คู่มือเหรียญกษาปณ์สหรัฐฯ (The Official Red Book) คืออะไร?
สรุปใจความสำคัญ
- Red Book เป็นคู่มือราคาเหรียญสหรัฐฯ ที่เก่าแก่และยาวนานที่สุด
- ความแตกต่างหลักระหว่าง Red Book และ Blue Book คือ Red Book ระบุราคาขายปลีก (Retail) ในขณะที่ Blue Book ระบุราคาขายส่ง (Wholesale)
- มียอดขายรวมทุกรูปแบบมากกว่า 24 ล้านเล่ม
- MEGA Red Book เป็นฉบับขยายความที่ให้ข้อมูลเชิงลึกเฉพาะเจาะจงตามประเภทเหรียญในแต่ละปี
A Guide Book of United States Coins หรือที่รู้จักกันในชื่อ "The Official Red Book" เป็นคู่มือราคาสำหรับนักสะสมเหรียญกษาปณ์ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งรวบรวมโดย R. S. Yeoman ในปี 1946 และกลายเป็นมาตรฐานสำคัญในวงการการสะสมเหรียญ

ประวัติความเป็นมา
Red Book เป็นคู่มือราคาเหรียญสหรัฐฯ ที่เปิดดำเนินการมาอย่างยาวนานที่สุด โดยมียอดขายรวมทุกรูปแบบกว่า 24 ล้านเล่ม ฉบับพิมพ์ครั้งแรก (ลงวันที่ 1947) วางจำหน่ายในเดือนพฤศจิกายน 1946 โดยมี R. S. Yeoman เป็นผู้รวบรวมคนแรกขณะทำงานที่ Whitman Publishing
ก่อนหน้านี้ Yeoman ได้ร่วมก่อตั้ง Handbook of United States Coins (หรือ Blue Book) ซึ่งเน้นให้ข้อมูลภาพรวมประวัติศาสตร์และราคาขายส่ง (Wholesale values) ซึ่งเป็นราคาที่ร้านค้าจะรับซื้อจากนักสะสม แต่ Yeoman พบว่านักสะสมต้องการข้อมูลที่ละเอียดกว่านั้น จึงได้สร้าง Red Book ขึ้นมาเพื่อระบุราคาขายปลีก (Retail values) ซึ่งเป็นราคาที่นักสะสมต้องจ่ายเมื่อซื้อเหรียญจากร้านค้า
การเปลี่ยนแปลงผู้ดูแล
R. S. Yeoman ดำรงตำแหน่งบรรณาธิการจนกระทั่งเกษียณในปี 1970 จากนั้น Kenneth Bressett ได้รับช่วงต่อจนถึงปี 2017 และปัจจุบัน Jeff Garrett และ Q. David Bowers ได้เข้ามาดูแลในฐานะบรรณาธิการอาวุโส
รูปแบบการจัดพิมพ์
นอกเหนือจากฉบับปกแข็งแบบดั้งเดิมแล้ว Red Book ยังมีการออกรูปแบบต่างๆ ดังนี้:
- ปกอ่อน (Softcover): พิมพ์ในช่วงปี 1993–1996, 1998 และ 2003–2006
- ปกอ่อนแบบสันห่วง (Spiral-bound softcover): พิมพ์ตั้งแต่ปี 1997, 1999 จนถึงปัจจุบัน
- ปกแข็งแบบสันห่วง (Spiral-bound hardcover): พิมพ์ตั้งแต่ปี 2008 จนถึงปัจจุบัน
- ฉบับพิมพ์ตัวอักษรขนาดใหญ่ (Large-print edition): ออกในปี 2010
- ฉบับจำกัดจำนวน (Limited Edition leather-bound): ปกหนัง พิมพ์จำนวนจำกัดในแต่ละปี
- ฉบับ Essential Edition
MEGA Red Book
ตั้งแต่ปี 2015 Whitman Publishing ได้ออกฉบับ (Expanded) Deluxe Edition หรือ "MEGA Red" ซึ่งให้ข้อมูลการออกแบบ, จำนวนการผลิต (Mintage), ราคา และการจัดเกรดเหรียญที่ละเอียดกว่าฉบับมาตรฐาน โดยในแต่ละปีจะเน้นข้อมูลเชิงลึกของเหรียญแต่ละชนิด เช่น เหรียญเซนต์ขนาดใหญ่ (Large Cents), เหรียญนิกเกิล (Nickels) หรือเหรียญควอเตอร์ (Quarter dollars)
คุณค่าในการสะสม
Red Book ฉบับพิมพ์ครั้งแรกๆ เป็นที่ต้องการของนักสะสมหนังสือ โดยฉบับพิมพ์ครั้งแรกมีราคาซื้อขายในตลาดเปิดสูงถึง 1,500 ดอลลาร์หรือมากกว่านั้น นอกจากนี้ยังมีการพิมพ์ฉบับ "1947 Tribute Edition" ในปี 2006 เพื่อฉลองครบรอบ 60 ปี ของการพิมพ์ครั้งแรก
คำถามที่พบบ่อย
Red Book และ Blue Book ต่างกันอย่างไร?
Red Book ให้ข้อมูลราคาขายปลีก (Retail values) ซึ่งเป็นราคาที่นักสะสมซื้อจากร้านค้า ส่วน Blue Book ให้ข้อมูลราคาขายส่ง (Wholesale values) ซึ่งเป็นราคาที่ร้านค้าจะรับซื้อจากเหรียญจากนักสะสม
MEGA Red Book คืออะไร?
MEGA Red Book คือฉบับ Deluxe Edition ที่ขยายข้อมูลการออกแบบ, การผลิต และการจัดเกรดให้ละเอียดกว่าฉบับมาตรฐาน
ที่มาของชื่อ Red Book และ Blue Book คืออะไร?
ชื่อเหล่านี้มาจากสีของหน้าปกหนังสือทั้งสองเล่ม ซึ่งเป็นสีแดงและสีแดงเข้ม/น้ำเงิน

