← กลับไปยังบทความทั้งหมด

เดวิด พิลบีม ผู้เชี่ยวชาญด้านวิวัฒนาการของมนุษย์และไพรเมต

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นศาสตราจารย์ Henry Ford II ด้านสังคมศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
  • เป็นผู้ร่วมค้นพบกะโหลกของ Sivapithecus indicus ลิงไม่มีหางยุคไมโอซีนในปากีสถาน
  • เป็นสมาชิกของสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ (National Academy of Sciences) ของสหรัฐอเมริกา
  • มีบทบาทสำคัญในการวิเคราะห์วิวัฒนาการของ Sahelanthropus tchadensis

เดวิด พิลบีม (David Pilbeam เกิด 21 พฤศจิกายน ค.ศ. 1940 ที่เมืองไบรตัน รัฐซัสเซกซ์ ประเทศอังกฤษ) เป็นนักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิ ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ Henry Ford II ด้านสังคมศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และเป็นภัณฑารักษ์ด้านบรรพชีวินวิทยาของมนุษย์ (Paleoanthropology) ประจำพิพิธภัณฑ์พีบอดีด้านโบราณคดีและชาติพันธุ์วิทยา (Peabody Museum of Archaeology and Ethnology) นอกจากนี้เขายังเป็นสมาชิกของสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ (National Academy of Sciences) โดยสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยเยล

ผลงานด้านบรรพชีวินวิทยาและวิวัฒนาการ

พิลบีมมีผลงานตีพิมพ์จำนวนมากเกี่ยวกับวิวัฒนาการของโฮมินอยด์ (Hominoid evolution) ตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษ 1960 โดยมีผลงานที่โดดเด่นในหลายด้าน ดังนี้:

  • การค้นพบ Sivapithecus: ในช่วงทศวรรษ 1970 พิลบีมเป็นหนึ่งในผู้ร่วมค้นพบกะโหลกที่เกือบสมบูรณ์ในที่ราบสูงพ็อตวาร์ (Potwar Plateau) ประเทศปากีสถาน ซึ่งต่อมาได้รับการระบุว่าเป็น Sivapithecus indicus ลิงไม่มีหางขนาดใหญ่ที่สูญพันธุ์ไปแล้วในยุคไมโอซีนตอนปลาย (Late Miocene) ซึ่งเขาได้ตีพิมพ์บทความวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้หลายฉบับ
  • การศึกษา Sahelanthropus tchadensis: ในระยะหลัง พิลบีมได้ร่วมงานกับ มิเชล บรูเนต์ (Michel Brunet) และคณะ ในการบรรยายลักษณะและวิเคราะห์โฮมินินสายพันธุ์ใหม่ที่ค้นพบในประเทศชาด ซึ่งมีชื่อว่า Sahelanthropus tchadensis
  • ความสนใจทางวิชาการ: พิลบีมระบุว่าเขามีความสนใจในหัวข้อที่หลากหลายเกี่ยวกับวิวัฒนาการของมนุษย์และไพรเมต โดยเฉพาะการสร้างแบบจำลองพฤติกรรมและความสัมพันธ์ทางสายวิวัฒนาการของลิงในยุคไมโอซีน รวมถึงการวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของสัตว์กลุ่มฟอสซิล (Faunal change) และความสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม โดยอาศัยหลักฐานจากชุดหิน Siwalik ในประเทศปากีสถาน นอกจากนี้เขายังสนใจในด้านชีววิทยาการพัฒนาเชิงวิวัฒนาการ (Evolutionary developmental biology) โดยเฉพาะการพัฒนาและวิวัฒนาการของโครงกระดูกแกนกลางในสัตว์กลุ่มแอนโทรพอยด์ (Anthropoid axial skeleton)

บทบาทด้านการบริหารการศึกษา

ในช่วงฤดูร้อนปี ค.ศ. 2007 พิลบีมได้รับแต่งตั้งให้เป็นคณบดีรักษาการของวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard College) โดยในช่วงเวลาดังกล่าวเขาได้กำกับดูแลกระบวนการปรับปรุงหลักสูตรระดับปริญญาตรี การเพิ่มเงินช่วยเหลือทางการศึกษาแก่ตัวนักศึกษา และการวางแผนโครงการปรับปรุงที่พักอาศัย อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจของเขาในการยกเลิกการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายสำหรับกิจกรรมทางสังคมที่มีการเสิร์ฟเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ได้รับกระแสตอบรับที่ไม่ดีนักจากกลุ่มนักศึกษา

รางวัลและเกียรติยศ

เดวิด พิลบีม ได้รับรางวัลและเกียรติยศทางวิชาการมากมาย ได้แก่:

  • รางวัล International Prize จากมูลนิธิ Fyssen (ค.ศ. 1986)
  • ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (Docteur Honoris Causa) จากมหาวิทยาลัยปัวตีเย (Université de Poitiers) ประเทศฝรั่งเศส (ค.ศ. 2002)
  • สมาชิกสมทบต่างประเทศของสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ (Foreign Associate, National Academy of Sciences) ระหว่างปี ค.ศ. 1992–1997 และได้รับเลือกเป็นสมาชิกเต็มตัวหลังจากได้รับสัญชาติสหรัฐอเมริกาในปี ค.ศ. 1997
  • สมาชิกของอเมริกันอะคาเดมี่ ออฟ อาร์ต แอนด์ ไซเอนเซส (Fellow, American Academy of Arts and Sciences)

คำถามที่พบบ่อย

เดวิด พิลบีม เชี่ยวชาญด้านใดเป็นพิเศษ?

เดวิด พิลบีม เชี่ยวชาญด้านบรรพชีวินวิทยาของมนุษย์ (Paleoanthropology) และวิวัฒนาการของไพรเมต โดยเฉพาะการศึกษาลิงไม่มีหางในยุคไมโอซีนและการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลต่อวิวัฒนาการ

ผลงานการค้นพบที่สำคัญของเขาคืออะไร?

หนึ่งในผลงานที่โดดเด่นที่สุดคือการร่วมค้นพบกะโหลกที่เกือบสมบูรณ์ของ Sivapithecus indicus ในที่ราบสูงพ็อตวาร์ ประเทศปากีสถาน ซึ่งเป็นลิงไม่มีหางที่สูญพันธุ์ไปแล้วในยุคไมโอซีนตอนปลาย

เดวิด พิลบีม เคยดำรงตำแหน่งบริหารในมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดหรือไม่?

ใช่ เขาเคยดำรงตำแหน่งคณบดีรักษาการของวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard College) ในช่วงฤดูร้อนปี ค.ศ. 2007

เขามีความสนใจในงานวิจัยด้านใดในปัจจุบัน?

เขาสนใจในด้านชีววิทยาการพัฒนาเชิงวิวัฒนาการ (Evolutionary developmental biology) โดยเฉพาะการวิวัฒนาการของโครงกระดูกแกนกลางในสัตว์กลุ่มแอนโทรพอยด์

เดวิด พิลบีม ได้รับการยอมรับในระดับสากลอย่างไร?

เขาเป็นสมาชิกของสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ (National Academy of Sciences) และอเมริกันอะคาเดมี่ ออฟ อาร์ต แอนด์ ไซเอนเซส รวมถึงได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยปัวตีเย