ยุคครีเทเชียส ยุคสุดท้ายของไดโนเสาร์และจุดเริ่มต้นของพืชดอก
สรุปใจความสำคัญ
- ยุคครีเทเชียสเป็นยุคที่ยาวนานที่สุดในมหายุคเมโซโซอิก โดยมีความยาวนานประมาณ 77.1 ล้านปี
- เป็นยุคที่พืชดอกเริ่มปรากฏขึ้นและวิวัฒนาการจนกลายเป็นพืชกลุ่มหลักของโลก
- สิ้นสุดลงด้วยการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ K-Pg ซึ่งเกิดจากการพุ่งชนของอุกกาบาตที่หลุมอุกกาบาตชิกซูลูบ
ยุคครีเทเชียส เป็นช่วงเวลาทางธรณีวิทยาที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อประมาณ 143.1 ถึง 66 ล้านปีก่อน โดยเป็นยุคสุดท้ายและยาวนานที่สุดของมหายุคเมโซโซอิก (Mesozoic Era) และเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานที่สุดในบรรดายุคทางธรณีวิทยาของมหายุคแฟนเนอโรโซอิก (Phanerozoic) ทั้งหมด โดยมีความยาวนานประมาณ 77.1 ล้านปี
ที่มาของชื่อและลักษณะทั่วไป
ชื่อ Cretaceous มาจากคำว่า creta ในภาษาละติน ซึ่งแปลว่า "ชอล์ก" เนื่องจากมีการพบชั้นหินชอล์กจำนวนมากในตะกอนที่สะสมตัวในช่วงครึ่งหลังของยุคนี้ โดยทั่วไปมักใช้ตัวย่อว่า K (มาจากคำว่า Kreide ในภาษาเยอรมัน)
ในยุคนี้ โลกมีสภาพภูมิอากาศที่ค่อนข้างอบอุ่น ส่งผลให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นจนเกิดทะเลตื้นจำนวนมากภายในทวีป ทะเลเหล่านี้เต็มไปด้วยสัตว์เลื้อยคลานทางทะเลที่ปัจจุบันสูญพันธุ์ไปแล้ว เช่น แอมโมไนต์ (Ammonites) และรูดิสต์ (Rudists) ในขณะที่บนบก ไดโนเสาร์ยังคงเป็นสัตว์ที่ครองโลก
วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต
ยุคครีเทเชียสเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวิวัฒนาการ โดยมีกลุ่มสิ่งมีชีวิตหลายชนิดที่พบในปัจจุบันมีต้นกำเนิดมาจากยุคนี้:
- พืชดอก (Flowering Plants): ปรากฏขึ้นในช่วงต้นยุคครีเทเชียสและแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นกลุ่มพืชที่โดดเด่นที่สุดในโลกเมื่อสิ้นสุดยุค
- สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและนก: เริ่มมีกลุ่มใหม่ๆ ปรากฏขึ้น รวมถึงบรรพบุรุษของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีรก (Placentals) และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีกระเป๋าหน้าท้อง (Marsupials) รวมถึงนกกลุ่มแรกๆ ที่มีลักษณะใกล้เคียงกับปัจจุบัน
- ปลาน้ำกระดูกแข็ง (Teleost fish): มีการกระจายพันธุ์และวิวัฒนาการอย่างหลากหลาย โดยเฉพาะกลุ่ม Acanthomorpha
ธรณีวิทยาและการแบ่งช่วงเวลา
ยุคครีเทเชียสถูกแบ่งออกเป็นสองช่วงหลัก คือ ครีเทเชียสตอนต้น (Early Cretaceous) และ ครีเทเชียสตอนปลาย (Late Cretaceous)
ขอบเขตของยุค
ขอบเขตล่างของยุคครีเทเชียสยังไม่มีการกำหนดจุดอ้างอิงมาตรฐานโลก (GSSP) ที่ชัดเจน เนื่องจากความแตกต่างของตัวบ่งชี้ทางชีวภาพในแต่ละภูมิภาค อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการระหว่างประเทศว่าด้วยลำดับชั้นหิน (ICS) กำหนดให้เริ่มต้นที่ประมาณ 145 ล้านปีก่อน
ส่วนขอบเขตบนของยุคนี้ถูกกำหนดไว้อย่างชัดเจนที่ 66.043 ล้านปีก่อน ซึ่งเป็นชั้นดินที่มีธาตุอิริเดียม (Iridium) สูง ซึ่งสัมพันธ์กับการพุ่งชนของอุกกาบาตขนาดใหญ่ที่สร้างหลุมอุกกาบาตชิกซูลูบ (Chicxulub crater) ในคาบสมุทรยูกาตัง ประเทศเม็กซิโก
การสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ K-Pg
ยุคครีเทเชียสสิ้นสุดลงด้วยเหตุการณ์การสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ Cretaceous–Paleogene (K-Pg extinction) ซึ่งทำให้สิ่งมีชีวิตจำนวนมากสูญสิ้นไป รวมถึงไดโนเสาร์ที่ไม่ใช่นก, เทอโรซอร์ (Pterosaurs) และสัตว์เลื้อยคลานทางทะเลขนาดใหญ่ โดยเชื่อว่าสาเหตุหลักเกิดจากการพุ่งชนของอุกกาบาตขนาดใหญ่ ซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างฉับพลันและทำลายห่วงโซ่อาหารทั่วโลก
คำถามที่พบบ่อย
ยุคครีเทเชียสแตกต่างจากยุคจูแรสซิกอย่างไร?
ยุคครีเทเชียสเป็นยุคที่ตามมาหลังยุคจูแรสซิก โดยมีความโดดเด่นในเรื่องการปรากฏขึ้นของพืชดอก และการมีอยู่ของหินชอล์กจำนวนมากในชั้นตะกอน
ทำไมถึงเรียกยุคนี้ว่า 'ครีเทเชียส'?
ชื่อมาจากภาษาละติน 'creta' ซึ่งแปลว่าชอล์ก เนื่องจากมีการพบชั้นหินชอล์กหนาในยุโรปตะวันตกในช่วงครึ่งหลังของยุคนี้
อะไรคือสาเหตุของการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่เมื่อสิ้นสุดยุคครีเทเชียส?
เชื่อว่าเกิดจากการพุ่งชนของอุกกาบาตขนาดใหญ่ในบริเวณคาบสมุทรยูกาตัง ซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรงจนสิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่สูญพันธุ์
