เมื่อเดือนตุลาคม 2004 และ โครงการห้องสมุด (Library Project) ซึ่งประกาศในเดือนธันวาคม 2004 เพื่อสแกนผลงานจากคอลเลกชันของห้องสมุดพันธมิตรทั่วโลก
เป้าหมายของ Google คือการสร้างคลังความรู้ของมนุษย์ที่ใหญ่ที่สุดในรูปแบบออนไลน์ เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงความรู้ได้อย่างเท่าเทียม อย่างไรก็ตาม โครงการนี้เผชิญกับข้อวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ และความผิดพลาดของข้อความที่เกิดจากกระบวนการ OCR ที่ขาดการตรวจทานโดยมนุษย์
ระดับการเข้าถึงเนื้อหา
ผลการค้นหาจาก Google Books จะปรากฏทั้งในหน้าการค้นหาทั่วไปของ Google และในเว็บไซต์เฉพาะของ Google Books (books.google.com) โดยระดับการเข้าถึงเนื้อหาจะแบ่งออกเป็น 4 ระดับ ตามสถานะลิขสิทธิ์และการอนุญาต:
- การดูแบบเต็ม (Full view): สำหรับหนังสือที่เป็นสมบัติสาธารณะ (Public Domain) หรือหนังสือที่เจ้าของลิขสิทธิ์อนุญาตให้เผยแพร่ทั้งหมด ผู้ใช้สามารถอ่านและดาวน์โหลดได้ฟรี
- การดูแบบตัวอย่าง (Preview): สำหรับหนังสือที่ได้รับอนุญาตจากสำนักพิมพ์ ผู้ใช้สามารถดูหน้าบางส่วนได้ตามสัดส่วนที่สำนักพิมพ์กำหนด โดยจะมีลายน้ำ "Copyrighted material" ปรากฏที่ท้ายหน้า และไม่สามารถคัดลอกหรือดาวน์โหลดได้
- การดูแบบเศษเสี้ยว (Snippet view): ในกรณีที่ Google ไม่ได้รับอนุญาตให้แสดงตัวอย่าง หรือไม่สามารถระบุตัวเจ้าของลิขสิทธิ์ได้ ระบบจะแสดงข้อความเพียง 2-3 บรรทัดรอบคำที่ค้นหา เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใช้เข้าถึงเนื้อหามากเกินไปจนกระทบต่อยอดขายหนังสือ
- ไม่มีการแสดงตัวอย่าง (No preview): สำหรับหนังสือที่ยังไม่ได้ถูกสแกน ระบบจะแสดงเพียงข้อมูลเมทาดาตา (Metadata) เช่น ชื่อเรื่อง, ผู้เขียน, สำนักพิมพ์, ISBN และสารบัญ ซึ่งทำหน้าที่คล้ายกับบัตรรายการในห้องสมุด
ประเด็นทางกฎหมายและลิขสิทธิ์
การดำเนินงานของ Google Books นำไปสู่การฟ้องร้องครั้งสำคัญในสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะคดี Authors Guild v. Google ซึ่งเป็นการฟ้องร้องแบบกลุ่ม (Class-action lawsuit) โดยศาลตัดสินให้ Google ชนะคดี โดยให้เหตุผลว่าการสแกนหนังสือเพื่อสร้างดัชนีการค้นหาและการแสดงผลแบบเศษเสี้ยว (Snippet view) ถือเป็น "การใช้งานโดยชอบธรรม" (Fair Use) ซึ่งเป็นคดีสำคัญที่ส่งผลต่อแนวทางการจัดการผลงานที่ไม่มีเจ้าของลิขสิทธิ์ที่ชัดเจน (Orphan works) ในสหรัฐฯ
นอกจากนี้ ในปี 2023 การศึกษาจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ และมหาวิทยาลัยนอร์ทอีสเทิร์น พบว่าการแปลงหนังสือเป็นดิจิทัลของ Google Books กลับส่งผลบวกต่อยอดขายหนังสือเล่ม (Physical books) เนื่องจากช่วยให้ผู้ค้นพบหนังสือที่ต้องการได้ง่ายขึ้น
คำถามที่พบบ่อย
Google Books แตกต่างจากการค้นหาทั่วไปอย่างไร?
Google Books เน้นการค้นหาเนื้อหาภายในเล่มหนังสือและนิตยสารที่ถูกสแกนเป็นดิจิทัล แทนที่จะเป็นการค้นหาหน้าเว็บทั่วไป
ทำไมบางเล่มถึงอ่านได้แค่บางส่วน (Snippet view)?
เนื่องจากหนังสือเล่มนั้นยังมีลิขสิทธิ์ และ Google ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ให้แสดงเนื้อหาทั้งหมด จึงแสดงได้เพียงข้อความสั้นๆ รอบคำค้นหาเพื่อไม่ให้กระทบต่อการจำหน่าย
เจ้าของลิขสิทธิ์สามารถปฏิเสธการสแกนหนังสือได้หรือไม่?
ได้ Google มีนโยบาย Opt-out ซึ่งอนุญาตให้เจ้าของลิขสิทธิ์แจ้งรายชื่อหนังสือที่ไม่ต้องการให้สแกน หรือขอเปลี่ยนระดับการเข้าถึงเป็น 'No preview' ได้หากหนังสือถูกสแกนไปแล้ว