Hashimoto's thyroiditis โรคไทรอยด์อักเสบฮาชิโมโตะ คืออะไร อาการและวิธีรักษา
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเองที่ทำให้ต่อมไทรอยด์ถูกทำลายอย่างช้าๆ
- เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของภาวะไทรอยด์ต่ำในประเทศที่พัฒนาแล้ว
- ผู้หญิงมีความเสี่ยงสูงกว่าผู้ชาย โดยมีอัตราความชุกของโรคอยู่ที่ 17.5% เทียบกับ 6%
- การรักษาหลักคือการใช้ยา Levothyroxine เพื่อทดแทนฮอร์โมนไทรอยด์
โรคไทรอยด์อักเสบฮาชิโมโตะ (Hashimoto's thyroiditis) หรือที่รู้จักในชื่อ chronic lymphocytic thyroiditis เป็นโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง (autoimmune disease) ซึ่งส่งผลให้ต่อมไทรอยด์ถูกทำลายอย่างช้าๆ โดยระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเอง

อาการและสัญญาณเตือน
ในช่วงแรกของโรค ผู้ป่วยอาจไม่มีอาการหรือมีระดับฮอร์โมนไทรอยด์ในเลือดปกติ ซึ่งอาจทำให้ตรวจพบได้เพียงการมีแอนติบอดีต่อต้านไทรอยด์ในเลือดเท่านั้น ในเวลาต่อมา ต่อมไทรอยด์อาจขยายตัวจนกลายเป็นคอพอก (goiter) คอพอกนี้มักจะไม่มีอาการปวด
สัญญาณของภาวะไทรอยด์ต่ำ (Hypothyroidism)
เมื่อการทำลายต่อมไทรอยด์ดำเนินไป ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะพัฒนาไปสู่ภาวะไทรอยด์ต่ำ ซึ่งมีอาการดังนี้:
- น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น: ร่างกายเผาผลาญพลังงานได้ช้าลง
- ความเหนื่อยล้า: รู้สึกอ่อนเพลียตลอดเวลา
- ท้องผูก: ระบบขับถ่ายทำงานช้าลง
- ผิวแห้งและผมร่วง: ผิวหนังและเส้นผมมีความหยาบและเปราะบาง
- ความรู้สึกหนาว: ทนความหนาวไม่ได้
- ความผิดปกติทางอารมณ์: มีอาการซึมเศร้าหรือความจำเสื่อม
อาการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
บางรายอาจมีอาการของภาวะไทรอยด์เป็นพิษ (hyperthyroidism) ในช่วงแรกเนื่องจากการทำลายต่อมไทรอยด์ทำให้ฮอร์โมนที่สะสมอยู่ถูกปล่อยออกมาในกระแสเลือด (destructive thyrotoxicosis)
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง
สาเหตุของโรคไทรอยด์อักเสบฮาชิโมโตะมีความซับซ้อน โดยแบ่งออกเป็นสองปัจจัยหลัก:
- ปัจจัยทางพันธุกรรม: คิดเป็นประมาณ 80% ของความเสี่ยง โดยพบว่าผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคนี้หรือโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเองอื่นๆ จะมีความเสี่ยงสูงขึ้น
- ปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม: คิดเป็นประมาณ 20% เช่น การได้รับไอโอดีนในปริมาณที่มากเกินไป, ยาบางชนิด, การติดเชื้อ, ความเครียด และรังสี
การวินิจฉัยและการรักษา
การวินิจฉัยจะยืนยันด้วยการตรวจเลือดเพื่อหาค่า TSH, thyroxine (T4), และแอนติบอดีต่อต้านไทรอยด์ (antithyroid autoantibodies) รวมถึงการทำอัลตราซาวด์ต่อมไทรอยด์
แนวทางการรักษา
โดยทั่วไปแล้ว โรคนี้จะไม่ได้รับการรักษาหากไม่มีภาวะไทรอยด์ต่ำหรือไม่มีคอพอกที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต ซึ่งการรักษาหลักคือการใช้ยา levothyroxine เพื่อทดแทนฮอร์โมนไทรอยด์ที่ขาดหายไป
ข้อควรระวังด้านอาหาร
ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงการรับประทานไอโอดีนในปริมาณที่มากเกินไป อย่างไรก็ตาม ไอโอดีนในปริมาณที่เพียงพอเป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระหว่างการตั้งครรภ์
ภาวะแทรกซ้อน
หากไม่ได้รับการรักษา ภาวะไทรอยด์ต่ำอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น:
- โรคหัวใจ: คอเลสเตอรอลสูง, ความดันโลหิตสูง, และหัวใจล้มเหลว
- myxedema coma: ภาวะวิกฤตทางต่อมไร้ท่อที่ต้องได้รับการรักษาฉุกเฉิน
- ปัญหาในการตั้งครรภ์: อาจส่งผลต่อการตั้งครรภ์และการพัฒนาของทารกในครรภ์
คำถามที่พบบ่อย
โรคไทรอยด์อักเสบฮาชิโมโตะสามารถรักษาให้หายขาดได้หรือไม่?
โรคนี้เป็นโรคเรื้อรังที่เกิดจากระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถควบคุมอาการและทำให้ร่างกายกลับมาทำงานเป็นปกติได้ด้วยการใช้ยาฮอร์โมนทดแทน
ไอโอดีนมีผลต่อโรคฮาชิโมโตะอย่างไร?
ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงการรับประทานไอโอดีนในปริมาณที่มากเกินไป เพราะอาจกระตุ้นให้โรคดำเนินไปเร็วขึ้น แต่ยังคงต้องการไอโอดีนในปริมาณที่เพียงพอเพื่อการทำงานของต่อมไทรอยด์
หากปล่อยไว้ไม่รักษาจะเกิดอะไรขึ้น?
หากไม่ได้รับการรักษา ภาวะไทรอยด์ต่ำที่ตามผลมาอาจนำไปสู่ถึงภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น โรคหัวใจ, คอเลสเตอรอลสูง และภาวะ myxedema coma ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต
