← กลับไปยังบทความทั้งหมด

พระราชบัญญัติจัดระเบียบการปกครองกวม ค.ศ. 1950 จุดเริ่มต้นการปกครองตนเอง

สรุปใจความสำคัญ

  • ประกาศใช้เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ค.ศ. 1950 โดยประธานาธิบดีแฮร์รี เอส. ทรูแมน
  • เปลี่ยนสถานะกวมจากพื้นที่ภายใต้การดูแลของกองทัพเรือเป็นดินแดนที่ไม่ได้รวมเข้ากับสหรัฐฯ ภายใต้กระทรวงมหาดไทย
  • มอบสัญชาติสหรัฐอเมริกาให้แก่ชาวกวมเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

พระราชบัญญัติจัดระเบียบการปกครองกวม ค.ศ. 1950 หรือที่รู้จักกันในชื่อ Organic Act of Guam เป็นกฎหมายของรัฐบาลกลางสหรัฐอเมริกาที่ประกาศใช้เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ค.ศ. 1950 โดยประธานาธิบดีแฮร์รี เอส. ทรูแมน กฎหมายฉบับนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งเนื่องจากเป็นการเปลี่ยนสถานะของเกาะกวมให้เป็นดินแดนที่ไม่ได้รวมเข้ากับสหรัฐอเมริกา (unincorporated territory) และเป็นการวางรากฐานระบบการปกครองแบบประชาธิปไตยในพื้นที่

ตราประทับอย่างเป็นทางการของสหรัฐอเมริกา
ตราประทับของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจรัฐบาลกลางที่ครอบคลุมดินแดนกวม

การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการปกครอง

ก่อนการประกาศใช้กฎหมายฉบับนี้ กวมอยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพเรือสหรัฐฯ มาอย่างยาวนาน พระราชบัญญัติฉบับนี้จึงได้ทำการโอนอำนาจการบริหารจากกระทรวงทหารเรือไปยังกระทรวงมหาดไทยของสหรัฐฯ และจัดตั้งโครงสร้างการปกครองสามฝ่าย ดังนี้:

  • ฝ่ายบริหาร: จัดตั้งตำแหน่งผู้ว่าการรัฐกวม ซึ่งในระยะแรกจะได้รับการแต่งตั้งโดยประธานาธิบดีสหรัฐฯ (จนกระทั่งมีการแก้ไขกฎหมายในปี ค.ศ. 1968 ให้ชาวกวมสามารถเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐได้เอง)
  • ฝ่ายนิติบัญญัติ: จัดตั้งสภานิติบัญญัติกวม (Guam Legislature) ซึ่งเป็นสภาเดี่ยวที่มาจากการเลือกตั้งโดยประชาชนชาวกวม ถือเป็นครั้งแรกที่ชาวกวมมีสิทธิเลือกผู้ที่จะมาออกกฎหมายปกครองตนเอง
  • ฝ่ายตุลาการ: จัดตั้งระบบศาลที่มีผู้พิพากษาซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยผู้ว่าการรัฐและได้รับการรับรองโดยการเลือกตั้งจากประชาชน
ข้อมูลการเมืองและการปกครองของกวม
โครงสร้างการบริหารและตัวแทนทางการเมืองของรัฐบาลกวมในปัจจุบัน

สิทธิพลเมืองและสิทธิขั้นพื้นฐาน

หนึ่งในความสำเร็จที่สำคัญที่สุดของพระราชบัญญัติฉบับนี้คือการมอบ สัญชาติสหรัฐอเมริกา ให้แก่ผู้อยู่อาศัยในกวม ซึ่งก่อนหน้านี้ชาวกวมมีสถานะเป็นเพียงพลเมืองสหรัฐฯ ที่ไม่มีสัญชาติ (non-citizen US nationals) นอกจากนี้ยังมีการกำหนด ร่างกฎหมายว่าด้วยสิทธิขั้นพื้นฐาน (Bill of Rights) แบบจำกัด เพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนในดินแดน

การเป็นตัวแทนในสภาคองเกรส

ในเวลาต่อมา กวมได้รับสิทธิในการส่งตัวแทน (Delegate) ไปยังสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ แม้ว่าตัวแทนคนนี้จะมีส่วนร่วมในคณะกรรมการต่างๆ และร่วมอภิปรายได้ แต่ไม่มีสิทธิลงคะแนนเสียงในการผ่านกฎหมาย ซึ่งสะท้อนถึงสถานะของกวมที่เป็นดินแดนภายใต้การดูแลแต่ไม่ใช่รัฐสมาชิกของสหรัฐฯ

เหตุการณ์ความขัดแย้งและการผลักดันสู่การปกครองตนเอง

แรงผลักดันสำคัญที่นำไปสู่การออกกฎหมายนี้เกิดจากเหตุการณ์ "การเดินออกจากสภา" (Walkout) ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1949 เมื่อสมาชิกสภากวมประท้วงการแทรกแซงของกองทัพเรือสหรัฐฯ ในกรณีการเรียกตัวพยานมาให้การในศาล เหตุการณ์นี้ได้รับความสนใจจากนานาชาติและสร้างกระแสเรียกร้องสิทธิในการปกครองตนเองและสัญชาติสหรัฐฯ จนนำไปสู่การแทรกแซงของประธานาธิบดีทรูแมน ซึ่งได้ออกคำสั่งบริหารเพื่อโอนย้ายการบริหารงานจากกองทัพเรือไปยังกระทรวงมหาดไทย ก่อนที่สภาคองเกรสจะผ่านพระราชบัญญัติฉบับนี้อย่างเป็นทางการ

คำถามที่พบบ่อย

พระราชบัญญัติจัดระเบียบการปกครองกวม ค.ศ. 1950 คืออะไร?

เป็นกฎหมายรัฐบาลกลางของสหรัฐฯ ที่จัดตั้งระบบการปกครองแบบฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการให้กับกวม และเปลี่ยนการดูแลจากกองทัพเรือไปยังกระทรวงมหาดไทย

ชาวกวมได้รับสัญชาติสหรัฐฯ เมื่อใด?

ชาวกวมได้รับสัญชาติสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการผ่านพระราชบัญญัติจัดระเบียบการปกครองกวม ค.ศ. 1950

ชาวกวมสามารถเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐของตนเองได้ตั้งแต่เมื่อใด?

แม้พระราชบัญญัติปี 1950 จะจัดตั้งตำแหน่งผู้ว่าการรัฐ แต่ในตอนแรกเป็นการแต่งตั้งโดยประธานาธิบดีสหรัฐฯ จนกระทั่งมีการออกกฎหมาย Elective Governor Act ในปี ค.ศ. 1968 ชาวกวมจึงมีสิทธิเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐได้เอง