พระราชบัญญัติอำนาจบริหาร (บทบัญญัติสืบเนื่อง) ค.ศ. 1937 ของไอร์แลนด์
สรุปใจความสำคัญ
- ตราขึ้นในปี ค.ศ. 1937 เพื่อยกเลิกตำแหน่งข้าหลวงใหญ่แห่งรัฐอิสระไอร์แลนด์อย่างสมบูรณ์
- แก้ไขข้อผิดพลาดทางกฎหมายจากการพยายามยกเลิกตำแหน่งผ่านการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพียงอย่างเดียวในปี 1936
- ทำให้การแต่งตั้งประธานศาลฎีกา ผู้พิพากษา และอัยการสูงสุดที่เคยเป็นโมฆะ กลับมามีผลสมบูรณ์ย้อนหลัง
- โอนอำนาจของพระมหากษัตริย์ตามกฎหมายเก่ามาให้คณะบริหารของไอร์แลนด์
พระราชบัญญัติอำนาจบริหาร (บทบัญญัติสืบเนื่อง) ค.ศ. 1937 (Executive Powers (Consequential Provisions) Act 1937) เป็นกฎหมายที่ตราขึ้นโดยรัฐสภาไอร์แลนด์ (Oireachtas) เพื่อดำเนินการยกเลิกตำแหน่งข้าหลวงใหญ่ (Governor-General) แห่งรัฐอิสระไอร์แลนด์ให้มีผลสมบูรณ์ในทางกฎหมาย โดยเป็นการแก้ไขข้อผิดพลาดจากการพยายามยกเลิกตำแหน่งดังกล่าวในครั้งแรก
ภูมิหลังและการล้มเหลวในการยกเลิกครั้งแรก
ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 1936 เอมอน เดอ วาเลรา (Éamon de Valera) ประธานสภาบริหารของรัฐอิสระไอร์แลนด์ในขณะนั้น ได้ผลักดันให้มีการผ่านพระราชบัญญัติรัฐธรรมนูญ (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมที่ 27) ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อยกเลิกตำแหน่งข้าหลวงใหญ่ อย่างไรก็ตาม ต่อมาเขาได้รับคำแนะนำจากที่ปรึกษากฎหมาย รวมถึงอัยการสูงสุด เจมส์ จีโอเกน (James Geoghegan) และมอริซ มอยนิแฮน (Maurice Moynihan) เลขานุการสภาบริหาร ว่าพระราชบัญญัติดังกล่าวไม่ได้ยกเลิกตำแหน่งข้าหลวงใหญ่อย่างแท้จริง
เหตุผลทางกฎหมายคือ การตัดตำแหน่งข้าหลวงใหญ่ออกไปจากรัฐธรรมนูญเพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ เนื่องจากตำแหน่งนี้มีฐานอำนาจรองรับจากแหล่งอื่นที่นอกเหนือจากรัฐธรรมนูญ ได้แก่:
- หนังสือสิทธิบัตร (Letters Patent) จากพระมหากษัตริย์ที่กำหนดโครงสร้างและระเบียบของตำแหน่ง
- คำสั่งในสภา (Orders in Council)
- ตราสารทางกฎหมาย (Statutory instruments)
- กฎหมายลายลักษณ์อักษร (Statute law)
ดังนั้น เพื่อให้การยกเลิกตำแหน่งมีผลเด็ดขาด จำเป็นต้องมีการลบการอ้างถึงตำแหน่งข้าหลวงใหญ่ออกจากแหล่งกฎหมายทั้งหมดเหล่านี้ ซึ่งนำไปสู่การนำเสนอพระราชบัญญัติอำนาจบริหาร (บทบัญญัติสืบเนื่อง) ในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1937
วัตถุประสงค์หลักของพระราชบัญญัติ
พระราชบัญญัติฉบับนี้มีเป้าหมายสำคัญ 3 ประการ ดังนี้:
- การโอนอำนาจ: กำหนดให้อำนาจใดๆ ที่เดิมเป็นของพระมหากษัตริย์ตามกฎหมายที่มีผลก่อนวันที่ 12 ธันวาคม ค.ศ. 1936 ให้ตกเป็นอำนาจของคณะบริหาร (Executive Committee) หลังจากวันที่ดังกล่าว
- การแก้ไขปัญหาทางกฎหมายย้อนหลัง: แก้ไขความผิดพลาดทางรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกิดขึ้นจากการยกเลิกตำแหน่งในเดือนธันวาคม ค.ศ. 1936 ซึ่งส่งผลให้การดำเนินการหลายอย่างกลายเป็นโมฆะ เช่น:
- การแต่งตั้งประธานศาลฎีกาแห่งไอร์แลนด์ ซึ่งตามกฎหมายต้องกล่าวคำปฏิญาณต่อหน้าข้าหลวงใหญ่ แต่ไม่ได้ทำเนื่องจากเข้าใจผิดว่าตำแหน่งนี้ถูกยกเลิกไปแล้ว ทำให้การดำรงตำแหน่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย และส่งผลให้พระราชบัญญัติศาลยุติธรรม (Courts of Justice Act) ที่กำหนดขั้นตอนการแต่งตั้งใหม่กลายเป็นโมฆะด้วย
- การแต่งตั้งผู้พิพากษาศาลฎีกา 3 ท่าน ซึ่งกล่าวคำปฏิญาณต่อหน้าประธานศาลฎีกาที่ถูกแต่งตั้งอย่างไม่ถูกต้อง ทำให้การแต่งตั้งผู้พิพากษาเหล่านี้เป็นโมฆะเช่นกัน
- การแต่งตั้งอัยการสูงสุดคนใหม่ ซึ่งขัดต่อพระราชบัญญัติรัฐมนตรีและเลขานุการ ค.ศ. 1924 (Ministers and Secretaries Act 1924) ที่ระบุว่ามีเพียงข้าหลวงใหญ่เท่านั้นที่มีอำนาจแต่งตั้ง
- การจัดการบำนาญ: การอนุมัติเงินบำนาญให้แก่ ดอมนัล อัว บูอาคาลลา (Domhnall Ua Buachalla) อดีตข้าหลวงใหญ่ ซึ่งเดิมการให้บำนาญนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากในทางนิตินัยตำแหน่งข้าหลวงใหญ่ยังคงมีตัวตนอยู่
ปฏิกิริยาทางการเมืองและสื่อ
ในขณะนั้น สื่อมวลชนและพรรคฝ่ายค้านมุ่งประเด็นไปที่เรื่องการจ่ายเงินบำนาญให้แก่อดีตข้าหลวงใหญ่เป็นหลัก และไม่ได้ให้ความสำคัญกับข้อเท็จจริงที่ว่ารัฐบาลของเดอ วาเลรา ต้องออกกฎหมายมาเพื่อยกเลิกตำแหน่งที่เขาเคยประกาศว่ายกเลิกไปแล้ว การที่ฝ่ายค้านมุ่งเน้นแต่เรื่องบำนาญทำให้เดอ วาเลรา รอดพ้นจากการถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงเกี่ยวกับความผิดพลาดในการประเมินทางกฎหมายครั้งสำคัญนี้
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมการแก้ไขรัฐธรรมนูญในปี 1936 ถึงไม่สามารถยกเลิกตำแหน่งข้าหลวงใหญ่ได้?
เพราะตำแหน่งข้าหลวงใหญ่มีฐานอำนาจรองรับจากแหล่งอื่นนอกเหนือจากรัฐธรรมนูญ เช่น หนังสือสิทธิบัตร (Letters Patent) และกฎหมายลายลักษณ์อักษรอื่นๆ การลบชื่อออกจากรัฐธรรมนูญจึงไม่เพียงพอที่จะทำให้ตำแหน่งนี้หมดสิ้นไปในทางกฎหมาย
พระราชบัญญัติฉบับนี้ส่งผลอย่างไรต่อการแต่งตั้งผู้พิพากษาในขณะนั้น?
ช่วยแก้ไขปัญหาการแต่งตั้งประธานศาลฎีกาและผู้พิพากษาศาลฎีกาที่กลายเป็นโมฆะ เนื่องจากไม่ได้กล่าวคำปฏิญาณต่อหน้าข้าหลวงใหญ่ตามที่กฎหมายกำหนด โดยกฎหมายฉบับนี้ทำให้การแต่งตั้งเหล่านั้นมีผลสมบูรณ์ย้อนหลัง
ใครคือผู้ผลักดันให้เกิดพระราชบัญญัติฉบับนี้?
เอมอน เดอ วาเลรา (Éamon de Valera) ประธานสภาบริหารของรัฐอิสระไอร์แลนด์ในขณะนั้น
ประเด็นใดที่ฝ่ายค้านนำมาโจมตีรัฐบาลในขณะนั้น?
ฝ่ายค้านและสื่อมวลชนมุ่งโจมตีเรื่องการมอบเงินบำนาญให้แก่ ดอมนัล อัว บูอาคาลลา อดีตข้าหลวงใหญ่ ซึ่งทำให้ประเด็นความผิดพลาดทางกฎหมายของรัฐบาลถูกละเลยไป
อำนาจของพระมหากษัตริย์ถูกโอนไปที่ใดตามกฎหมายนี้?
อำนาจที่พระมหากษัตริย์เคยใช้ตามกฎหมายที่มีผลก่อนวันที่ 12 ธันวาคม 1936 ถูกโอนไปให้คณะบริหาร (Executive Committee) ของไอร์แลนด์เป็นผู้ใช้แทน