ดีทริช เพลทซ์ นายพลที่อายุน้อยที่สุดของกองทัพเยอรมันในสงครามโลกครั้งที่สอง
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นนายพลที่อายุน้อยที่สุดของกองทัพเยอรมัน (Wehrmacht) ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง
- บินภารกิจการรบรวมประมาณ 320 ครั้ง ทั้งในฐานะนักบินทิ้งระเบิดและนักบินเครื่องบินทิ้งระเบิดดิ่ง
- มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเทคนิคการทิ้งระเบิดแม่นยำสูงในช่วงการบุกสหภาพโซเวียต
- บัญชาการปฏิบัติการทางอากาศครั้งสำคัญ เช่น ปฏิบัติการสไตน์บ็อก และปฏิบัติการโบเดนพลาทเทอ
ดีทริช เพลทซ์ (Dietrich Peltz) (9 มิถุนายน 1914 – 10 สิงหาคม 2001) เป็นนักบินทิ้งระเบิดของกองทัพอากาศเยอรมัน (Luftwaffe) ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง และได้รับการบันทึกว่าเป็นนายพลที่อายุน้อยที่สุดของกองทัพเยอรมัน (Wehrmacht) ตลอดช่วงสงคราม
ตลอดการปฏิบัติหน้าที่ เพลทซ์บินภารกิจการรบรวมประมาณ 320 ครั้ง โดยแบ่งเป็นภารกิจในฐานะนักบินทิ้งระเบิดในแนวรบด้านตะวันออกประมาณ 130 ครั้ง แนวรบด้านตะวันตก 90 ครั้ง และภารกิจในฐานะนักบินเครื่องบินทิ้งระเบิดดิ่ง (Dive Bomber) อีก 102 ครั้ง ในช่วงการบุกโปแลนด์และยุทธการที่ฝรั่งเศส

ประวัติช่วงต้นและการเริ่มต้นอาชีพทหาร
เพลทซ์เกิดเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 1914 ที่เมืองเกรา (Gera) รัฐทูริงเกีย โดยเป็นบุตรของผู้อำนวยการโรงงาน เขาได้รับใบอนุญาตนักบินตั้งแต่อายุ 18 ปี และสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนประจำ Hermann Lietz ในปี 1933
หลังจากจบการศึกษา เขาได้เข้าฝึกงานที่บริษัท Mercedes-Benz ในเมืองชตุทการ์ท ระหว่างปี 1933–1934 ก่อนจะเข้าประจำการในกองทัพบก (Reichsheer) ในฐานะผู้สมัครเป็นนายทหารเมื่อวันที่ 4 เมษายน 1934 โดยเริ่มปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยยานยนต์ (Kraftfahr-Abteilung 5) ในตำแหน่งทหารราบยานยนต์ (Kradschütze)
ในปี 1935 เพลทซ์ย้ายเข้าสู่กองทัพอากาศ (Luftwaffe) และผ่านการฝึกอบรมที่โรงเรียนการบินในเมืองซัลซ์เวเดล (Salzwedel) จนสำเร็จการศึกษาในวันที่ 31 มีนาคม 1936 และได้รับการแต่งตั้งเป็นร้อยตรี (Leutnant) ในวันที่ 1 เมษายน 1936

บทบาทในสงครามโลกครั้งที่สอง
การรบในช่วงแรกและการพัฒนาเทคนิคการทิ้งระเบิด
เพลทซ์เริ่มต้นสงครามในฐานะนักบินเครื่องบินทิ้งระเบิดดิ่ง Junkers Ju 87 ในช่วงการบุกโปแลนด์และยุทธการที่ฝรั่งเศส ต่อมาเขาได้เปลี่ยนมาบินเครื่องบินทิ้งระเบิด Junkers Ju 88 และประจำการในหน่วย Kampfgeschwader 77 (KG 77) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในยุทธการแห่งบริเตน (Battle of Britain)
ในช่วงปฏิบัติการบาร์บารอสซา (Operation Barbarossa) ซึ่งเป็นการบุกสหภาพโซเวียต เพลทซ์มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเทคนิคการทิ้งระเบิดที่ช่วยให้การโจมตีมีความแม่นยำมากขึ้น ความสำเร็จนี้ทำให้เขาได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์กางเขนเหล็กชั้นที่ 1 พร้อมใบโอ๊ค (Knight's Cross of the Iron Cross with Oak Leaves) ในวันที่ 31 ธันวาคม 1941
การก้าวสู่ตำแหน่งบัญชาการระดับสูง
ในปี 1943 เพลทซ์ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ตรวจการการบินรบ (Inspector of Combat Flight) เพื่อดูแลการพัฒนาเชิงยุทธศาสตร์ของกองทัพทิ้งระเบิดเยอรมัน และในเดือนสิงหาคมปีเดียวกัน เขาได้รับแต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการกองพลบินที่ 9 (IX. Fliegerkorps) โดยได้รับมอบหมายให้เป็นผู้นำการโจมตีทางอากาศต่อสหราชอาณาจักรในชื่อ ปฏิบัติการสไตน์บ็อก (Operation Steinbock) ซึ่งเป็นการทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ในเวลากลางคืน แต่ปฏิบัติการนี้กลับนำไปสู่ความสูญเสียอย่างหนักของเครื่องบินทิ้งระเบิดเยอรมันในช่วงต้นปี 1944
แม้จะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องบินทิ้งระเบิด แต่เพลทซ์ยังได้รับมอบหมายให้บัญชาการกองพลขับไล่ที่ 2 (II. Jagdkorps) และรับผิดชอบการวางแผน ปฏิบัติการโบเดนพลาทเทอ (Operation Bodenplatte) ซึ่งเป็นการโจมตีฐานทัพอากาศของฝ่ายสัมพันธมิตรในเบลเยียมและเนเธอร์แลนด์ แต่ผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
ในเดือนมีนาคม 1945 เพลทซ์ได้รับมอบหมายให้ดูแลการป้องกันทางอากาศทั้งหมดของไรช์ (Defense of the Reich) โดยเขาได้เสนอแนวคิดการใช้เครื่องบินพุ่งชน (Ramming) เพื่อหยุดยั้งการโจมตีทางอากาศของฝ่ายสัมพันธมิตร แม้จะรู้ว่ามีความเสี่ยงที่จะสูญเสียกำลังพลสูงมากก็ตาม
ชีวิตหลังสงคราม
หลังจากสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง เพลทซ์ได้เข้าทำงานในบริษัทอุตสาหกรรมชั้นนำของเยอรมนี ได้แก่ Krupp และ Telefunken เขาเสียชีวิตเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2001 ในเมืองมิวนิก
คำถามที่พบบ่อย
ดีทริช เพลทซ์ คือใคร?
ดีทริช เพลทซ์ เป็นนักบินทิ้งระเบิดและนายพลของกองทัพอากาศเยอรมัน (Luftwaffe) ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งได้รับการบันทึกว่าเป็นนายพลที่อายุน้อยที่สุดของกองทัพเยอรมัน
เพลทซ์มีความสำคัญอย่างไรในด้านยุทธวิธีทางอากาศ?
เขามีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเทคนิคการทิ้งระเบิดที่ช่วยให้การโจมตีมีความแม่นยำมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงการบุกสหภาพโซเวียต (Operation Barbarossa)
ปฏิบัติการสำคัญที่เพลทซ์บัญชาการคืออะไร?
ปฏิบัติการที่โดดเด่น ได้แก่ ปฏิบัติการสไตน์บ็อก (Operation Steinbock) ซึ่งเป็นการโจมตีทางอากาศต่ออังกฤษ และปฏิบัติการโบเดนพลาทเทอ (Operation Bodenplatte) ซึ่งเป็นการโจมตีฐานทัพอากาศสัมพันธมิตร

