อี. เบอร์ตัน สวอนสัน ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบสารสนเทศและนวัตกรรมองค์กร
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นศาสตราจารย์กิตติคุณด้านระบบสารสนเทศที่ UCLA Anderson School of Management
- ผู้ร่วมก่อตั้งการประชุมวิชาการระดับนานาชาติด้านระบบสารสนเทศ (ICIS) ในปี 1980
- ผู้พัฒนาแนวคิด 'Organizing Vision' ร่วมกับ นีล รามิลเลอร์ เพื่ออธิบายการสร้างนวัตกรรมในระบบสารสนเทศ
- ได้รับรางวัล LEO award ในปี 2009 สำหรับความสำเร็จสูงสุดในวิชาชีพ
อี. เบอร์ตัน สวอนสัน (E. Burton Swanson เกิดปี ค.ศ. 1939) เป็นนักวิทยาศาสตร์สารสนเทศชาวอเมริกัน และศาสตราจารย์กิตติคุณ (Professor Emeritus) ด้านระบบสารสนเทศ ประจำ UCLA Anderson School of Management โดยมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาทฤษฎีและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้สร้างนวัตกรรมภายในองค์กร
ประวัติและการศึกษา
สวอนสันสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาวิศวกรรมอุตสาหการและระบบ (Industrial and Systems Engineering) จากมหาวิทยาลัย San Jose State ในปี ค.ศ. 1962 จากนั้นได้รับปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ (MBA) จากมหาวิทยาลัยมิชิแกนในปี ค.ศ. 1964 และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกด้านบริหารธุรกิจจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ (University of California, Berkeley) ในปี ค.ศ. 1971
เส้นทางอาชีพและผลงานทางวิชาการ
สวอนสันเริ่มต้นอาชีพการทำงานที่บริษัท IBM ในส่วนของการพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับระบบ ต่อมาในปี ค.ศ. 1974 เขาได้เข้าสู่แวดวงวิชาการโดยดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ด้านระบบสารสนเทศที่ UCLA Anderson School of Management และได้รับหน้าที่เป็นผู้อำนวยการโครงการวิจัยด้านระบบสารสนเทศ นอกจากนี้เขายังได้รับเชิญให้ไปดำรงตำแหน่งทางวิชาการในประเทศอังกฤษ เบลเยียม และเยอรมนี
บทบาทในการบริหารวารสารและสมาคมวิชาชีพ
สวอนสันมีบทบาทสำคัญในการสร้างรากฐานทางวิชาการด้านระบบสารสนเทศ ดังนี้:
- บรรณาธิการบริหาร: ดำรงตำแหน่งบรรณาธิการบริหารคนแรกของวารสาร Information Systems Research ระหว่างปี ค.ศ. 1987 ถึง 1992
- ผู้ร่วมก่อตั้ง: ร่วมก่อตั้งการประชุมวิชาการระดับนานาชาติด้านระบบสารสนเทศ (International Conference on Information Systems หรือ ICIS) ในปี ค.ศ. 1980
- รางวัลเกียรติยศ: ในปี ค.ศ. 2009 เขาได้รับรางวัล LEO จากสมาคมระบบสารสนเทศ (Association for Information Systems) เพื่อเชิดชูเกียรติในฐานะผู้มีผลงานโดดเด่นตลอดอายุการทำงาน
แนวคิดการวิจัยและนวัตกรรม
ความสนใจในการวิจัยของสวอนสันมุ่งเน้นไปที่ระบบสารสนเทศและเทคโนโลยี (Information Systems and Technology) และระบบองค์กร (Enterprise Systems) โดยเฉพาะในเรื่องของนวัตกรรมทางธุรกิจและแนวคิด "Organizing Vision" ซึ่งเป็นคำศัพท์ที่เขาร่วมพัฒนากับ นีล รามิลเลอร์ (Neil Ramiller)
งานวิจัยของเขามุ่งเน้นไปที่ "วงจรชีวิตของระบบในองค์กร" โดยครอบคลุมประเด็นตั้งแต่การสร้างนวัตกรรม การนำระบบไปใช้งาน การใช้ประโยชน์จากระบบ และการบำรุงรักษาระบบให้มีประสิทธิภาพ
ผลงานตีพิมพ์ที่สำคัญ
หนังสือ
- Software maintenance management: a study of the maintenance of computer application software in 487 data processing organizations (ร่วมกับ Bennet P. Lientz, 1980)
- Maintaining information systems in organizations (ร่วมกับ Cynthia Mathis Beath, 1989)
บทความวิชาการที่โดดเด่น
- "Management information systems: appreciation and involvement" (Management Science, 1974)
- "The dimensions of maintenance" (Proceedings of the 2nd international conference on Software engineering, 1976)
- "Information systems innovation among organizations" (Management Science, 1994)
- "The organizing vision in information systems innovation" (ร่วมกับ Neil C. Ramiller, Organization Science, 1997)
- "Innovating mindfully with information technology" (ร่วมกับ Neil C. Ramiller, MIS Quarterly, 2004)
คำถามที่พบบ่อย
อี. เบอร์ตัน สวอนสัน คือใคร?
เขาเป็นนักวิทยาศาสตร์สารสนเทศและศาสตราจารย์กิตติคุณด้านระบบสารสนเทศที่ UCLA Anderson School of Management ผู้มีบทบาทสำคัญในการวิจัยเรื่องนวัตกรรมองค์กรและวงจรชีวิตของระบบสารสนเทศ
แนวคิด 'Organizing Vision' คืออะไร?
เป็นแนวคิดที่สวอนสันและ นีล รามิลเลอร์ พัฒนาขึ้นเพื่อใช้อธิบายกระบวนการและวิสัยทัศน์ในการสร้างนวัตกรรมด้านระบบสารสนเทศภายในองค์กร
สวอนสันมีบทบาทอย่างไรในวงการวิชาการด้านระบบสารสนเทศ?
เขาเป็นบรรณาธิการบริหารคนแรกของวารสาร Information Systems Research และเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งการประชุม ICIS ซึ่งเป็นเวทีวิชาการระดับโลกด้านระบบสารสนเทศ
ผลงานวิจัยหลักของสวอนสันมุ่งเน้นเรื่องใด?
มุ่งเน้นที่วงจรชีวิตของระบบในองค์กร โดยครอบคลุมตั้งแต่การคิดค้นนวัตกรรม การนำไปใช้ การใช้งานจริง และการบำรุงรักษา
สวอนสันได้รับรางวัลอะไรที่สำคัญที่สุด?
เขาได้รับรางวัล LEO award ในปี 2009 จากสมาคมระบบสารสนเทศ (Association for Information Systems) สำหรับผลงานโดดเด่นตลอดอายุการทำงาน
