← กลับไปยังบทความทั้งหมด

อนุสัญญาสิทธิบัตรยุโรป

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นสนธิสัญญาระหว่างประเทศที่จัดตั้งองค์การสิทธิบัตรยุโรป (European Patent Organisation) และสำนักงานสิทธิบัตรยุโรป (EPO)
  • สิทธิบัตรยุโรปไม่ใช่สิทธิเดี่ยว แต่เป็นกลุ่มของสิทธิบัตรที่แยกจากกันในแต่ละประเทศสมาชิก
  • มีผลบังคับใช้ครั้งแรกในปี 1977 และมีการปรับปรุงครั้งใหญ่ในเวอร์ชัน EPC 2000
  • มีรัฐภาคีครอบคลุม 40 ประเทศ (ข้อมูล ณ มิถุนายน 2026) และมีความร่วมมือกับประเทศนอกยุโรป เช่น กัมพูชา และลาว

อนุสัญญาสิทธิบัตรยุโรป (European Patent Convention หรือ EPC) หรือที่รู้จักในชื่อ อนุสัญญาว่าด้วยการให้สิทธิบัตรยุโรป ลงวันที่ 5 ตุลาคม 1973 เป็นสนธิสัญญาระหว่างประเทศที่จัดตั้ง องค์การสิทธิบัตรยุโรป (European Patent Organisation) และสร้างระบบกฎหมายอิสระสำหรับการขอรับสิทธิบัตรในยุโรป

ลักษณะของสิทธิบัตรยุโรป

คำว่า "สิทธิบัตรยุโรป" ในบริบทของ EPC ไม่ได้หมายถึงสิทธิเดี่ยวที่ครอบคลุมทั้งทวีป แต่เป็นกลุ่มของสิทธิบัตรที่แยกจากกันในแต่ละประเทศสมาชิก ซึ่งสามารถบังคับใช้หรือเพิกถอนได้ตามกฎหมายของประเทศนั้นๆ อย่างไรก็ตาม สิทธิบัตรเหล่านี้อยู่ภายใต้กระบวนการรวมศูนย์หลังการให้สิทธิบัตร 2 รูปแบบ ได้แก่:

  • กระบวนการคัดค้าน (Opposition procedure): เป็นระยะเวลาจำกัดที่บุคคลอื่น (ยกเว้นเจ้าของสิทธิบัตร) สามารถยื่นคัดค้านเพื่อขอให้เพิกถอนหรือจำกัดขอบเขตของสิทธิบัตรทั้งกลุ่ม
  • กระบวนการจำกัดและเพิกถอน (Limitation and revocation procedures): กระบวนการที่เจ้าของสิทธิบัตรเป็นผู้ริเริ่มเพื่อขอปรับลดขอบเขตหรือเพิกถอนสิทธิบัตรของตนเอง

กลไกการทำงานและขั้นตอนการยื่นคำขอ

EPC กำหนดกรอบกฎหมายเพื่อให้การขอรับสิทธิบัตรเป็นไปอย่างสอดคล้องกันผ่าน สำนักงานสิทธิบัตรยุโรป (European Patent Office - EPO) โดยผู้ขอรับสิทธิบัตรสามารถยื่นคำขอเพียงฉบับเดียว ในภาษาเดียว ซึ่งสามารถยื่นได้ที่:

  • สำนักงาน EPO ในเมืองมิวนิก (Munich)
  • สาขาในกรุงเฮก (The Hague)
  • สำนักงานย่อยในกรุงเบอร์ลิน (Berlin)
  • สำนักงานสิทธิบัตรแห่งชาติของรัฐภาคี (หากกฎหมายภายในของรัฐนั้นอนุญาต)

ประวัติความเป็นมา

แนวคิดเรื่องสำนักงานสิทธิบัตรยุโรปเริ่มต้นขึ้นในเดือนกันยายน 1949 จากข้อเสนอของ Henri Longchambon วุฒิสมาชิกชาวฝรั่งเศส แม้ว่าแผนการเบื้องต้นจะไม่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริงในขณะนั้น แต่ก็นำไปสู่การสร้างอนุสัญญาว่าด้วยรูปแบบการยื่นคำขอสิทธิบัตร (1953) และการจัดประเภทสิทธิบัตรระหว่างประเทศ (1954) ต่อมามีการลงนามในอนุสัญญาสิทธิบัตรสตราสบูร์ก (Strasbourg Patent Convention) ในปี 1963

จนกระทั่งในปี 1973 ได้มีการจัดการประชุมทางการทูตที่เมืองมิวนิก เพื่อจัดตั้งระบบการให้สิทธิบัตรของยุโรป ซึ่งนำไปสู่การลงนามในอนุสัญญา EPC โดยมี Kurt Haertel และ François Savignon เป็นบุคคลสำคัญที่มีบทบาทในการผลักดัน โดยมีประเทศลงนามเริ่มแรก 16 ประเทศ เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 1973 และมีผลบังคับใช้ครั้งแรกในวันที่ 7 ตุลาคม 1977 สำหรับกลุ่มประเทศแรก ได้แก่ เบลเยียม เยอรมนี (เยอรมนีตะวันตกในขณะนั้น) ฝรั่งเศส ลักเซมเบิร์ก เนเธอร์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ และสหราชอาณาจักร

การปรับปรุงและขยายขอบเขต

ในเดือนพฤศจิกายน 2000 ได้มีการประชุมเพื่อปรับปรุงอนุสัญญาเพื่อให้ทันต่อกฎหมายระหว่างประเทศและเพิ่มระบบการทบทวนคำตัดสินของคณะกรรมการอุทธรณ์ ซึ่งข้อความที่ปรับปรุงใหม่นี้เรียกว่า EPC 2000 และมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2007

ปัจจุบัน EPC มีสถานะแยกจากสหภาพยุโรป (EU) โดยมีรัฐภาคีบางประเทศที่ไม่ได้เป็นสมาชิก EU เช่น สวิตเซอร์แลนด์ ตุรกี นอร์เวย์ และสหราชอาณาจักร โดย ณ เดือนมิถุนายน 2026 มีรัฐภาคีรวมทั้งสิ้น 40 ประเทศ โดยมีมอลโดวากลายเป็นรัฐภาคีลำดับที่ 40 เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2026

ความตกลงความร่วมมือกับรัฐที่ไม่ได้เป็นภาคี

องค์การสิทธิบัตรยุโรปได้ทำความตกลงกับบางประเทศที่ไม่ได้เป็นภาคีในรูปแบบของ ความตกลงการขยาย (Extension agreements) หรือ ความตกลงการรับรอง (Validation agreements) ซึ่งช่วยให้สิทธิบัตรที่ได้รับจาก EPO สามารถขยายความคุ้มครองไปยังประเทศเหล่านี้ได้ผ่านการชำระค่าธรรมเนียมและดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนด โดยสิทธิที่ได้รับจะมีค่าเท่ากับสิทธิบัตรแห่งชาติในประเทศนั้นๆ แต่จะไม่ขึ้นอยู่กับอำนาจการตัดสินของคณะกรรมการอุทธรณ์ของ EPO

ตัวอย่างประเทศที่มีความตกลงรับรอง (Validation agreements) ได้แก่ โมร็อกโก มอลโดวา ตูนิเซีย กัมพูชา จอร์เจีย และลาว

คำถามที่พบบ่อย

สิทธิบัตรยุโรป (European Patent) คืออะไร?

สิทธิบัตรยุโรปคือกลุ่มของสิทธิบัตรที่ได้รับผ่านกระบวนการรวมศูนย์ของสำนักงานสิทธิบัตรยุโรป (EPO) ซึ่งเมื่อได้รับสิทธิแล้ว จะกลายเป็นสิทธิบัตรที่แยกจากกันในแต่ละประเทศสมาชิกที่ผู้ขอเลือกไว้ โดยสามารถบังคับใช้และเพิกถอนได้ตามกฎหมายของประเทศนั้นๆ

EPC แตกต่างจากสหภาพยุโรป (EU) อย่างไร?

EPC เป็นระบบกฎหมายอิสระที่แยกจากสหภาพยุโรป แม้ว่าสมาชิก EU ทุกประเทศจะเป็นภาคีของ EPC แต่ก็มีประเทศที่ไม่ได้เป็นสมาชิก EU แต่เป็นภาคีของ EPC เช่น สวิตเซอร์แลนด์ ตุรกี และสหราชอาณาจักร

บุคคลภายนอกสามารถคัดค้านสิทธิบัตรยุโรปได้หรือไม่?

ได้ โดยผ่านกระบวนการคัดค้าน (Opposition procedure) ซึ่งเป็นขั้นตอนที่เปิดให้บุคคลอื่นที่ไม่ใช่เจ้าของสิทธิบัตรสามารถยื่นคัดค้านเพื่อขอให้เพิกถอนหรือจำกัดขอบเขตของสิทธิบัตรทั้งกลุ่มได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด

ประเทศในเอเชียมีส่วนเกี่ยวข้องกับ EPC อย่างไร?

บางประเทศในเอเชีย เช่น กัมพูชา และลาว ได้ทำความตกลงการรับรอง (Validation agreements) กับองค์การสิทธิบัตรยุโรป ทำให้สิทธิบัตรที่ได้รับจาก EPO สามารถขยายความคุ้มครองไปยังประเทศเหล่านี้ได้

การยื่นคำขอสิทธิบัตรยุโรปต้องยื่นที่ไหน?

สามารถยื่นได้ที่สำนักงาน EPO ในมิวนิก กรุงเฮก หรือเบอร์ลิน หรือยื่นผ่านสำนักงานสิทธิบัตรแห่งชาติของรัฐภาคีที่กฎหมายอนุญาต