← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ประวัติและเรื่องราวของแบรนด์ Green Giant

สรุปใจความสำคัญ

  • ก่อตั้งในปี 1903 ในชื่อ Minnesota Valley Canning Company
  • แบรนด์ Green Giant เกิดขึ้นเพื่อจำหน่ายถั่วลันเตาพันธุ์ Prince of Wales ที่มีเมล็ดขนาดใหญ่
  • มาสคอต Jolly Green Giant ถูกปรับโฉมโดย Leo Burnett ในปี 1935 ให้มีความเป็นมิตรมากขึ้น
  • ปัจจุบันแบรนด์เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท B&G Foods หลังจากถูกขายโดย General Mills ในปี 2015

Green Giant และ Le Sueur (หรือ Le Sieur ในแคนาดา) เป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์ผักแช่แข็งและผักกระป๋องที่มีชื่อเสียงระดับโลก ปัจจุบันเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท B&G Foods โดยมีจุดเด่นที่เป็นที่จดจำอย่างมากคือมาสคอตที่ชื่อว่า Jolly Green Giant

จุดเริ่มต้นของบริษัทและแบรนด์

บริษัทก่อตั้งขึ้นในชื่อ Minnesota Valley Canning Company เมื่อปี ค.ศ. 1903 ในเมืองเลอซูเออร์ (Le Sueur) รัฐมินนิโซตา สหรัฐอเมริกา ในช่วงแรกบริษัทใช้ชื่อแบรนด์ว่า "Le Sueur Z" สำหรับผลิตภัณฑ์ผักกระป๋อง และต่อมาในปี ค.ศ. 1933 ได้เริ่มใช้ชื่อ "Le Sueur" เพียงอย่างเดียว

การกำเนิดของ Green Giant

แบรนด์ "Green Giant Great Big Tender Peas" ถูกนำมาใช้ครั้งแรกในปี ค.ศ. 1925 ซึ่งเกิดขึ้นจากการค้นพบถั่วลันเตาพันธุ์ใหม่ที่ชื่อว่า Prince of Wales ซึ่งมีลักษณะเมล็ดใหญ่กว่าปกติแต่ยังคงความนุ่มและมีรสชาติหวานเป็นพิเศษ เนื่องจากบริษัทรับจ้างบรรจุกระป๋องรายอื่นไม่ต้องการจำหน่ายถั่วลันเตาที่มีขนาดใหญ่ผิดปกติชนิดนี้ Minnesota Valley จึงตัดสินใจสร้างแบรนด์ของตนเองและเปลี่ยนจุดด้อยเรื่องขนาดให้เป็นจุดเด่น โดยตั้งชื่อว่า "Green Giant"

วิวัฒนาการของมาสคอต Jolly Green Giant

ตัวละครยักษ์ถูกนำมาใช้เป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ในปี ค.ศ. 1928 โดยผู้ออกแบบคนแรกคือ Carly Stanek (Bingum) ซึ่งในระยะแรกมาสคอตนี้มีลักษณะเป็นมนุษย์ถ้ำหน้าบึ้ง สวมชุดหนังหมี ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากนิทานกริมม์เรื่อง Der Bärenhäuter (Bearskin)

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1935 เมื่อนักเขียนคำโฆษณา Leo Burnett ได้ปรับโฉมมาสคอตใหม่ โดยเปลี่ยนจากชุดหนังหมีเป็นชุดที่ทำจากใบไม้ เปลี่ยนสีหน้าให้ยิ้มแย้ม และเติมคำว่า "Jolly" นำหน้าชื่อ กลายเป็น Jolly Green Giant ดังเช่นที่รู้จักกันในปัจจุบัน

การขยายตัวสู่สื่อและวัฒนธรรมป๊อป

  • โทรทัศน์: มาสคอตปรากฏตัวครั้งแรกทางโทรทัศน์ในปี ค.ศ. 1954 และเริ่มใช้คำพูดติดปาก "Ho, ho, ho" ในปี ค.ศ. 1961
  • ตัวละครเสริม: ในปี ค.ศ. 1972 ได้มีการแนะนำตัวละคร Little Green Sprout เพื่อเป็นตัวแทนของผู้บริโภค
  • ดนตรี: ในปี ค.ศ. 1964 วง The Kingsmen ได้ออกเพลง "The Jolly Green Giant" ซึ่งกลายเป็นเพลงฮิตติดอันดับ 4 ของ Billboard Hot 100

ในปี ค.ศ. 1999 นิตยสาร Advertising Age ได้จัดอันดับให้ Green Giant เป็นหนึ่งในสิบไอคอนด้านการโฆษณาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในศตวรรษที่ 20 โดยอยู่ในอันดับที่ 3

การเปลี่ยนแปลงเจ้าของและการบริหาร

บริษัทเปลี่ยนชื่อเป็น Green Giant Company ในปี ค.ศ. 1950 จากนั้นได้มีการควบรวมกิจการและเปลี่ยนมือเจ้าของหลายครั้ง ดังนี้:

ปี ค.ศ.เหตุการณ์สำคัญ
1979ควบรวมกิจการกับบริษัท Pillsbury Company
2001ถูกซื้อกิจการโดย General Mills
2015General Mills ขายแบรนด์ให้กับ B&G Foods ด้วยมูลค่า 765 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สัญลักษณ์ทางกายภาพในรัฐมินนิโซตา

ในรัฐมินนิโซตา มีสถานที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์ ได้แก่:

  • The Valley: พื้นที่ลุ่มแม่น้ำมินนิโซตารอบเมืองเลอซูเออร์ ซึ่งมีป้ายต้อนรับขนาดใหญ่ของ Jolly Green Giant และ Little Green Sprout
  • รูปปั้นยักษ์เขียว: ในเมืองบลูเอิร์ท (Blue Earth) มีรูปปั้นไฟเบอร์กลาสของ Jolly Green Giant สูง 55 ฟุต (ประมาณ 17 เมตร) ซึ่งเปิดตัวในปี ค.ศ. 1978 และกลายเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สำคัญ

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมถึงชื่อว่า Green Giant?

ชื่อนี้มีที่มาจากถั่วลันเตาพันธุ์ Prince of Wales ที่มีเมล็ดขนาดใหญ่กว่าปกติ บริษัทจึงนำจุดเด่นเรื่องขนาดมาตั้งเป็นชื่อแบรนด์เพื่อสร้างการจดจำ

ใครเป็นคนออกแบบมาสคอต Jolly Green Giant?

มาสคอตตัวแรกออกแบบโดย Carly Stanek แต่ผู้ที่ปรับโฉมให้เป็นยักษ์ใจดีสวมชุดใบไม้และเติมคำว่า Jolly คือ Leo Burnett ในปี 1935

ปัจจุบันใครเป็นเจ้าของแบรนด์ Green Giant?

ปัจจุบันแบรนด์ Green Giant เป็นของบริษัท B&G Foods

รูปปั้น Jolly Green Giant ตั้งอยู่ที่ไหน?

รูปปั้นไฟเบอร์กลาสสูง 55 ฟุต ตั้งอยู่ที่เมืองบลูเอิร์ท (Blue Earth) รัฐมินนิโซตา สหรัฐอเมริกา