ผักตระกูลกะหล่ำ ประโยชน์และคุณค่าทางโภชนาการที่น่าทึ่ง
สรุปใจความสำคัญ
- ผักตระกูลกะหล่ำมีดอกที่มีกลีบ 4 กลีบ เรียงตัวกันคล้ายไม้กางเขน จึงเป็นที่มาของชื่อ Cruciferae
- ผักยอดนิยมหลายชนิด เช่น บรอคโคลี่และกะหล่ำปลี มาจากสายพันธุ์เดียวกันคือ Brassica oleracea
- สารกลูโคซิโนเลตในผักตระกูลกะหล่ำสามารถเปลี่ยนเป็นไอโซไทโอไซยาเนต ซึ่งมีคุณสมบัติในการช่วยป้องกันมะเร็ง
ผักตระกูลกะหล่ำ (Cruciferous vegetables) คือผักในวงศ์ Brassicaceae (หรือ Cruciferae) ซึ่งประกอบด้วยพืชหลายสกุล หลายชนิด และหลายสายพันธุ์ที่นำมาใช้ในการผลิตอาหาร เช่น กะหล่ำดอก, กะหล่ำปลี, เคล, คอส, ผักกาดขาว, หัวไชเท้า, บรอคโคลี่, กะหล่ำดาว, มัสตาร์ด และผักใบเขียวที่คล้ายคลึงกัน

คุณลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ชื่อทางเลือกของวงศ์นี้ (Cruciferae) มาจากภาษาละตินที่แปลว่า "ผู้ถือไม้กางเขน" ซึ่งมีที่มาจากรูปทรงของดอกไม้ที่มีกลีบดอกสี่กลีบเรียงตัวกันคล้ายไม้กางเขน
ผักตระกูลกะหล่ำที่ผู้คนรับประทานกันมากที่สุด 10 ชนิด (ซึ่งในอเมริกาเหนือเรียกว่า cole crops และในสหราชอาณาจักร ไอร์แลนด์ และออสเตรเลียเรียกว่า brassicas) แท้จริงแล้วมาจากสายพันธุ์เดียวคือ Brassica oleracea โดยมีความแตกต่างกันเพียงแค่การคัดเลือกสายพันธุ์ทางพฤกษศาสตร์เท่านั้น
คุณค่าทางโภชนาการและการปลูก
ผักตระกูลกะหล่ำเป็นหนึ่งในพืชอาหารที่สำคัญที่สุดในโลก โดยเจริญเติบโตได้ดีที่สุดในอุณหภูมิระหว่าง 15 ถึง 21 องศาเซลเซียส ผักเหล่านี้อุดมไปด้วยวิตามินซีและใยอาหารชนิดละลายน้ำได้ รวมถึงสารอาหารและพฤกษเคมีหลายชนิด
งานวิจัยด้านสุขภาพ
การป้องกันมะเร็ง
ผักตระกูลกะหล่ำมีสาร กลูโคซิโนเลต (Glucosinolates) ซึ่งกำลังอยู่ในการศึกษาวิจัยเพื่อหาศักยภาพในการป้องกันมะเร็ง สารนี้จะถูกย่อยสลายเป็น ไอโซไทโอไซยาเนต (Isothiocyanates - ITCs) โดยเอนไซม์ไมโรซิเนส (myrosinase) ซึ่ง ITCs กำลังถูกตรวจสอบในด้านผลลัพธ์ในการป้องกันและบำบัดมะเร็ง
การเผาผลาญยาและสารพิษ
สารเคมีในผักตระกูลกะหล่ำสามารถกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ตับ CYP1A2 นอกจากนี้ การรับประทานผักตระกูลกะหล่ำร่วมกับผักตระกูลหอม (Alliaceous) อาจช่วยกระตุ้นเอนไซม์ glutathione S-transferases, uridine diphosphate-glucuronosyl transferases และ quinone reductases ซึ่งมีส่วนช่วยในการกำจัดสารก่อมะเร็ง เช่น อะฟลาท็อกซิน (aflatoxin) ออกจากร่างกาย
รสชาติและการรับรู้
บุคคลที่สามารถรับรส phenylthiocarbamide (PTC) ซึ่งมีรสขม จะรู้สึกว่าผักตระกูลกะหล่ำมีรสชาติไม่พึงประสงค์ เนื่องจากสารไอโซไทโอไซยาเนตมีโครงสร้างคล้ายกับ PTC
ข้อควรระวังและข้อห้าม
แม้ว่าผักตระกูลกะหล่ำจะปลอดภัยสำหรับการบริโภคโดยทั่วไป แต่ผู้ที่มีอาการแพ้หรือมีความไวต่อผักในกลุ่ม Brassica หรือผู้ที่กำลังรับประทานยาละลายลิ่มเลือด (เช่น วาร์ฟาริน - Warfarin) ควรระมัดระวังในการรับประทาน
คำถามที่พบบ่อย
ผักตระกูลกะหล่ำประกอบด้วยผักชนิดใดบ้าง?
ประกอบด้วยผัก เช่น กะหล่ำดอก, กะหล่ำปลี, เคล, บรอคโคลี่, กะหล่ำดาว, หัวไชเท้า และผักกาดขาว
ทำไมบางคนถึงรู้สึกว่าผักตระกูลกะหล่ำมีรสขม?
เนื่องจากสารไอโซไทโอไซยาเนตในผักเหล่านี้มีความคล้ายคลึงกับสาร PTC ซึ่งผู้ที่รับรสขมของ PTC ได้จะรู้สึกว่าผักตระกูลกะหล่ำมีรสขมมากกว่าปกติ
ใครควรระมัดระวังในการรับประทานผักตระกูลกะหล่ำ?
ผู้ที่มีอาการแพ้ผักตระกูลกะหล่ำ หรือผู้ที่รับประทานยาละลายลิ่มเลือด (เช่น วาร์ฟาริน) ควรปรึกษาแพทย์หรือระมัดระวังในการรับประทาน

