การปฏิเสธตัวตนของชาวเคิร์ดโดยรัฐบาลตุรกี
สรุปใจความสำคัญ
- ตุรกีเคยมีนโยบายอย่างเป็นทางการในการปฏิเสธว่าชาวเคิร์ดเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่แยกจากชาวตุรกี
- รัฐบาลตุรกีในศตวรรษที่ 20 เรียกชาวเคิร์ดว่า 'ชาวตุรกีภูเขา' (Mountain Turks) เพื่อกลืนกลายทางวัฒนธรรม
- ภาษาเคิร์ดถูกระบุโดยนักวิชาการกระแสหลักว่าอยู่ในตระกูลภาษาอิหร่าน แต่รัฐตุรกีในอดีตพยายามอ้างว่าเป็นภาษาตุรกีที่ถูกดัดแปลง
- นโยบายการปฏิเสธตัวตนนำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงและการปราบปรามทางทหารในพื้นที่ตะวันออกเฉียงใต้ของตุรกี
สาธารณรัฐตุรกีเคยดำเนินนโยบายอย่างเป็นทางการในการปฏิเสธการมีอยู่ของชาวเคิร์ดในฐานะกลุ่มชาติพันธุ์ที่แยกจากกัน โดยพยายามนำเสนอว่าชาวเคิร์ดเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มชนชาวตุรกี นโยบายนี้เป็นรากฐานสำคัญของความขัดแย้งระหว่างชาวเคิร์ดและตุรกีที่ยืดเยื้อมาอย่างยาวนาน ซึ่งเกี่ยวข้องกับความปรารถนาในเอกราชและการยอมรับตัวตนทางวัฒนธรรมของชาวเคิร์ดในพื้นที่ตะวันออกเฉียงใต้ของตุรกี
นโยบายการปฏิเสธและวาทกรรมของรัฐ
สถาบันของรัฐตุรกีในอดีตไม่ยอมรับว่าภาษาเคิร์ดเป็นภาษาที่แยกต่างหาก และหลีกเลี่ยงการใช้คำว่า "เคิร์ด" (Kurd) หรือ "เคิร์ดิสถาน" (Kurdistan) ในวาทกรรมทางการ ในช่วงศตวรรษที่ 20 กฎหมายของตุรกีเคยสั่งห้ามการใช้คำว่า "เคิร์ด" และ "ภาษาเคิร์ด" โดยรัฐได้เรียกชาวเคิร์ดว่า "ชาวตุรกีภูเขา" (Mountain Turks หรือ Dağ Türkleri) แทน
การเรียกเช่นนี้มีจุดประสงค์เพื่อสร้างภาพลักษณ์ว่าชาวเคิร์ดคือชาวตุรกีที่สูญเสียอัตลักษณ์ทางเชื้อชาติไปตามกาลเวลา เนื่องจากการผสมผสานกับชาวอาหรับ ชาวอาร์เมเนีย และชาวเปอร์เซีย นโยบายนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนชื่อเรียก แต่เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการกลืนกลายทางวัฒนธรรมเพื่อให้ชาวเคิร์ดยอมรับว่าตนเองเป็นชาวตุรกี

ความพยายามในการทำให้เป็นตุรกี (Turkification)
แนวคิดการทำให้เป็นตุรกีถูกสนับสนุนโดยนักวิชาการและนักชาตินิยมบางกลุ่ม เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับนโยบายของรัฐ ตัวอย่างเช่น:
- İbrahim Kafesoğlu: อ้างว่าชาวเคิร์ดไม่ใช่ชาติ แต่เป็นเผ่าที่มีต้นกำเนิดมาจากกลุ่มตุรกี-ตูรัน (Turkic, Turanid origin)
- Mahmut Rışvanoğlu: ผู้ซึ่งเป็นชาวเคิร์ดโดยเชื้อชาติ แต่เขียนหนังสือในปี 1975 ยืนยันว่าชาวเคิร์ดทุกคนมีต้นกำเนิดมาจากเอเชียกลางและเป็นชาวตุรกี โดยอ้างว่าลัทธิชาตินิยมเคิร์ดเป็นผลมาจากการ "ล้างสมอง" โดยมหาอำนาจจักรวรรดินิยมตะวันตกและตะวันออก
- Mehmet Eröz: นักชาตินิยมตุรกีที่อ้างว่าชาวเคิร์ดมีต้นกำเนิดมาจากชาวตุรกีโอคุซ (Oghuz Turks) และเสนอให้ใช้คำว่า "ชาวตุรกีเคิร์ด" (Kurdish Turks) แทน
นอกจากนี้ ในกระบวนการทางกฎหมายช่วงปี 1971 อัยการตุรกีบางรายยังเคยกล่าวอ้างว่าภาษาเคิร์ดเป็นภาษาในตระกูลตุรกี เช่นเดียวกับภาษาจาคุต (Yakut) หรือชูวาช (Chuvash) แต่ถูกทำให้แปดเปื้อนด้วยการติดต่อกับชาวอาหรับและเปอร์เซีย ซึ่งขัดแย้งกับหลักวิชาการด้านภาษาศาสตร์กระแสหลักที่ระบุว่าภาษาเคิร์ดอยู่ในตระกูลภาษาอิหร่าน (Iranic languages)
ผลกระทบและการดำเนินนโยบายในปัจจุบัน
การปฏิเสธตัวตนของชาวเคิร์ดนำไปสู่การกดขี่อย่างกว้างขวางตลอดศตวรรษที่ 20 เช่น เหตุการณ์กบฏเดอร์ซิม (Dersim rebellion) ในทศวรรษ 1930 ซึ่งส่งผลให้พลเรือนเสียชีวิตจำนวนมากจากการปราบปรามของกองทัพตุรกี
ในปัจจุบัน ท่าทีของตุรกีต่อการเรียกร้องเอกราชของชาวเคิร์ดยังคงส่งผลต่อการดำเนินนโยบายต่างประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสัมพันธ์กับเขตปกครองตนเองทางเหนือและตะวันออกของซีเรีย (Rojava) และภูมิภาคเคิร์ดิสถานในอิรัก ซึ่งตุรกีมองว่าการมีรัฐหรือเขตปกครองตนเองของชาวเคิร์ดเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติ
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมตุรกีถึงเรียกชาวเคิร์ดว่า 'ชาวตุรกีภูเขา'?
เพื่อเป็นการปฏิเสธตัวตนทางชาติพันธุ์ของชาวเคิร์ด และสร้างวาทกรรมว่าชาวเคิร์ดแท้จริงแล้วคือชาวตุรกีที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ภูเขาและสูญเสียอัตลักษณ์เดิมไปเนื่องจากการผสมผสานกับกลุ่มชนอื่น
ภาษาเคิร์ดเป็นภาษาตระกูลเดียวกับภาษาตุรกีหรือไม่?
ไม่ใช่ ตามหลักภาษาศาสตร์กระแสหลัก ภาษาเคิร์ดอยู่ในตระกูลภาษาอิหร่าน (Iranic languages) ในขณะที่ภาษาตุรกีอยู่ในตระกูลภาษาเติร์ก (Turkic languages)
นโยบายการปฏิเสธตัวตนส่งผลอย่างไรต่อการเมืองในปัจจุบัน?
ส่งผลให้เกิดความขัดแย้งที่ยืดเยื้อระหว่างรัฐบาลตุรกีกับกลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิและเอกราชของชาวเคิร์ด รวมถึงส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของตุรกีกับเขตปกครองของชาวเคิร์ดในซีเรียและอิรัก

