รูฟิสตูลา (Fistula) สาเหตุ ประเภท และการรักษาทางการแพทย์
สรุปใจความสำคัญ
- รูฟิสตูลาคือการเชื่อมต่อที่ผิดปกติระหว่างอวัยวะกลวงสองแห่งหรือระหว่างอวัยวะกับผิวหนัง
- สามารถเกิดได้จากทั้งการติดเชื้อ การบาดเจ็บ หรือการสร้างขึ้นโดยศัลยแพทย์เพื่อการรักษา เช่น การฟอกไต
- ในผู้หญิงทั่วโลกมีผู้ได้รับผลกระทบจากรูฟิสตูลาที่เกิดจากการคลอดบุตรประมาณ 50,000 ถึง 100,000 รายต่อปี
ในทางกายวิภาคศาสตร์ รูฟิสตูลา (Fistula) คือการเชื่อมต่อที่ผิดปกติในลักษณะเป็นท่อหรือรูเชื่อมระหว่างพื้นที่ว่างสองแห่งในร่างกาย ซึ่งโดยปกติแล้วจะไม่เชื่อมต่อกัน เช่น ระหว่างหลอดเลือดสองเส้น, ลำไส้ หรืออวัยวะกลวงอื่นๆ การเชื่อมต่อนี้ส่งผลให้เกิดการไหลเวียนของของเหลวจากพื้นที่หนึ่งไปยังอีกพื้นที่หนึ่งอย่างผิดปกติ
สาเหตุของการเกิดรูฟิสตูลา
รูฟิสตูลาสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ดังนี้:
- การติดเชื้อ: การอักเสบหรือการติดเชื้อรุนแรงที่ทำให้เนื้อเยื่อถูกทำลายจนเกิดเป็นรูเชื่อม
- การอักเสบ: โรคบางชนิดที่ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง เช่น โรคโครห์น (Crohn's disease)
- การบาดเจ็บ: อุบัติเหตุหรือการบาดเจ็บของอวัยวะภายใน
- การผ่าตัด: ภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดในบางกรณี
- การคลอดบุตร: ในผู้หญิงจำนวนมาก รูฟิสตูลาอาจเกิดจากภาวะแทรกซ้อนระหว่างการคลอดบุตร โดยเฉพาะในพื้นที่ที่การเข้าถึงบริการสาธารณสุขจำกัด
นอกจากนี้ ในบางกรณี แพทย์อาจสร้างรูฟิสตูลาขึ้นมาโดยตั้งใจผ่านการผ่าตัดเพื่อวัตถุประสงค์ในการรักษา เช่น การสร้าง Arteriovenous fistula เพื่อใช้ในการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (Hemodialysis)
ประเภทของรูฟิสตูลาแบ่งตามลักษณะ
รูฟิสตูลาสามารถจำแนกได้ตามลักษณะทางกายภาพดังนี้:
- แบบบอด (Blind): มีปลายเปิดเพียงด้านเดียว (บางครั้งเรียกว่า sinus tracts)
- แบบสมบูรณ์ (Complete): มีช่องเปิดทั้งด้านในและด้านนอก
- แบบไม่สมบูรณ์ (Incomplete): มีช่องเปิดที่ผิวหนังด้านนอก แต่ไม่เชื่อมต่อกับอวัยวะภายในใดๆ
ประเภทของรูฟิสตูลาแบ่งตามตำแหน่งที่เกิด
1. ระบบทางเดินอาหารและทวารหนัก
รูฟิสตูลาในบริเวณนี้พบบ่อยที่สุด เช่น:
- Anal fistula: การเชื่อมต่อระหว่างช่องทวารหนักและผิวหนังรอบทวารหนัก
- Enteroenteral fistula: การเชื่อมต่อระหว่างลำไส้สองส่วน
- Enterocutaneous fistula: การเชื่อมต่อระหว่างลำไส้เล็กและผิวหนัง
- Colocutaneous fistula: การเชื่อมต่อระหว่างลำไส้ใหญ่และผิวหนัง
2. ระบบทางเดินปัสสาวะและสืบพันธุ์
มักพบในผู้หญิง โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการคลอดบุตร:
- Vesicovaginal fistula: การเชื่อมต่อระหว่างกระเพาะปัสสาวะและช่องคลอด
- Urethrovaginal fistula: การเชื่อมต่อระหว่างท่อปัสสาวะและช่องคลอด
- Rectovaginal fistula: การเชื่อมต่อระหว่างทวารหนักหรือลำไส้ตรงและช่องคลอด
3. ระบบอื่นๆ
- ระบบไหลเวียนโลหิต: เช่น Coronary arteriovenous fistula (การเชื่อมต่อผิดปกติระหว่างหลอดเลือดแดงและดำในหัวใจ)
- ระบบทางเดินหายใจ: เช่น Tracheoesophageal fistula (การเชื่อมต่อระหว่างหลอดลมและหลอดอาหาร)
- ระบบประสาทและหู: เช่น Labyrinthine fistula หรือ Perilymph fistula
การรักษา
การรักษาจะขึ้นอยู่กับประเภท สาเหตุ และความรุนแรงของรูฟิสตูลา โดยทั่วไปมักประกอบด้วย:
- การผ่าตัด: เพื่อปิดรูเชื่อมที่ผิดปกติและซ่อมแซมเนื้อเยื่อ
- การใช้ยาปฏิชีวนะ: เพื่อรักษาการติดเชื้อที่อาจเกิดขึ้นร่วมด้วย
- การใช้กาวไฟบริน (Fibrin glue) หรือปลั๊ก: เพื่อปิดรูฟิสตูลาชั่วคราวในบางกรณี
- การใส่สายสวน (Catheter): เพื่อระบายของเหลวออกจากรูฟิสตูลา
คำถามที่พบบ่อย
รูฟิสตูลาเกิดจากอะไร?
เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น การติดเชื้อ การอักเสบเรื้อรัง การบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัด หรือภาวะแทรกซ้อนระหว่างการคลอดบุตรในผู้หญิง
รูฟิสตูลาทุกชนิดต้องผ่าตัดรักษาหรือไม่?
ไม่เสมอไป แต่ส่วนใหญ่การรักษาที่มักได้ผลดีที่สุดคือการผ่าตัดเพื่อปิดรูเชื่อมที่ผิดปกติ ร่วมกับการใช้ยาปฏิชีวนะในกรณีที่มีการติดเชื้อ
การสร้างรูฟิสตูลาแบบตั้งใจทำเพื่ออะไร?
ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือการสร้าง Arteriovenous fistula เพื่อให้แพทย์สามารถแทงเข็มเพื่อฟอกเลือดในผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังที่ต้องฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมได้สะดวกและปลอดภัยขึ้น

