← กลับไปยังบทความทั้งหมด

เดลตาเทอร์ราสเซินเน แหล่งโบราณคดีในเพียร์รีแลนด์

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นแหล่งโบราณคดีก่อนยุคอินูอิตที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในคาบสมุทรเพียร์รีแลนด์ กรีนแลนด์
  • ถูกค้นพบในปี ค.ศ. 1948 โดย Eigil Knuth นักสำรวจชาวเดนมาร์ก
  • แสดงหลักฐานการอยู่อาศัยของวัฒนธรรม Independence I และ Independence II ในช่วง 2,050–1,750 ปีก่อนคริสตกาล
  • พบโบราณวัตถุหลากหลายประเภท ทั้งเครื่องมือหิน ไมโครบเลด และซากสัตว์

เดลตาเทอร์ราสเซินเน (Deltaterrasserne หรือ 'ระเบียงเดลตา') เป็นแหล่งโบราณคดีที่สำคัญซึ่งแสดงถึงการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ในยุคก่อนอินูอิต (Pre-Inuit) ตั้งอยู่บริเวณส่วนต้นของฟยอร์ด Jørgen Brønlund ในคาบสมุทรเพียร์รีแลนด์ (Peary Land) ทางตอนเหนือสุดของกรีนแลนด์

แหล่งโบราณคดีแห่งนี้ถูกค้นพบในเดือนกันยายน ค.ศ. 1948 โดย Eigil Knuth นักสำรวจและนักโบราณคดีชาวเดนมาร์ก ระหว่างการเดินทางครั้งที่สองของคณะสำรวจเดนมาร์กในเพียร์รีแลนด์ (Danish Pearyland Expedition) โดยเป็นหนึ่งในแหล่งโบราณคดีที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้

ลักษณะทางกายภาพและการก่อสร้าง

เดลตาเทอร์ราสเซินเนตั้งอยู่บนระเบียงหินขนาดใหญ่ที่มีระดับความสูงตั้งแต่ 5 เมตร ถึง 23 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล โดยมีการกระจายตัวของซากสิ่งก่อสร้างและที่เก็บเสบียง (caches) ตลอดแนวชายหาดเป็นระยะทางกว่า 800 เมตร

Eigil Knuth ได้ตั้งชื่อกลุ่มโบราณสถานตามลำดับความสูงจากมากไปน้อย ดังนี้:

  • Terrace A: เป็นจุดที่สูงที่สุด ประกอบด้วยซากสิ่งก่อสร้าง 3 แห่ง ซึ่งมีลักษณะเป็นวงแหวนเต็นท์ (tent rings) เตาไฟกลาง และร่องรอยของถ่าน รวมถึงคันดินกรวดและที่เก็บเนื้อสัตว์
  • Terrace B: ตั้งอยู่บริเวณกึ่งกลางของแหล่งโบราณคดี และเป็นจุดที่มีสิ่งปลูกสร้างหนาแน่นที่สุด รวมถึงเตาไฟแบบกล่องกลางแจ้งและที่พักอาศัย
  • Terrace C: พบเพียงสิ่งก่อสร้างเดียว คือที่เก็บเสบียงที่มีพื้นปูด้วยหิน
  • Terrace D: ประกอบด้วยที่เก็บเสบียง ที่พักอาศัย และเตาไฟกลางแจ้ง
  • Terrace E: เป็นจุดที่ต่ำที่สุด พบวงแหวนเต็นท์จากยุคหิน

นักโบราณคดีตั้งข้อสังเกตว่า ลักษณะที่พักอาศัยในเดลตาเทอร์ราสเซินเนมีความคล้ายคลึงอย่างมากกับที่พักอาศัยที่พบในพื้นที่ทางตอนเหนือของยูเรเชีย

โบราณวัตถุที่ค้นพบ

จากการสำรวจพบโบราณวัตถุจำนวนหลายร้อยชิ้น ซึ่งแบ่งออกเป็นสามประเภทหลัก ได้แก่:

1. โบราณวัตถุอินทรีย์ (Organic Artifacts)

พบสิ่งของที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ เช่น ขวาน ไม้ลอยน้ำที่ถูกเผา กิ่งไม้ปลายแหลม เข็มหมุด และม้วนเปลือกไม้เบิร์ช

2. โบราณวัตถุจากสัตว์ (Faunal Artifacts)

พบซากของนก ปลา และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ซึ่งบ่งบอกถึงแหล่งอาหารและการดำรงชีวิตของผู้อยู่อาศัยในอดีต

3. โบราณวัตถุหิน (Lithic Artifacts)

พบเครื่องมือหินจำนวนมาก โดยที่พบบ่อยที่สุดคือ ไมโครบเลด (microblades), บูริน (burins), เครื่องกะเทาะหินฟลินท์ (flint flakers) และเข็มที่ทำจากกระดูก

ลักษณะของเข็มที่พบมีความสำคัญทางโบราณคดีอย่างยิ่ง เนื่องจากพบทั้งเข็มที่มีรูเข็มเป็นรูปสี่เหลี่ยม ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของวัฒนธรรม Independence II และเข็มที่มีรูเข็มเป็นรูปกลม ซึ่งเป็นลักษณะของวัฒนธรรม Independence I สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่าพื้นที่นี้ถูกใช้งานในช่วงเวลาประมาณ 2,050–1,750 ปีก่อนคริสตกาล

นอกจากนี้ ที่ Terrace B ยังมีการค้นพบชิ้นส่วนของง่ามด้านข้างสำหรับฉมวกจับปลา (leister) หรือลูกดอกสำหรับล่านกอีกด้วย

คำถามที่พบบ่อย

เดลตาเทอร์ราสเซินเนตั้งอยู่ที่ไหน?

ตั้งอยู่บริเวณส่วนต้นของฟยอร์ด Jørgen Brønlund ในคาบสมุทรเพียร์รีแลนด์ ทางตอนเหนือของกรีนแลนด์

ใครเป็นผู้ค้นพบแหล่งโบราณคดีแห่งนี้?

Eigil Knuth นักสำรวจและนักโบราณคดีชาวเดนมาร์ก ค้นพบในเดือนกันยายน ค.ศ. 1948

วัฒนธรรมใดที่เคยอาศัยอยู่ในเดลตาเทอร์ราสเซินเน?

พบหลักฐานของวัฒนธรรม Independence I และ Independence II ซึ่งอาศัยอยู่ในช่วงประมาณ 2,050–1,750 ปีก่อนคริสตกาล

โบราณวัตถุที่สำคัญที่พบในแหล่งนี้มีอะไรบ้าง?

พบเครื่องมือหิน เช่น ไมโครบเลด และบูริน รวมถึงเข็มกระดูกที่มีรูเข็มทั้งแบบกลมและสี่เหลี่ยม ซึ่งช่วยระบุยุคสมัยของวัฒนธรรมที่เข้ามาตั้งถิ่นฐาน