← กลับไปยังบทความทั้งหมด

เดม เจนนี เมอร์เรย์ นักข่าวและผู้ดำเนินรายการวิทยุระดับตำนานของ BBC

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นผู้ดำเนินรายการ Woman's Hour ของ BBC Radio 4 เป็นเวลากว่า 33 ปี (1987-2020)
  • ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ DBE ในปี 2011 สำหรับผลงานด้านการกระจายเสียง
  • เป็นผู้รณรงค์เรื่องสุขภาพผู้หญิง โดยเฉพาะมะเร็งเต้านมและภาวะวัยทอง
  • มีบทบาทสำคัญในการนำเสนอประเด็นสิทธิสตรีผ่านสื่อสาธารณะของอังกฤษ

เดม เจนนี เมอร์เรย์ (Dame Jenni Murray; เกิด 12 พฤษภาคม ค.ศ. 1950 – เสียชีวิต 12 มีนาคม ค.ศ. 2026) เป็นนักข่าวและผู้ดำเนินรายการวิทยุชาวอังกฤษที่มีชื่อเสียงอย่างมาก โดยเป็นที่รู้จักกันดีที่สุดในฐานะผู้ดำเนินรายการ Woman's Hour ทางสถานีวิทยุ BBC Radio 4 ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1987 จนถึงปี ค.ศ. 2020

ประวัติช่วงต้นและการศึกษา

เมอร์เรย์เกิดที่เมืองบาร์นสลีย์ (Barnsley) ในยอร์กเชียร์ตะวันตก (ปัจจุบันคือเซาท์ยอร์กเชียร์) เป็นบุตรสาวคนเดียวของอัลวิน เบลีย์ วิศวกรไฟฟ้า และวินิเฟรด โจนส์ ข้าราชการพลเรือน ในวัยเด็กเธอได้รับการฝึกการออกเสียง (elocution lessons) เพื่อลดสำเนียงท้องถิ่นตามความต้องการของมารดา

เมื่ออายุ 11 ปี เธอตัดสินใจไม่ติดตามครอบครัวที่ย้ายไปประเทศอินเดียตามหน้าที่การงานของบิดา โดยเลือกที่จะอาศัยอยู่กับปู่ย่าตายายทางฝั่งมารดาเพื่อให้สามารถเข้าเรียนที่โรงเรียนมัธยม Barnsley Girls' High School ซึ่งเป็นโรงเรียนแกรมมาร์ (Grammar School) และจบการศึกษาระดับ A levels ในวิชาภาษาฝรั่งเศส ภาษาอังกฤษ และประวัติศาสตร์ ต่อมาเธอสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีในสาขาภาษาฝรั่งเศสและศิลปะการละครจากมหาวิทยาลัยฮัลล์ (University of Hull)

เส้นทางอาชีพในสื่อสารมวลชน

เมอร์เรย์เริ่มต้นอาชีพที่ BBC Radio Bristol ในช่วงปี ค.ศ. 1973 ถึง 1978 โดยดำรงตำแหน่งตั้งแต่เจ้าหน้าที่รับสำเนา (copy taker) โปรดิวเซอร์ ไปจนถึงผู้ดำเนินรายการ จากนั้นเธอได้ย้ายไปทำงานเป็นผู้สื่อข่าวและผู้ดำเนินรายการในรายการข่าวโทรทัศน์ระดับภูมิภาค South Today ของ BBC ระหว่างปี ค.ศ. 1978 ถึง 1984

ในช่วงปี ค.ศ. 1984 ถึง 1986 เธอทำหน้าที่เป็นผู้ประกาศข่าวและผู้ดำเนินรายการในรายการ Newsnight ของ BBC ก่อนจะย้ายไปร่วมดำเนินรายการ Today ทาง BBC Radio 4 จนถึงปี ค.ศ. 1987 และในปีเดียวกันนั้นเอง เธอได้รับเลือกให้สืบทอดตำแหน่งผู้ดำเนินรายการ Woman's Hour ต่อจากซู แมคเกรเกอร์ (Sue MacGregor)

นอกเหนือจากงานวิทยุ เธอยังเขียนบทความให้กับนิตยสารและหนังสือพิมพ์ชั้นนำ เช่น The Guardian, Daily Express และ Daily Mail รวมถึงเขียนหนังสือหลายเล่มที่ครอบคลุมประเด็นสิทธิสตรี การเลี้ยงลูก และวัยทอง (menopause)

ประเด็นทางสังคมและการวิพากษ์วิจารณ์

ในปี ค.ศ. 2017 เมอร์เรย์ได้เขียนบทความใน The Sunday Times โดยมีหัวข้อว่า "Be trans, be proud – but don't call yourself a 'real woman'" ซึ่งก่อให้เกิดการโต้เถียงอย่างกว้างขวางในสังคม ส่งผลให้เธอต้องยกเลิกการบรรยายที่สมาคมประวัติศาสตร์มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2018

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยฮัลล์ยังได้ทบทวนแผนการตั้งชื่อห้องบรรยายตามชื่อของเธอ หลังจากมีการประท้วงจากกลุ่มนักศึกษาที่มองว่าทัศนคติของเธอไม่เหมาะสมที่จะเป็นต้นแบบให้กับนักศึกษา

เกียรติยศและรางวัล

เมอร์เรย์ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ระดับ OBE (Officer of the Order of the British Empire) ในปี ค.ศ. 1999 และได้รับแต่งตั้งเป็นเดม (Dame Commander of the Order of the British Empire - DBE) ในปี ค.ศ. 2011 สำหรับผลงานด้านการกระจายเสียง

เธอยังได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากหลายสถาบัน ได้แก่ มหาวิทยาลัยเซนต์แอนดรูวส์ (University of St Andrews) ในปี ค.ศ. 2007, มหาวิทยาลัยซัลฟอร์ด (University of Salford) ในปี ค.ศ. 2012 และมหาวิทยาลัยเชสเตอร์ (University of Chester) ในปี ค.ศ. 2019 เพื่อยกย่องการอุทิศตนให้กับงานวารสารศาสตร์และการกระจายเสียง

ชีวิตส่วนตัวและสุขภาพ

เมอร์เรย์เติบโตมาในครอบครัวคริสเตียนนิกาย Church of England แต่เมื่ออายุ 14 ปี บิดาได้เปิดเผยว่าเขามีเชื้อสายยิวทางฝั่งมารดา (Edith Field) ซึ่งทำให้เมอร์เรย์มีความผูกพันทางจิตใจกับอัตลักษณ์ยิวอย่างลึกซึ้ง แม้เธอจะระบุว่าตนเองไม่ใช่คนเคร่งศาสนา แต่เธอก็ให้ความสำคัญกับประวัติศาสตร์การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติ

ในด้านสุขภาพ เมอร์เรย์เป็นผู้รณรงค์ให้ผู้หญิงตระหนักถึงสุขภาพเต้านม หลังจากที่เธอได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเต้านมในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2006 และกลับมาทำงานได้ในปี ค.ศ. 2007 นอกจากนี้ เธอยังเป็นกระบอกเสียงสำคัญในการให้ความรู้เรื่องวัยทอง (menopause) และการใช้ฮอร์โมนทดแทน (HRT) เพื่อสร้างความเข้าใจในสถานที่ทำงานและสังคมทั่วไป

คำถามที่พบบ่อย

เดม เจนนี เมอร์เรย์ มีชื่อเสียงจากรายการอะไร?

เธอมีชื่อเสียงที่สุดจากการเป็นผู้ดำเนินรายการ Woman's Hour ทางสถานีวิทยุ BBC Radio 4 ตั้งแต่ปี 1987 ถึง 2020

เดม เจนนี เมอร์เรย์ ได้รับรางวัลเกียรติยศอะไรบ้าง?

เธอได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ OBE ในปี 1999 และ DBE ในปี 2011 รวมถึงปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยเซนต์แอนดรูวส์, ซัลฟอร์ด และเชสเตอร์

เธอมีบทบาทในการรณรงค์เรื่องใดบ้าง?

เธอรณรงค์เรื่องสุขภาพผู้หญิง เช่น การตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเอง และการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับภาวะวัยทอง (menopause) ในที่ทำงาน

ประเด็นถกเถียงเกี่ยวกับเธอเกิดขึ้นจากอะไร?

เกิดจากบทความที่เธอเขียนในปี 2017 เกี่ยวกับอัตลักษณ์ทางเพศของคนข้ามเพศ ซึ่งนำไปสู่การประท้วงและการทบทวนการตั้งชื่อห้องบรรยายในมหาวิทยาลัยฮัลล์