เฮนรี เอ็ดเวิร์ด เครบีล นักวิจารณ์ดนตรีและนักดนตรีวิทยาผู้ทรงอิทธิพลของสหรัฐอเมริกา
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นหัวหน้านักวิจารณ์ดนตรีของ The New York Tribune นานกว่า 40 ปี
- เป็นหนึ่งในกลุ่ม 'Old Guard' ผู้ร่วมสร้างมาตรฐานการวิจารณ์ดนตรีแบบอเมริกัน
- เขียนหนังสือ 'Afro-American folksongs' (1914) ซึ่งเป็นงานวิจัยบุกเบิกด้านเพลงพื้นบ้านของชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกัน
- เป็นผู้แปลและเขียนส่วนเติมเต็มชีวประวัติของเบโธเฟนโดย Alexander Wheelock Thayer ฉบับภาษาอังกฤษ
เฮนรี เอ็ดเวิร์ด เครบีล (Henry Edward Krehbiel; 10 มีนาคม 1854 – 20 มีนาคม 1923) เป็นนักวิจารณ์ดนตรีและนักดนตรีวิทยาชาวอเมริกัน ผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้านักวิจารณ์ดนตรีของหนังสือพิมพ์ The New York Tribune เป็นเวลากว่า 40 ปี เขาได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในกลุ่ม 'Old Guard' ร่วมกับนักวิจารณ์ร่วมสมัยอย่าง ริชาร์ด อัลดริช, เฮนรี ที. ฟิงก์, ดับเบิลยู.เจ. เฮนเดอร์สัน และเจมส์ ฮูเนเกอร์ ซึ่งเป็นกลุ่มผู้วางรากฐานการวิจารณ์ดนตรีในรูปแบบเฉพาะตัวของสหรัฐอเมริกา

ปรัชญาการวิจารณ์และแนวคิดทางดนตรี
เครบีลยึดถือแนวทางประจักษ์นิยม (Empiricism) ในการทำงาน โดยเขามักจะแสวงหาประสบการณ์ตรง ข้อมูลจากแหล่งปฐมภูมิ และหลักฐานเชิงประจักษ์ในการเขียนบทวิจารณ์ แทนที่จะอ้างอิงเพียงความเห็นของนักเขียนคนอื่น นอกจากนี้เขายังเป็นผู้เชื่อในลัทธิปรับปรุงนิยม (Meliorist) โดยมองว่าบทบาทของการวิจารณ์ดนตรีคือการสนับสนุนผลงานที่ช่วยยกระดับจิตวิญญาณและสติปัญญาของมนุษย์ และใช้การวิจารณ์เป็นเครื่องมือในการให้การศึกษาแก่สาธารณชน
หนังสือของเขาที่ชื่อว่า How to Listen to Music (ตีพิมพ์ระหว่างปี 1896 ถึง 1924) ได้กลายเป็นคู่มือการฟังดนตรีที่แพร่หลายอย่างมากในสหรัฐอเมริกาในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 และต้นศตวรรษที่ 20
รสนิยมทางดนตรีและการสนับสนุนศิลปิน
ในด้านรสนิยม เครบีลมีความชื่นชมในดนตรีโรแมนติกของเยอรมันเป็นอย่างมาก เขาเป็นผู้ส่งเสริมผลงานของ เบโธเฟน, บรามส์, เมนเดลโซห์น, ชูมันน์ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ริชาร์ด วากเนอร์ รวมถึงทฤษฎีดนตรีของวากเนอร์ด้วย ความสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับ อันตอน ไซเดิล (Anton Seidl) วาทยกรชื่อดัง ยิ่งทำให้เขาซาบซึ้งในผลงานของวากเนอร์มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้ชื่นชมผู้สืบทอดแนวทางของวากเนอร์อย่าง ริชาร์ด ชตราอุส และกุสตาฟ มาห์เลอร์ มากนัก รวมถึงมีทัศนคติเชิงวิพากษ์ต่อดนตรีกลุ่มอิมเพรสชันนิสม์ของฝรั่งเศสและดนตรีสายอิตาลี
การบุกเบิกการศึกษาเพลงพื้นบ้านและดนตรีอเมริกัน
เครบีลเป็นผู้สนับสนุนผลงานของ อันโตนิน ดโวแร็ก (Antonín Dvořák) โดยหวังว่าดโวแร็กจะช่วยสร้างอัตลักษณ์ดนตรีแบบอเมริกันที่แท้จริงเมื่อครั้งที่ดโวแร็กได้รับแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการ National Conservatory of Music of America ในนิวยอร์กเมื่อปี 1892
ด้วยความสนใจในเพลงพื้นบ้าน เครบีลได้ใช้เวลาหลายปีในการวิจัยและเก็บรวบรวมเพลงพื้นบ้านจากชาวอเมริกันและผู้อพยพหลากหลายกลุ่ม เช่น ชาวแมกยาร์ (ฮังการี), ชาวสแกนดิเนเวีย, ชาวรัสเซีย, ชาวอเมริกันพื้นเมือง และชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกัน ผลงานที่โดดเด่นที่สุดคือหนังสือ Afro-American folksongs: a study in racial and national music (1914) ซึ่งถือเป็นหนังสือประวัติศาสตร์ดนตรีเล่มแรกๆ ที่ศึกษาเกี่ยวกับเพลงสปิริตชวล (Spirituals) ของชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกัน
ประวัติและการทำงาน
เครบีลเกิดในปี 1854 ที่เมืองแอนอาร์เบอร์ รัฐมิชิแกน เป็นบุตรของศาสนาจารย์ชาวเยอรมันในคริสตจักรเมทอดิสต์เอพิสโกพัล เขาเติบโตในครอบครัวที่ใช้สองภาษา (เยอรมันและอังกฤษ) และต่อมาได้ศึกษาภาษาฝรั่งเศส อิตาลี รัสเซีย และละตินเพิ่มเติม
เส้นทางอาชีพของเขาเริ่มต้นที่หนังสือพิมพ์ Cincinnati Gazette ในปี 1874 โดยเริ่มจากการเป็นนักข่าวสายกีฬาและอาชญากรรม ก่อนจะขยับมาเขียนเรื่องดนตรี จนกระทั่งในปี 1880 เขาได้ย้ายไปนิวยอร์กและเข้าร่วมงานกับ The New York Tribune ซึ่งเขาได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งบรรณาธิการด้านดนตรีและกลายเป็นนักวิจารณ์ผู้ทรงอิทธิพล
ผลงานด้านการแปลและวิชาการ
นอกจากการวิจารณ์ดนตรี เครบีลยังมีความสามารถด้านภาษาที่โดดเด่น โดยได้แปลบทโอเปร่า (Libretti) หลายเรื่องจากภาษาเยอรมันเป็นภาษาอังกฤษ และเป็นผู้แปลชีวประวัติของเบโธเฟนฉบับภาษาเยอรมัน 3 เล่มของ อเล็กซานเดอร์ วีลล็อก เธเยอร์ (Alexander Wheelock Thayer) ให้เป็นภาษาอังกฤษในปี 1921 นอกจากนี้ เขายังเขียนเล่มที่ 4 เพื่อเติมเต็มชุดชีวประวัตินี้ให้สมบูรณ์ ซึ่งได้รับการตีพิมพ์หลังการเสียชีวิตของเขาในปี 1925
คำถามที่พบบ่อย
เฮนรี เอ็ดเวิร์ด เครบีล มีบทบาทอย่างไรต่อวงการดนตรีในสหรัฐอเมริกา?
เขาเป็นนักวิจารณ์ดนตรีผู้ทรงอิทธิพลที่ช่วยวางรากฐานการวิจารณ์ดนตรีแบบอเมริกัน และเป็นผู้ส่งเสริมให้สาธารณชนมีความรู้ความเข้าใจในการฟังดนตรีผ่านงานเขียนและหนังสือคู่มือ
แนวคิดการวิจารณ์ดนตรีของเครบีลเป็นอย่างไร?
เขาใช้แนวทางประจักษ์นิยม (Empiricism) โดยเน้นการค้นคว้าจากแหล่งข้อมูลปฐมภูมิและประสบการณ์ตรง มากกว่าการอ้างอิงความเห็นของผู้อื่น และเชื่อว่าการวิจารณ์ควรช่วยยกระดับจิตวิญญาณและให้การศึกษาแก่ผู้ฟัง
เครบีลมีความสนใจในดนตรีประเภทใดเป็นพิเศษ?
เขาชื่นชมดนตรีโรแมนติกของเยอรมัน โดยเฉพาะผลงานของริชาร์ด วากเนอร์ และมีความสนใจอย่างลึกซึ้งในการเก็บรวบรวมเพลงพื้นบ้านของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ในอเมริกา