หมวดหินทางธรณีวิทยา หน่วยพื้นฐานของการศึกษาชั้นหิน
สรุปใจความสำคัญ
- หมวดหิน (Formation) คือหน่วยพื้นฐานของลิโทสตราติกราฟีที่จำแนกตามลักษณะทางกายภาพของหิน
- การกำหนดหมวดหินต้องใช้เกณฑ์ทางลิโทโลจีเท่านั้น เช่น องค์ประกอบแร่ เนื้อหิน และสี โดยไม่ใช้การจำแนกชนิดซากดึกดำบรรพ์
- หมวดหินต้องมีขนาดใหญ่พอที่จะสามารถนำมาเขียนลงในแผนที่ธรณีวิทยาได้
- การตั้งชื่อหมวดหินมักอ้างอิงจากชื่อสถานที่ทางภูมิศาสตร์ที่ค้นพบครั้งแรก
หมวดหิน (Geological Formation หรือเรียกสั้นๆ ว่า Formation) คือ กลุ่มของหินที่มีลักษณะทางกายภาพหรือลักษณะทางลิโทโลจี (Lithology) ที่สอดคล้องกันและมีความโดดเด่นเพียงพอที่จะแยกออกจากกลุ่มหินที่อยู่ข้างเคียงได้ หมวดหินจะครองตำแหน่งเฉพาะในลำดับชั้นหิน (Stratigraphic Column) ของภูมิภาคทางภูมิศาสตร์นั้นๆ โดยถือเป็นหน่วยพื้นฐานที่สุดของ ลิโทสตราติกราฟี (Lithostratigraphy) ซึ่งเป็นการศึกษาเกี่ยวกับชั้นหิน

เกณฑ์การกำหนดหมวดหิน
การที่จะระบุว่าหินกลุ่มหนึ่งเป็นหมวดหินได้นั้น จะต้องมีขนาดใหญ่พอที่จะสามารถนำมาเขียนลงในแผนที่ธรณีวิทยาบนพื้นผิวโลก หรือสามารถติดตามร่องรอยได้ในระดับใต้ดิน หมวดหินไม่ได้ถูกกำหนดด้วยความหนาของชั้นหิน เนื่องจากความหนาสามารถเปลี่ยนแปลงได้หลากหลาย ตั้งแต่ไม่ถึงหนึ่งเมตรไปจนถึงหลายพันเมตร โดยทั่วไปหมวดหินมักจะมีลักษณะเป็นแผ่น (Tabular) แต่ไม่เสมอไป
หมวดหินอาจประกอบด้วยหินชนิดเดียว หรือประกอบด้วยชั้นหินสองชนิดขึ้นไปที่สลับกัน หรือแม้แต่เป็นการผสมผสานของหินหลายชนิดที่มีความหลากหลาย ตราบใดที่ลักษณะโดยรวมนั้นมีความแตกต่างจากหินที่อยู่รอบข้างอย่างชัดเจน
ลักษณะทางลิโทโลจีที่ใช้จำแนก
การกำหนดขอบเขตของหมวดหินจะยึดตามความสอดคล้องทางลิโทโลจีเป็นหลัก โดยไม่ใช้เกณฑ์อื่นในการตัดสิน ซึ่งลักษณะทางลิโทโลจีประกอบด้วย:
- องค์ประกอบทางเคมีและแร่ธาตุ
- เนื้อหิน (Texture) และสี
- โครงสร้างการสะสมตัวปฐมภูมิ (Primary Depositional Structures)
- ซากดึกดำบรรพ์ที่ถือเป็นส่วนประกอบของเนื้อหิน หรือสารอินทรีย์ เช่น ถ่านหิน หรือเคโรเจน (Kerogen)
ข้อควรระวัง: การจำแนกชนิดของซากดึกดำบรรพ์ (Taxonomy of fossils) ไม่ถือเป็นเกณฑ์ทางลิโทโลจีที่ถูกต้องในการกำหนดหมวดหิน

การตั้งชื่อและการกำหนดมาตรฐาน
โดยปกติแล้ว หมวดหินจะถูกตั้งชื่อตามลักษณะทางธรรมชาติหรือสิ่งก่อสร้างที่ถาวรในพื้นที่ที่หมวดหินนั้นถูกค้นพบและอธิบายเป็นครั้งแรก ชื่อจะประกอบด้วยชื่อทางภูมิศาสตร์ตามด้วยคำว่า "หมวดหิน" (Formation) หรือชื่อลักษณะหิน เช่น "หินปูน..." (Limestone) ตัวอย่างเช่น Morrison Formation (ตั้งชื่อตามเมือง Morrison รัฐโคโลราโด) หรือ Kaibab Limestone (ตั้งชื่อตามที่ราบสูง Kaibab รัฐแอริโซนา)
เพื่อให้เกิดมาตรฐานสากล การกำหนดหมวดหินจะต้องมี สตราติไทป์ (Stratotype) ซึ่งมักจะเป็น ตอนตัวอย่าง (Type Section) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่หินในหมวดนั้นปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนตลอดทั้งความหนาของชั้นหิน หากหมวดหินไม่มีพื้นที่ที่ปรากฏให้เห็นทั้งหมด หรือมีความผันแปรทางด้านข้างสูง อาจมีการกำหนดตอนอ้างอิงเพิ่มเติม

ประโยชน์และการประยุกต์ใช้
การกำหนดหมวดหินช่วยให้นักธรณีวิทยาสามารถเปรียบเทียบและเชื่อมโยงชั้นหิน (Correlation) ในระยะทางที่ห่างไกลกันระหว่างจุดที่หินโผล่พ้นดิน (Outcrops) ได้ ซึ่งในอดีตหมวดหินถูกใช้เป็นเครื่องหมายบอกเวลาทางธรณีวิทยาโดยอาศัยกฎการวางตัวซ้อนทับ (Law of Superposition)
หมวดหินมีประโยชน์อย่างมากในการทำแผนที่ธรณีวิทยา ซึ่งช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถ:
- วิเคราะห์ประวัติศาสตร์ทางเทคโทนิก (Tectonic History) ของภูมิภาค
- คาดการณ์ตำแหน่งของทรัพยากรแร่ธาตุที่ฝังตัวอยู่ใต้ดิน
หมวดหินสามารถใช้ได้กับหินตะกอน หินแปรเกรดต่ำ และหินภูเขาไฟ ส่วนหินอัคนีแทรกซอนและหินแปรเกรดสูงมักไม่ถูกเรียกว่าหมวดหิน แต่จะใช้คำว่า ลิโทดีม (Lithodeme) แทน

ความหมายอื่นๆ ของคำว่า Formation
ในภาษาทั่วไป คำว่า "Formation" อาจถูกใช้เรียกรูปทรงแปลกๆ ของหินที่เกิดจากกระบวนการกัดเซาะหรือการสะสมตัว เช่น หินงอกหินย้อยในถ้ำ ซึ่งเป็นการใช้ในเชิงพรรณนาลักษณะรูปร่าง ไม่ใช่การใช้ในเชิงวิชาการทางสตราติกราฟี
คำถามที่พบบ่อย
หมวดหินแตกต่างจากชั้นหินทั่วไปอย่างไร?
หมวดหินเป็นหน่วยทางสตราติกราฟีที่มีลักษณะทางกายภาพ (ลิโทโลจี) สอดคล้องกันและมีความโดดเด่นพอที่จะแยกออกจากหินรอบข้างได้ และที่สำคัญคือต้องมีขนาดใหญ่พอที่จะสามารถระบุตำแหน่งในแผนที่ธรณีวิทยาได้
สามารถใช้ซากดึกดำบรรพ์ในการกำหนดหมวดหินได้หรือไม่?
ได้ในกรณีที่ซากดึกดำบรรพ์นั้นถือเป็นส่วนประกอบของเนื้อหิน (rock-forming particles) แต่ไม่สามารถใช้การจำแนกชนิดทางชีววิทยา (Taxonomy) ของซากดึกดำบรรพ์เพื่อกำหนดขอบเขตของหมวดหินได้ เนื่องจากหมวดหินยึดตามเกณฑ์ทางลิโทโลจีเท่านั้น
หินทุกชนิดสามารถจัดเป็นหมวดหินได้หรือไม่?
ไม่ หินอัคนีแทรกซอนและหินแปรเกรดสูงมักจะไม่ถูกจัดเป็นหมวดหิน แต่จะถูกเรียกว่า 'ลิโทดีม' (Lithodeme) แทน
สตราติไทป์ (Stratotype) คืออะไร?
สตราติไทป์คือส่วนอ้างอิงมาตรฐานของหมวดหิน ซึ่งมักจะเป็น 'ตอนตัวอย่าง' (Type Section) ที่แสดงให้เห็นความหนาและลักษณะของชั้นหินในหมวดนั้นอย่างครบถ้วนเพื่อให้คนอื่นสามารถตรวจสอบและระบุหมวดหินนั้นได้ถูกต้อง
