วงแฟนแฟร์ ประวัติศาสตร์และวิวัฒนาการของวงดนตรีเครื่องเป่าและกลอง
สรุปใจความสำคัญ
- วงแฟนแฟร์มีวิวัฒนาการมาจากวงดนตรีเครื่องเป่าและกลองในสมัยกลางที่ใช้ส่งสัญญาณในพิธีการสำคัญ
- วง Koninklijke Stadsfanfaren Izegem ในเบลเยียม ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1806 และเป็นวงแฟนแฟร์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก
- ในศตวรรษที่ 19 เครื่องเป่าบิวเกิล (bugle) ได้เข้ามาแทนที่ขลุ่ยฟิฟ (fife) ในกองทัพหลายประเทศในยุโรป
- ในปัจจุบัน วงแฟนแฟร์มีการนำเครื่องเป่าลมทองเหลืองที่มีวาล์วและกลองเทเนอร์หลายใบจากสหรัฐอเมริกามาใช้เพื่อเพิ่มความหลากหลายทางดนตรี
วงแฟนแฟร์ หรือที่รู้จักในชื่อ fanfare corps, fanfare battery, fanfare team, horn and drum corps, bugle band, drum and bugle corps หรือ trumpet and drum band เป็นวงดนตรีประเภทเครื่องเป่าและเครื่องกระทบ (percussion) ที่ประกอบด้วยเครื่องเป่าลมทองเหลือง เช่น ทรัมเป็ตและบิวเกิล (bugle) และกลองชนิดต่างๆ ซึ่งมีทั้งในรูปแบบของวงดนตรีทหารและพลเรือน

ประวัติศาสตร์และจุดเริ่มต้น
วงแฟนแฟร์มีวิวัฒนาการมาจากวงดนตรีเครื่องเป่าและกลองในสมัยกลาง (Medieval) ซึ่งทำหน้าที่ส่งสัญญาณในโอกาสสำคัญๆ หรือในพิธีการต่างๆ โดยเริ่มจากการใช้ทรัมเป็ตธรรมชาติ (natural trumpets) และกลองสแนร์และกลองเทเนอร์ (snares and tenors) เพื่อส่งสัญญาณในวันหยุดสำคัญหรือเหตุการณ์พิเศษในเมืองต่างๆ
ตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 วงดนตรีเหล่านี้ได้ถูกนำมาใช้ในกองทัพบกและกองทัพม้า ซึ่งใช้ทิมปานี (timpani) และทรัมเป็ตเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่ทหารในระหว่างการรบและการเดินขบวนพาเหรด
วิวัฒนาการในศตวรรษที่ 19 และ 20
ในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 เครื่องเป่าลมทองเหลืองชนิดหนึ่งที่เรียกว่า natural horn ได้ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องส่งสัญญาณสำหรับทหารราบเบาในฝรั่งเศส เยอรมนี และเนเธอร์แลนด์
วงแฟนแฟร์สมัยใหม่เริ่มปรากฏขึ้นในศตวรรษที่ 19 โดยเฉพาะในเยอรมนีและฝรั่งเศส แต่จุดเริ่มต้นที่ชัดเจนที่สุดอยู่ที่เบลเยียม โดยวง Koninklijke Stadsfanfaren Izegem ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1806 เป็นวงแฟนแฟร์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่ยังคงแสดงอยู่จนถึงปัจจุบัน

การแพร่กระจายสู่ระดับสากล
ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 วงแฟนแฟร์และวงดนตรีเครื่องเป่าและกลอง (drum and bugle corps) ได้กลายเป็นดนตรีสนามของกองทัพในหลายประเทศ เช่น ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ สเปน อิตาลี ตุรกี โปรตุเกส เซอร์เบีย บัลแกเรีย และเบลเยียม โดยเครื่องเป่าบิวเกิล (bugle) ได้เข้ามาแทนที่ขลุ่ยฟิฟ (fife) ในกองทัพราบ
ในสหราชอาณาจักร วงบิวเกิลแบนด์ (bugle bands) ได้รับความนิยมในองค์กรพลเรือนและเยาวชน โดยในขณะที่กองทัพได้นำบิวเกิลมาใช้ในกองพันดนตรีของทหารราบเบาและทหารราบกูรข่า (Gurkhas) ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20
การพัฒนาในฝรั่งเศสและเยอรมนี
ในต้นศตวรรษที่ 20 กองรักษาการณ์สาธารณรัฐฝรั่งเศส (French Republican Guard) ได้พัฒนาส่วนของวงแฟนแฟร์และบิวเกิลภายใต้การนำของ Gabriel Defrance ซึ่งเป็นต้นแบบให้แก่วงดนตรีพลเรือน เช่น วงดนตรีของหน่วยดับเพลิงและตำรวจท้องถิ่นในฝรั่งเศส
ในเยอรมนี การใช้เครื่องเป่าแฟนแฟร์ในวงดนตรีพลเรือนได้กลายเป็นพื้นฐานของวงดนตรีในปัจจุบัน โดยมีการนำเครื่องเป่าลมทองเหลืองชนิดที่มีวาล์ว (valved bugles) และกลองเทเนอร์หลายใบ (multiple tenor drums) จากสหรัฐอเมริกามาใช้ในช่วงปลายศตวรรษที่ 20 ซึ่งช่วยปฏิวัติการเล่นดนตรีของวงแฟนแฟร์ให้มีความหลากหลายมากขึ้น
สรุป
วงแฟนแฟร์เป็นมรดกทางดนตรีที่ให้ความสะท้อนถึงประวัติศาสตร์การทหารและการสื่อสารในเครื่องเป่าลมทองเหลืองและเครื่องกระทบ ซึ่งปัจจุบันได้เปลี่ยนจากเครื่องมือสื่อสารในสนามรบมาเป็นศิลปะการแสดงดนตรีเพื่อความบันเทิงและการแข่งขันในระดับสากล
คำถามที่พบบ่อย
วงแฟนแฟร์แตกต่างจากวงโยธวาทิตทั่วไปอย่างไร?
วงแฟนแฟร์เน้นการใช้เครื่องเป่าลมทองเหลือง (เช่น ทรัมเป็ตและบิวเกิล) และเครื่องกระทบ (กลอง) เป็นหลัก โดยไม่มีเครื่องเป่าลมไม้ (woodwinds) ซึ่งแตกต่างจากวงโยธวาทิต (Marching Band) ทั่วไปที่มีเครื่องเป่าลมไม้รวมอยู่ด้วย
เครื่องดนตรีหลักในวงแฟนแฟร์คืออะไร?
เครื่องดนตรีหลักประกอบด้วยเครื่องเป่าลมทองเหลือง เช่น ทรัมเป็ตธรรมชาติ, บิวเกิล และทรัมเป็ตที่มีวาล์วในปัจจุบัน และเครื่องกระทบ เช่น กลองสแนร์, กลองเทเนอร์ และกลองใหญ่
วงแฟนแฟร์มีต้นกำเนิดมาจากที่ใด?
วงแฟนแฟร์มีต้นกำเนิดมาจากวงดนตรีทหารในยุโรป โดยเฉพาะในเบลเยียม ฝรั่งเศส และทหารม้าในสมัยกลางที่ใช้เครื่องเป่าและกลองเพื่อส่งสัญญาณในสนามรบ
