← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ชื่อโดเมน ระบบระบุตัวตนและที่อยู่บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

สรุปใจความสำคัญ

  • ชื่อโดเมนทำหน้าที่แปลงที่อยู่ IP (ตัวเลข) ให้เป็นชื่อที่มนุษย์จดจำได้ง่าย
  • โครงสร้างของชื่อโดเมนเป็นแบบลำดับชั้น (Hierarchy) โดยมี Root Domain เป็นจุดสูงสุด
  • ICANN เป็นองค์กรกลางที่ดูแลการบริหารจัดการพื้นที่ชื่อโดเมนทั่วโลก
  • การจดโดเมนไม่ใช่การถือครองกรรมสิทธิ์ถาวร แต่เป็นการเช่าสิทธิ์การใช้งานตามระยะเวลาที่กำหนด

ในระบบอินเทอร์เน็ต ชื่อโดเมน (Domain Name) คือชุดตัวอักษรที่ใช้ระบุขอบเขตของการบริหารจัดการ อำนาจ หรือการควบคุมในเครือข่าย โดยทำหน้าที่เป็นชื่อที่มนุษย์สามารถจดจำได้ เพื่อใช้แทนที่อยู่ไอพี (IP Address) ซึ่งเป็นชุดตัวเลขที่ซับซ้อน ชื่อโดเมนถูกนำมาใช้เพื่อระบุบริการต่างๆ บนอินเทอร์เน็ต เช่น เว็บไซต์ บริการอีเมล และทรัพยากรในเครือข่ายอื่นๆ

แผนผังแสดงการทำงานของชื่อโดเมนและระบบ DNS
ภาพแสดงความสัมพันธ์ระหว่างชื่อโดเมนและการแปลงค่าเป็นที่อยู่ IP ผ่านระบบ DNS

โครงสร้างและลำดับชั้นของชื่อโดเมน

ชื่อโดเมนถูกสร้างขึ้นตามกฎและขั้นตอนของ ระบบชื่อโดเมน (Domain Name System หรือ DNS) โดยมีการจัดระเบียบเป็นลำดับชั้น (Hierarchy) เริ่มจากราก (Root Domain) ซึ่งไม่มีชื่อ และแบ่งย่อยลงมาเป็นระดับต่างๆ ดังนี้:

  • โดเมนระดับบนสุด (Top-Level Domains - TLDs): เป็นระดับสูงสุดของชื่อโดเมน แบ่งออกเป็นสองประเภทหลัก คือ Generic TLDs (gTLDs) เช่น .com, .info, .net, .edu และ .org และ Country Code TLDs (ccTLDs) ซึ่งเป็นโดเมนรหัสประเทศ เช่น .th สำหรับประเทศไทย
  • โดเมนระดับที่สองและสาม (Second-level and Third-level Domains): เป็นส่วนที่อยู่ถัดลงมาจาก TLD ซึ่งผู้ใช้งานทั่วไปหรือองค์กรสามารถจดทะเบียนเพื่อสร้างทรัพยากรบนอินเทอร์เน็ต เช่น "wikipedia.org" โดยที่ .org คือ TLD และ wikipedia คือโดเมนระดับที่สอง

ในการระบุชื่อโดเมนอย่างสมบูรณ์ จะเรียกว่า Fully Qualified Domain Name (FQDN) ซึ่งเป็นการระบุทุกป้ายกำกับ (Label) ในลำดับชั้นของ DNS โดยไม่มีส่วนใดขาดหายไป ตามธรรมเนียมปฏิบัติ FQDN จะลงท้ายด้วยจุด (.) เพื่อแสดงถึงจุดสูงสุดของโครงสร้างต้นไม้ DNS

วัตถุประสงค์และการใช้งาน

หน้าที่หลักของชื่อโดเมนคือการสร้างนามธรรม (Abstraction) ให้กับที่อยู่ตัวเลขของทรัพยากรบนอินเทอร์เน็ต เพื่อให้ง่ายต่อการจดจำและเข้าถึง ซึ่งมีประโยชน์สำคัญดังนี้:

  • ความสะดวกในการจดจำ: ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องจำชุดตัวเลข IP Address ของเซิร์ฟเวอร์ แต่สามารถจำชื่อที่สื่อความหมายได้แทน
  • ความยืดหยุ่นในการย้ายทรัพยากร: เมื่อมีการย้ายเซิร์ฟเวอร์ไปยังตำแหน่งทางกายภาพใหม่หรือเปลี่ยน IP Address ผู้ดูแลระบบเพียงแค่แก้ไขการจับคู่ใน DNS โดยที่ผู้ใช้งานยังคงเข้าถึงผ่านชื่อโดเมนเดิมได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนแปลง
  • การสร้างอัตลักษณ์: องค์กรสามารถเลือกชื่อโดเมนที่ตรงกับชื่อแบรนด์หรือชื่อบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและทำให้ผู้ใช้ค้นหาได้ง่าย
แผนผังโครงสร้างต้นไม้ของชื่อโดเมน
โครงสร้างแบบลำดับชั้นของชื่อโดเมนที่เริ่มจาก Root Zone ลงไปสู่โดเมนย่อย

ประวัติการพัฒนา

แนวคิดการใช้ชื่อเรียกแทนที่อยู่ตัวเลขมีมาตั้งแต่ยุค ARPANET ก่อนที่จะเกิดอินเทอร์เน็ตเชิงพาณิชย์ ในระยะแรก คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องจะดึงไฟล์ที่ชื่อว่า host.txt จากเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ SRI International เพื่อใช้จับคู่ชื่อโฮสต์กับที่อยู่ตัวเลข

อย่างไรก็ตาม เมื่อเครือข่ายเติบโตอย่างรวดเร็ว การจัดการไฟล์ทะเบียนชื่อแบบศูนย์กลางจึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ในปี ค.ศ. 1983 จึงได้มีการนำระบบ DNS มาใช้ใน ARPANET และเผยแพร่โดย Internet Engineering Task Force (IETF) ผ่านเอกสาร RFC 882 และ RFC 883 ซึ่งกลายเป็นรากฐานของระบบการระบุชื่อบนอินเทอร์เน็ตจนถึงปัจจุบัน

แผนภาพการจัดการชื่อโดเมนโดย ICANN
การบริหารจัดการพื้นที่ชื่อโดเมนระดับบนสุดโดย ICANN และการกระจายสิทธิ์ไปยังผู้ให้บริการจดทะเบียน

การบริหารจัดการในปัจจุบัน

ปัจจุบัน Internet Corporation for Assigned Names and Numbers (ICANN) เป็นองค์กรที่ทำหน้าที่บริหารจัดการสถาปัตยกรรมและพื้นที่ชื่อโดเมนระดับบนสุดของอินเทอร์เน็ต โดย ICANN จะมอบอำนาจให้ผู้ให้บริการจดทะเบียนชื่อโดเมน (Domain Name Registrars) เป็นผู้ดำเนินการขายและจัดการการจดทะเบียนชื่อโดเมนให้กับสาธารณชน

เป็นที่น่าสังเกตว่า การจดทะเบียนชื่อโดเมนกับผู้ให้บริการไม่ได้ให้ "กรรมสิทธิ์ทางกฎหมาย" ในชื่อโดเมนนั้น แต่เป็นการให้ "สิทธิ์ในการใช้งานแต่เพียงผู้เดียว" ตามระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งการใช้ชื่อโดเมนในเชิงพาณิชย์อาจต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเครื่องหมายการค้า

คำถามที่พบบ่อย

ชื่อโดเมนกับที่อยู่ IP แตกต่างกันอย่างไร?

ที่อยู่ IP คือชุดตัวเลขที่ระบุตำแหน่งของเครื่องคอมพิวเตอร์ในเครือข่าย (เปรียบเสมือนพิกัดบ้าน) ส่วนชื่อโดเมนคือชื่อที่มนุษย์ตั้งขึ้นเพื่อใช้อ้างอิงถึงที่อยู่ IP นั้น (เปรียบเสมือนบ้านเลขที่หรือชื่อบ้าน) เพื่อให้จดจำได้ง่ายขึ้น

TLD คืออะไร และมีกี่ประเภท?

TLD (Top-Level Domain) คือส่วนท้ายสุดของชื่อโดเมน แบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก คือ gTLD (Generic TLD) เช่น .com, .org ซึ่งใช้ระบุประเภทขององค์กร และ ccTLD (Country Code TLD) เช่น .th, .jp ซึ่งใช้ระบุรหัสประเทศ

ใครเป็นผู้ดูแลระบบชื่อโดเมนทั่วโลก?

Internet Corporation for Assigned Names and Numbers หรือ ICANN เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ดูแลการจัดสรรชื่อโดเมนและหมายเลข IP ทั่วโลก

การจดชื่อโดเมนถือเป็นเจ้าของชื่อนั้นตลอดไปหรือไม่?

ไม่ใช่ การจดทะเบียนโดเมนเป็นการได้รับสิทธิ์ในการใช้งานในช่วงเวลาหนึ่ง (เช่น 1 ปี หรือ 10 ปี) ผู้จดทะเบียนต้องชำระค่าธรรมเนียมต่ออายุเพื่อรักษาการใช้งานชื่อโดเมนนั้นไว้