Curtiss F6C Hawk เครื่องบินขับไล่สองปีกของกองทัพเรือสหรัฐฯ
สรุปใจความสำคัญ
- Curtiss F6C Hawk เป็นเครื่องบินขับไล่สองปีกที่พัฒนามาจากเครื่องบินขับไล่ของกองทัพบกสหรัฐฯ (P-1 Hawk)
- มีการดัดแปลงโครงสร้างให้แข็งแรงขึ้นเพื่อรองรับการลงจอดบนเรือบรรทุกเครื่องบิน Langley และ Lexington
- รุ่น XF6C-6 ถูกดัดแปลงเป็นเครื่องบินปีกเดี่ยวเพื่อใช้ในการแข่งขันความเร็วและเคยทำสถิติรอบที่เร็วที่สุดในรายการ Thompson Trophy ปี 1930
Curtiss F6C Hawk เป็นเครื่องบินขับไล่แบบสองปีก (Biplane) ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ในช่วงปลายทศวรรษ 1920 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของตระกูลเครื่องบิน Curtiss Hawk ที่ผลิตโดยบริษัท Curtiss Aeroplane and Motor Company เพื่อใช้งานในกองทัพสหรัฐฯ

ประวัติและการพัฒนา
เดิมทีเครื่องบินรุ่นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานบนบก (Model 34C) ซึ่งมีลักษณะแทบจะเหมือนกับเครื่องบิน P-1 Hawk ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม กองทัพเรือสหรัฐฯ ได้สั่งซื้อเครื่องบินรุ่นนี้จำนวน 9 เครื่อง โดยเริ่มตั้งแต่เครื่องที่ 6 เป็นต้นไป ได้มีการเสริมความแข็งแรงของโครงสร้างเพื่อรองรับการปฏิบัติการบนเรือบรรทุกเครื่องบิน และเปลี่ยนชื่อรุ่นเป็น Model 34D
เครื่องบิน F6C Hawk ได้รับการปฏิบัติการบนเรือบรรทุกเครื่องบิน Langley และ Lexington ระหว่างปี 1927 ถึง 1930 โดยรุ่นหลังๆ ส่วนใหญ่ถูกส่งต่อไปยังหน่วยบินขับไล่-ทิ้งระเบิดของนาวิกโยธินสหรัฐฯ และบางส่วนถูกดัดแปลงเป็นเครื่องบินทุ่นลอย (Floatplanes) แบบทุ่นคู่
รุ่นย่อย (Variants)
Curtiss F6C Hawk มีการพัฒนาหลายรุ่นย่อยเพื่อวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน ดังนี้:
- F6C-1 (Model 34C): รุ่นแรกที่แทบจะเหมือนกับซีรีส์ P-1
- F6C-2 (Model 34D): รุ่นที่เสริมความแข็งแรงสำหรับการใช้งานบนเรือบรรทุกเครื่องบิน และติดตั้งตะขอเกี่ยวหยุดเครื่องบิน (Arrester hooks)
- F6C-3 (Model 34E): รุ่นที่ปรับปรุงจาก F6C-2
- XF6C-4 (Model 34H): เครื่องบินต้นแบบ F6C-1 ที่ติดตั้งเครื่องยนต์ Pratt & Whitney R-1340 Wasp
- F6C-4 (Model 34H): รุ่นผลิตจริงของ XF6C-4
- XF6C-5 (Model 34H): เครื่องบินต้นแบบ F6C-1 ที่ติดตั้งเครื่องยนต์ Pratt & Whitney R-1690 Hornet ขนาด 525 แรงม้า
- F6C-6 (Model 34E): รุ่นที่ดัดแปลงเพื่อการแข่งขัน โดยย้ายหม้อน้ำไปไว้ภายในลำตัวเครื่อง
- XF6C-6 (Model 34E): เครื่องบินที่ชนะรางวัล Curtiss Marine Trophy ปี 1930 ถูกดัดแปลงเป็นเครื่องบินปีกเดี่ยวแบบ Parasol-wing และติดตั้งหม้อน้ำที่ผิวปีก โดยทำสถิติรอบที่เร็วที่สุดในการแข่งขัน Thompson Trophy ปี 1930 ก่อนจะประสบอุบัติเหตุตกเนื่องจากนักบินหมดสติจากไอระเหยของน้ำมัน
- XF6C-7 (Model 34H): เครื่องบินทดสอบสำหรับเครื่องยนต์ Ranger SGV-770C-1 แบบระบายความร้อนด้วยอากาศ ทรง Vee หัวกลับ ขนาด 350 แรงม้า


ข้อมูลทางเทคนิค (รุ่น F6C-4)
ข้อมูลอ้างอิงจาก United States Navy Aircraft since 1911
| คุณลักษณะ | รายละเอียด |
|---|---|
| ลูกเรือ | 1 นาย |
| ความยาว | 6.86 เมตร |
| ช่วงปีก | 11.43 เมตร |
| ความสูง | 3.33 เมตร |
| พื้นที่ปีก | 23.4 ตารางเมตร | น้ำหนักตัวเปล่า | 898 กิโลกรัม |
| น้ำหนักวิ่งขึ้นสูงสุด | 1,438 กิโลกรัม |
| เครื่องยนต์ | Pratt & Whitney R-1340 Wasp 9 สูบ ระบายความร้อนด้วยอากาศ 410 แรงม้า |
| ใบพัด | ใบพัดโลหะ 2 กลีบ |
| ความเร็วสูงสุด | 249 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (ที่ระดับน้ำทะเล) |
| ระยะปฏิบัติการ | 580 กิโลเมตร |
| เพดานบิน | 7,000 เมตร |
| อัตราการไต่ระดับ | 5,000 ฟุต ใน 2 นาที 30 วินาที |
| อาวุธ | ปืนกล Browning ขนาด .30 นิ้ว (7.62 มม.) 2 กระบอก ติดตั้งคงที่ที่ส่วนหน้าของลำตัว |

คำถามที่พบบ่อย
Curtiss F6C Hawk แตกต่างจาก P-1 Hawk อย่างไร?
ในรุ่นแรกๆ (F6C-1) แทบจะเหมือนกับ P-1 Hawk แต่รุ่นต่อมา (F6C-2 และรุ่นอื่นๆ) ได้รับการเสริมความแข็งแรงของโครงสร้างและติดตั้งตะขอเกี่ยวสำหรับลงจอดบนเรือบรรทุกเครื่องบิน
เครื่องบินรุ่นนี้ถูกใช้งานโดยหน่วยงานใดบ้าง?
ถูกใช้งานโดยกองทัพเรือสหรัฐฯ (US Navy) และหน่วยบินขับไล่-ทิ้งระเบิดของนาวิกโยธินสหรัฐฯ (US Marines)
ความเร็วสูงสุดของรุ่น F6C-4 คือเท่าใด?
ความเร็วสูงสุดของรุ่น F6C-4 คือ 249 กิโลเมตรต่อชั่วโมงที่ระดับน้ำทะเล
