ประวัติศาสตร์ชาวอุยกูร์ จากชนเผ่าเร่ร่อนสู่การต่อสู้ทางวัฒนธรรม
สรุปใจความสำคัญ
- ประวัติศาสตร์ชาวอุยกูร์แบ่งออกเป็น 4-5 ระยะหลัก ตั้งแต่ยุคก่อนจักรวรรดิจนถึงยุคปัจจุบัน
- มีการถกเถียงกันอย่างรุนแรงระหว่างนักประวัติศาสตร์อุยกูร์และทางการจีนเกี่ยวกับต้นกำเนิดและระยะเวลาการตั้งถิ่นฐานในซินเจียง
- ชาวอุยกูร์เปลี่ยนจากศาสนาพุทธมาเป็นศาสนาอิสลามในช่วงศตวรรษที่ 14 ภายใต้การกดดันของจักรวรรดิชากาไท
ประวัติศาสตร์ของชาวอุยกูร์มีความยาวนานกว่าสองพันปี โดยสามารถแบ่งออกเป็นช่วงเวลาสำคัญได้สี่ระยะ ได้แก่ ยุคก่อนจักรวรรดิ (300 ปีก่อนคริสตกาล – ค.ศ. 630), ยุคจักรวรรดิ (ค.ศ. 630–840), ยุคอิดิกุต (ค.ศ. 840–1200) และยุคมองโกล (ค.ศ. 1209–1600) รวมถึงยุคสมัยใหม่ที่เริ่มต้นขึ้นหลังจากการล่มสลายของเส้นทางสายไหมใน ค.ศ. 1600 จนถึงปัจจุบัน
ความขัดแย้งทางประวัติศาสตร์และอัตลักษณ์
ต้นกำเนิดของชาวอุยกูร์เป็นประเด็นที่มีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวางระหว่างนักชาตินิยมอุยกูร์และทางการจีน นักประวัติศาสตร์ชาวอุยกูร์มองว่าพวกเขาเป็นผู้อยู่อาศัยดั้งเดิมของซินเจียง โดยมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน บางท่านอ้างว่าชาวตุรกีมีประวัติศาสตร์ยาวนานถึง 9,000 ปี ในขณะที่บางคนใช้การค้นพบมัมมี่ในลุ่มน้ำทาริมเพื่อสรุปว่าชาวอุยกูร์มีประวัติศาสตร์กว่า 6,400 ปี
ในทางกลับกัน มุมมองอย่างเป็นทางการของจีนระบุว่า ชาวอุยกูร์ในซินเจียงก่อตัวขึ้นหลังจากการล่มสลายของจักรวรรดิอุยกูร์ในศตวรรษที่ 9 โดยเกิดจากการผสมผสานระหว่างชนพื้นเมืองในลุ่มน้ำทาริมและชาวอุยกูร์โบราณที่อพยพมาทางทิศตะวันตก
การเปลี่ยนแปลงทางศาสนาและภาษา
ในช่วงการเปลี่ยนผ่านสู่ศาสนาอิสลามในซินเจียง จักรวรรดิชากาไทภายใต้การนำของ คิซร์ โคจา (Khizr Khoja) ได้ประกาศสงครามศักดิ์สิทธิ์ (จิฮาด) ต่อชาวอุยกูร์ที่นับถือศาสนาพุทธในเมืองกอโช (Qocho) และบังคับให้เปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม ซึ่งนำไปสู่การล่มสลายของอาณาจักรกอโชในที่สุด
คำว่า "อุยกูร์" ถูกนำกลับมาใช้ในปี ค.ศ. 1921 โดยสหภาพโซเวียต ซึ่งนำชื่อเรียกกลุ่มชาติพันธุ์ในศตวรรษที่ 9 มาใช้เรียกชาวมุสลิมเชื้อสายตุรกีที่ไม่ใช่ชนเผ่าเร่ร่อนในซินเจียง

ยุคก่อนจักรวรรดิ (Pre-Imperial)
นักประวัติศาสตร์หลายคนสืบย้อนต้นกำเนิดของชาวอุยกูร์สมัยใหม่ไปยังกลุ่มคนเลี้ยงสัตว์เร่ร่อนในแถบอัลไตที่เรียกว่า ทีเล (Tiele) ซึ่งอาศัยอยู่ทางใต้ของทะเลสาบไบคาลและรอบแม่น้ำเยนิเซย์ กลุ่มทีเลปรากฏในบันทึกประวัติศาสตร์จีนในปี ค.ศ. 357 โดยถูกเรียกว่า เกาเชอ (Gaoche) ซึ่งหมายถึงรถลากวัวที่มีล้อสูงเป็นเอกลักษณ์ที่ใช้ในการขนย้ายกระโจม (Yurt)
ชาวทีเลมีความเชี่ยวชาญด้านเกษตรกรรมและงานโลหะ โดยเฉพาะการผลิตเหล็ก เนื่องจากมีแหล่งแร่เหล็กที่อุดมสมบูรณ์ในพื้นที่ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาทางเทคโนโลยีและอำนาจทางการทหารในเวลาต่อมา
สรุปไทม์ไลน์ประวัติศาสตร์อุยกูร์
| ยุคสมัย | ช่วงเวลา | ลักษณะสำคัญ |
|---|---|---|
| ยุคก่อนจักรวรรดิ | 300 ปีก่อนคริสตกาล – ค.ศ. 630 | กลุ่มชนเผ่าเร่ร่อนทีเล และการก่อตัวของอัตลักษณ์ |
| ยุคจักรวรรดิ | ค.ศ. 630–840 | การสถาปนาจักรวรรดิอุยกูร์ (Uyghur Khaganate) และความรุ่งเรือง |
| ยุคอิดิกุต | ค.ศ. 840–1200 | การย้ายถิ่นฐานสู่ลุ่มน้ำทาริมและการสร้างเมือง |
| ยุคมองโกล | ค.ศ. 1209–1600 | การเป็นข้าราชการบริหารงานให้จักรวรรดิมองโกล |
คำถามที่พบบ่อย
ชาวอุยกูร์คือใคร?
ชาวอุยกูร์เป็นกลุ่มชาติพันธุ์มุสลิมเชื้อสายตุรกีที่อาศัยอยู่ในภูมิภาคซินเจียง (หรือตุรกีสถานตะวันออก) ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน
ทำไมประวัติศาสตร์ของชาวอุยกูร์จึงเป็นประเด็นขัดแย้ง?
เพราะมีมุมมองที่แตกต่างกันระหว่างนักชาตินิยมอุยกูร์ที่เชื่อว่าพวกเขาเป็นผู้อยู่อาศัยดั้งเดิมมานานหลายพันปี กับทางการจีนที่มองว่าพวกเขาเป็นกลุ่มคนที่อพยพเข้ามาและผสมผสานกับชนพื้นเมืองในภายหลัง
ภาษาอุยกูร์สมัยใหม่สืบทอดมาจากภาษาอุยกูร์โบราณหรือไม่?
คำตอบคือไม่ ภาษาอุยกูร์สมัยใหม่สืบทอดมาจากกลุ่มภาษาคาร์ลุก (Karluk languages) ที่พูดโดยจักรวรรดิคารา-คานิด (Kara-Khanid Khanate)


