ดักลาส เคิร์นส์ ศาสตราจารย์ด้านคลาสสิกและผู้เชี่ยวชาญภาษากรีกโบราณ
สรุปใจความสำคัญ
- เกิดวันที่ 10 มกราคม ค.ศ. 1961 ที่เมืองกลาสโกว์ ประเทศสกอตแลนด์
- เป็นศาสตราจารย์ด้านคลาสสิกที่มหาวิทยาลัยเอดินบะระตั้งแต่ปี ค.ศ. 2004
- เชี่ยวชาญด้านจริยธรรม อารมณ์ และวรรณกรรมกรีกโบราณ โดยเฉพาะการท้าทายแนวคิดเรื่อง 'วัฒนธรรมแห่งความละอาย'
ดักลาส เลดลอว์ เคิร์นส์ (Douglas Laidlaw Cairns) เกิดเมื่อวันที่ 10 มกราคม ค.ศ. 1961 เป็นนักวิชาการด้านคลาสสิกชาวสกอตแลนด์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2004 เขาได้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ด้านคลาสสิกที่มหาวิทยาลัยเอดินบะระ (University of Edinburgh) โดยมีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษในการศึกษาเกี่ยวกับสังคมกรีก จริยธรรม วรรณกรรม ชีวิตทางอารมณ์ และการสะท้อนสิ่งเหล่านี้ผ่านมหากาพย์ โศกนาฏกรรม และกวีนิพนธ์กรีกโบราณ

ชีวิตช่วงต้นและการศึกษา
เคิร์นส์เกิดที่เมืองกลาสโกว์ เติบโตในย่าน Sandyhills โดยมีบิดาเป็นตัวแทนท้องถิ่นของสมาคมประกันภัยสหกรณ์และเป็นสมาชิกที่โดดเด่นของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งบริเตนใหญ่ ส่วนมารดาทำงานในหน่วยเคลื่อนที่ของบริการถ่ายเลือด
เขาได้รับการศึกษาด้านภาษากรีกและละตินที่ Eastbank Academy ในย่าน East End ของกลาสโกว์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงเรียนรัฐบาลแห่งสุดท้ายในสกอตแลนด์ที่ยังคงสอนภาษาละตินในขณะนั้น
เส้นทางอาชีพและผลงานทางวิชาการ
เคิร์นส์สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท (เกียรตินิยม) ด้านคลาสสิกจากมหาวิทยาลัยกลาสโกว์ในปี ค.ศ. 1983 และได้รับปริญญาเอกด้านภาษากรีกในปี ค.ศ. 1987 โดยทำวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับแนวคิดเรื่อง aidōs หรือ "ความละอาย" ในภาษากรีก

การท้าทายทฤษฎีทางมานุษยวิทยา
งานของเคิร์นส์มีความโดดเด่นในการนำการวิจัยด้านจิตวิทยา มานุษยวิทยา และพฤติกรรมศาสตร์ มาประยุกต์ใช้กับการศึกษาด้านนิรุกติศาสตร์กรีก เขาได้ท้าทายการแบ่งแยกทางมานุษยวิทยาที่ว่ากรีกโบราณเป็น "วัฒนธรรมแห่งความละอาย" (shame culture) ซึ่งแตกต่างจาก "วัฒนธรรมแห่งความรู้สึกผิด" (guilt culture) โดยเขาโต้แย้งว่ากรีกโบราณไม่ได้เป็นเพียงวัฒนธรรมแห่งความละอายตามที่เคยเชื่อกันมา
นอกจากนี้ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เคิร์นส์ยังกลายเป็นผู้นำในการใช้ทฤษฎีอุปลักษณ์เชิงมโนทัศน์ (Conceptual Metaphor Theory) กับตัวบทคลาสสิก โดยเฉพาะในงานศึกษาเกี่ยวกับมหากาพย์โฮเมอร์
ตำแหน่งทางวิชาการและการบริหาร
ก่อนจะดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ที่เอดินบะระในปี ค.ศ. 2004 เขาเคยดำรงตำแหน่งทางวิชาการที่มหาวิทยาลัยเซนต์แอนดรูวส์, มหาวิทยาลัยเกออร์ก-ออกัสต์, มหาวิทยาลัยโอทาโก และมหาวิทยาลัยลีดส์ นอกจากนี้เขายังเคยเป็นหัวหน้าภาควิชาคลาสสิก และหัวหน้าโรงเรียนประวัติศาสตร์ คลาสสิก และโบราณคดีที่มหาวิทยาลัยเอดินบะระ
ทุนวิจัยและเกียรติประวัติ
เคิร์นส์ได้รับทุนวิจัยจากสถาบันชั้นนำมากมาย เช่น Leverhulme Trust และโครงการ "The Social and Cultural Construction of Emotions" ของ ERC/Oxford University นอกจากนี้เขายังเป็นศาสตราจารย์รับเชิญในมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลก ทั้งในญี่ปุ่น (มหาวิทยาลัยเกียวโต, มหาวิทยาลัยโตเกียว), อิตาลี (มหาวิทยาลัยปิซา, มหาวิทยาลัยโบโลญญา), ไต้หวัน และสหรัฐอเมริกา
เขาได้รับเกียรติให้เป็นสมาชิกของ British Academy, Royal Society of Edinburgh และ Academia Europaea รวมถึงได้รับรางวัลวิจัย Anneliese Maier จากมูลนิธิ Alexander von Humboldt
มุมมองต่อประเด็นทางสังคม
เคิร์นส์เคยแสดงทัศนะคัดค้านการเปลี่ยนชื่ออาคาร David Hume Tower ของมหาวิทยาลัยเอดินบะระ โดยเขาโต้แย้งว่าการเปลี่ยนชื่ออาคารเป็นเพียงการกระทำเชิงสัญลักษณ์ที่ไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหาการเหยียดเชื้อชาติ ความเกลียดชังคนต่างชาติ และความเหลื่อมล้ำในสังคมได้อย่างแท้จริง
ผลงานเขียนที่สำคัญ
- หนังสือ: Aidôs: The Psychology and Ethics of Honour and Shame in Ancient Greek Literature (1993)
- หนังสือ: Sophocles: Antigone (2016)
- หนังสือ: Bacchylides: Five Epinician Odes (2010)
- หนังสือรวมบทความ: A Cultural History of the Emotions in Antiquity (2019)
คำถามที่พบบ่อย
ดักลาส เคิร์นส์ คือใคร?
เขาเป็นศาสตราจารย์ด้านคลาสสิกชาวสกอตแลนด์ ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษากรีกโบราณ วรรณกรรม และจริยธรรมของสังคมกรีกโบราณ
ผลงานที่โดดเด่นที่สุดของเคิร์นส์คืออะไร?
งานวิจัยที่ท้าทายแนวคิดเรื่อง 'วัฒนธรรมแห่งความละอาย' (shame culture) ในกรีกโบราณ และการนำทฤษฎีอุปลักษณ์เชิงมโนทัศน์มาใช้ศึกษาตัวบทคลาสสิก
เคิร์นส์มีความเห็นอย่างไรต่อการเปลี่ยนชื่ออาคาร David Hume Tower?
เขามองว่าการเปลี่ยนชื่ออาคารเป็นเพียงการกระทำเชิงสัญลักษณ์ที่ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหารากเหง้าของความเหลื่อมล้ำและการเหยียดเชื้อชาติในสังคม

