กระสุนหัวปลอกโลหะเต็มพิกัด (Full Metal Jacket)
สรุปใจความสำคัญ
- กระสุน FMJ ประกอบด้วยแกนตะกั่วหุ้มด้วยปลอกโลหะแข็ง เช่น ทองแดง หรือคิวโปรนิกเกิล
- ถูกประดิษฐ์ขึ้นโดย ยูเลียส เอมิล โบเด ชาวปรัสเซีย ในช่วงปี ค.ศ. 1875-1876
- มีอำนาจทะลุทะลวงสูงแต่มีความสามารถในการขยายตัวในเป้าหมายต่ำ
- ถูกนำมาใช้ในกองทัพเนื่องจากสอดคล้องกับอนุสัญญาเฮก ปี 1899 ที่ห้ามใช้กระสุนชนิดขยายตัวในสงคราม
กระสุนหัวปลอกโลหะเต็มพิกัด หรือที่รู้จักกันในชื่อ Full Metal Jacket (FMJ) คือหัวกระสุนสำหรับอาวุธปืนขนาดเล็กที่มีโครงสร้างประกอบด้วยแกนกลางที่ทำจากโลหะอ่อน (โดยส่วนใหญ่มักเป็นตะกั่ว) ซึ่งถูกหุ้มด้วยเปลือกนอกหรือ "ปลอก" (Jacket) ที่ทำจากโลหะที่มีความแข็งมากกว่า เช่น โลหะผสมทองแดง (Gilding metal), คิวโปรนิกเกิล (Cupronickel) หรือในบางกรณีอาจใช้โลหะผสมเหล็ก

วัตถุประสงค์และข้อดีทางเทคนิค
การใช้ปลอกโลหะหุ้มหัวกระสุนมีประโยชน์หลายประการในด้านวิศวกรรมอาวุธปืน ดังนี้:
- ลดการสะสมของโลหะในลำกล้อง: ปลอกโลหะช่วยให้สามารถใช้ความเร็วต้น (Muzzle velocity) ที่สูงขึ้นได้มากกว่ากระสุนที่หล่อจากตะกั่วล้วน โดยไม่ทิ้งเศษโลหะสะสมไว้ในลำกล้องปืนจำนวนมาก
- ปกป้องลำกล้อง: ปลอกโลหะช่วยป้องกันไม่ให้แกนกลางที่ทำจากเหล็กแข็งหรือวัสดุเจาะเกราะสร้างความเสียหายต่อเกลียวในลำกล้อง
- เพิ่มประสิทธิภาพการป้อนกระสุน: ในอาวุธปืนที่ใช้ระบบป้อนกระสุนอัตโนมัติหรือกึ่งอัตโนมัติ ปลอกโลหะที่มีความแข็งแรงกว่าตะกั่วจะช่วยลดการเสียรูปของหัวกระสุนขณะถูกส่งเข้าสู่รังเพลิง ทำให้การทำงานของปืนราบรื่นขึ้น
ในทางทหาร คำว่า "Ball ammunition" มักถูกนำมาใช้เรียกกระสุนประเภท FMJ นี้
ประวัติการพัฒนา
มีความเชื่อแพร่หลายว่าพันเอก เอดูอาร์ด รูบิน (Eduard Rubin) ชาวสวิส เป็นผู้ประดิษฐ์กระสุน FMJ ในปี ค.ศ. 1882 ขณะทำงานที่ศูนย์วิจัยและโรงงานผลิตกระสุนของสมาพันธรัฐสวิส อย่างไรก็ตาม ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ระบุว่าผู้ประดิษฐ์ที่แท้จริงคือ พันตรี (ต่อมาเป็นพันโท) ยูเลียส เอมิล โบเด (Julius Emil Bode) ชาวปรัสเซีย ซึ่งได้คิดค้นแนวคิดนี้ในช่วงปี ค.ศ. 1875 หรือ 1876
การนำกระสุน FMJ มาใช้ในกองทัพเกิดขึ้นจากความจำเป็นในการเพิ่มประสิทธิภาพการป้อนกระสุนในอาวุธปืนสมัยใหม่ และเพื่อให้หัวกระสุนสามารถทนต่อความเร็วสูงที่เกิดจากการลดขนาดลำกล้องปืนลง
ลักษณะการส่งผลกระทบต่อเป้าหมาย
โดยการออกแบบ กระสุนแบบ FMJ จะมีความสามารถในการขยายตัว (Expansion) หลังจากกระทบเป้าหมายได้น้อยกว่ากระสุนชนิดหัวรู (Hollow-point) หรือหัวอ่อน (Soft-point)
ข้อได้เปรียบ
ความแข็งแรงของปลอกโลหะทำให้กระสุน FMJ มีอำนาจทะลุทะลวงสูง สามารถยิงทะลุสิ่งกีดขวางหรือที่กำบังบางประเภทเพื่อเข้าถึงเป้าหมายได้ดีกว่า
ข้อเสียและข้อควรระวัง
เนื่องจากไม่ขยายตัวเมื่อกระทบเป้าหมาย กระสุน FMJ จึงมีโอกาสสูงที่จะทะลุผ่านร่างกายเป้าหมายออกไป (Over-penetration) ซึ่งส่งผลให้เกิดบาดแผลที่รุนแรงน้อยกว่ากระสุนชนิดขยายตัว และอาจไม่สามารถหยุดยั้งเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ การที่กระสุนทะลุผ่านเป้าหมายยังอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อบุคคลหรือทรัพย์สินที่อยู่ด้านหลังเป้าหมายได้
ข้อกำหนดทางกฎหมายระหว่างประเทศ
อนุสัญญาเฮก (Hague Convention) ปี ค.ศ. 1899 ฉบับประกาศที่ 3 (Declaration III) ได้สั่งห้ามการใช้กระสุนที่ขยายตัวหรือแบนราบได้ง่ายเมื่อเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ในการทำสงครามระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้กองทัพทั่วโลกเลือกใช้กระสุนแบบ Full Metal Jacket เนื่องจากเป็นกระสุนที่ไม่มีคุณสมบัติในการขยายตัวดังกล่าว
คำถามที่พบบ่อย
กระสุน Full Metal Jacket (FMJ) คืออะไร?
คือหัวกระสุนที่มีแกนกลางเป็นโลหะอ่อน (มักเป็นตะกั่ว) และถูกหุ้มด้วยเปลือกโลหะที่แข็งกว่า เช่น ทองแดง เพื่อเพิ่มความเร็วต้น ลดการสึกหรอของลำกล้อง และเพิ่มความเสถียรในการป้อนกระสุน
ทำไมกองทัพถึงใช้กระสุน FMJ แทนที่จะใช้กระสุนหัวรู?
เหตุผลหลักคือความสามารถในการทะลุทะลวงที่สูงกว่า และเพื่อให้เป็นไปตามอนุสัญญาเฮก ปี 1899 ที่ห้ามใช้กระสุนที่ขยายตัวได้ง่ายในร่างกายมนุษย์เพื่อลดความทรมานที่เกินจำเป็น
ข้อเสียของกระสุน FMJ คืออะไร?
ข้อเสียหลักคือการเกิด Over-penetration หรือการที่กระสุนยิงทะลุเป้าหมายออกไป ซึ่งอาจทำให้เป้าหมายไม่หยุดชะงักทันที และอาจเป็นอันตรายต่อผู้อื่นที่อยู่ด้านหลังเป้าหมาย
ใครเป็นผู้ประดิษฐ์กระสุน FMJ?
แม้จะมีความเชื่อว่าพันเอก เอดูอาร์ด รูบิน เป็นผู้ประดิษฐ์ แต่หลักฐานระบุว่า พันโท ยูเลียส เอมิล โบเด ชาวปรัสเซีย เป็นผู้คิดค้นในช่วงปี ค.ศ. 1875-1876

