คณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาหญิง (Dean of Women)
สรุปใจความสำคัญ
- ตำแหน่งคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาหญิงเกิดขึ้นเพื่อจัดการความท้าทายในการนำนักศึกษาหญิงเข้าสู่ระบบสหศึกษาในสหรัฐอเมริกา
- มีการก่อตั้งสมาคมคณบดีฝ่ายนักศึกษาหญิงแห่งชาติ (NADW) ในปี ค.ศ. 1916 เพื่อสร้างมาตรฐานวิชาชีพ
- ตำแหน่งนี้ถูกควบรวมเข้ากับตำแหน่งคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา (Dean of Students) ในช่วงปลายศตวรรษที่ 20 ซึ่งส่งผลให้จำนวนผู้บริหารหญิงในระดับสูงลดลง
คณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาหญิง (Dean of Women) คือตำแหน่งผู้บริหารในวิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัยของสหรัฐอเมริกาที่มีหน้าที่รับผิดชอบด้านกิจการนักศึกษาสำหรับนักศึกษาหญิงโดยเฉพาะ ในยุคแรกตำแหน่งนี้มีชื่อเรียกที่หลากหลาย เช่น preceptress, lady principal และ adviser of women
ประวัติและการก่อตั้ง
ตำแหน่งคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาหญิงมีจุดเริ่มต้นมาจากความกังวลของผู้บริหารมหาวิทยาลัยในยุคแรกที่เริ่มใช้ระบบสหศึกษา (Coeducation) ซึ่งผู้บริหารส่วนใหญ่เป็นผู้ชายที่จบการศึกษาจากโรงเรียนชายล้วน จึงไม่คุ้นเคยกับการจัดการดูแลนักศึกษาหญิง
ในช่วงทศวรรษที่ 1870 และ 1880 ตำแหน่งเริ่มต้นที่เรียกว่า matron (ผู้ดูแลหอพักหญิง) ถูกนำมาใช้เพื่อดูแลความเรียบร้อยในหอพักหญิง ต่อมาเมื่อจำนวนนักศึกษาหญิงในระดับอุดมศึกษาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 จึงมีความจำเป็นต้องมีระบบบริหารจัดการที่ครอบคลุมมากขึ้น
บทบาทหลักของคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาหญิงในขณะนั้นคือการสร้างระยะห่างที่ปลอดภัยระหว่างนักศึกษาชายและหญิง และการกำกับดูแลให้มาตรฐานทางวิชาการของนักศึกษาหญิงอยู่ในระดับที่สูงและเป็นที่ยอมรับ
การพัฒนาสู่ความเป็นวิชาชีพ
ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ตำแหน่งนี้ได้พัฒนาจากการดูแลทั่วไปสู่การเป็นวิชาชีพบริหารการศึกษาที่ชัดเจน โดยมีเหตุการณ์สำคัญดังนี้:
- ค.ศ. 1903: การประชุมวิชาชีพครั้งแรกของคณบดีและที่ปรึกษาฝ่ายนักศึกษาหญิงถูกจัดขึ้น
- ค.ศ. 1915: หนังสือเล่มแรกที่ว่าด้วยวิชาชีพนี้ถูกตีพิมพ์ โดย Lois Rosenberry ในชื่อ The Dean of Women
- ค.ศ. 1916: มีการก่อตั้งสมาคมคณบดีฝ่ายนักศึกษาหญิงแห่งชาติ (National Association of Deans of Women - NADW) ณ Teachers College
ภายในปี ค.ศ. 1925 พบว่ามีคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาหญิงอย่างน้อย 302 คนในวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยทั่วสหรัฐอเมริกา
ความหลากหลายทางเชื้อชาติและข้อจำกัด
ในปี ค.ศ. 1935 Lucy Diggs Slowe ได้ก่อตั้งสมาคมแยกต่างหากสำหรับคณบดีฝ่ายนักศึกษาหญิงชาวแอฟริกัน-อเมริกัน ในชื่อ Association of Deans of Women and Advisers to Girls in Negro Schools เนื่องจากสมาคม NADW มักจัดประชุมในโรงแรมที่มีนโยบายจำกัดเชื้อชาติ (Racially restricted hotels) ซึ่งสร้างความไม่สะดวกและกีดกันผู้บริหารหญิงผิวสี
การลดบทบาทและการควบรวมตำแหน่ง
แนวโน้มการลดบทบาทของคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาหญิงเริ่มปรากฏชัดในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โดย Sarah Blanding สังเกตเห็นในปี ค.ศ. 1946 ว่าตำแหน่งนี้เริ่มถูกลดระดับให้ขึ้นตรงกับผู้บริหารชายที่ดูแลกิจการนักศึกษาโดยรวม
ข้อมูลในปี ค.ศ. 1962 ระบุว่ามีคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาหญิงเพียง 30% เท่านั้นที่รายงานตรงต่ออธิการบดีของสถาบัน และภายในทศวรรษที่ 1970 ตำแหน่งนี้เริ่มหายไปจากระบบการศึกษา โดยถูกควบรวมเข้ากับตำแหน่ง คณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา (Dean of Students)
การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลกระทบต่อสัดส่วนผู้หญิงในตำแหน่งบริหารระดับสูง เนื่องจากคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาที่เข้ามาแทนที่ส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย โดยในช่วงปลายทศวรรษที่ 1980 พบว่ามีคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาที่เป็นผู้หญิงน้อยกว่า 20%
รายชื่อคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาหญิงที่สำคัญ
| ชื่อ | สถาบัน |
|---|---|
| Alice Freeman Palmer | University of Chicago (คณบดีฝ่ายนักศึกษาหญิงคนแรกในสหรัฐฯ) |
| Lucy Diggs Slowe | Howard University |
| Marion Talbot | University of Chicago |
| Frances Willard | Northwestern University |
| Ada Comstock | University of Minnesota |
คำถามที่พบบ่อย
คณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาหญิงมีหน้าที่อะไรในยุคแรก?
ในยุคแรก หน้าที่หลักคือการดูแลความเรียบร้อยของนักศึกษาหญิง การสร้างระยะห่างที่เหมาะสมระหว่างนักศึกษาชายและหญิง และการรักษามาตรฐานทางวิชาการของนักศึกษาหญิงให้เป็นที่ยอมรับ
ทำไมตำแหน่งนี้ถึงหายไปในช่วงทศวรรษที่ 1970?
ตำแหน่งนี้ถูกควบรวมเข้ากับตำแหน่งคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา (Dean of Students) เพื่อให้การบริหารจัดการนักศึกษาเป็นระบบเดียว ไม่แยกเพศ
การควบรวมตำแหน่งส่งผลกระทบอย่างไรต่อผู้บริหารหญิง?
ส่งผลให้จำนวนผู้หญิงในตำแหน่งบริหารระดับสูงลดลง เนื่องจากตำแหน่งคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาที่มาแทนที่ส่วนใหญ่ถูกครองโดยผู้ชาย


