ข้อพิพาทพรมแดนฮันนีวอร์
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นข้อพิพาทพรมแดนในปี 1839 ระหว่างรัฐมิสซูรีและดินแดนไอโอวา
- สาเหตุเกิดจากการตีความคำว่า 'แก่ง' (Rapids) ในแม่น้ำเดมอยน์และแม่น้ำมิสซิสซิปปีผิดพลาด
- ไม่มีการสูญเสียชีวิตหรือการสู้รบขนาดใหญ่ จึงถูกเรียกว่า 'สงครามน้ำผึ้ง' (Honey War)
- ศาลฎีกาสหรัฐฯ ตัดสินให้ไอโอวาเป็นฝ่ายชนะ โดยยึดตามเส้นสำรวจของซัลลิแวน
ฮันนีวอร์ (Honey War) คือข้อพิพาททางดินแดนที่เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1839 ระหว่างรัฐมิสซูรี (Missouri) และดินแดนไอโอวา (Iowa Territory) ซึ่งเป็นความขัดแย้งที่ไม่มีการสูญเสียเลือดเนื้อ แต่มีความตึงเครียดทางการเมืองและการทหารในระดับท้องถิ่น สาเหตุหลักเกิดจากความคลุมเครือของคำบรรยายพรมแดนในรัฐธรรมนูญของรัฐมิสซูรี ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการสำรวจพื้นที่จากการซื้อดินแดนลุยเซียนา (Louisiana Purchase) และการตีความสนธิสัญญากับชาวอเมริกันพื้นเมืองที่คลาดเคลื่อน

ภูมิหลังและสาเหตุของความขัดแย้ง
สนธิสัญญากับชาวอเมริกันพื้นเมือง
หลังจากการซื้อดินแดนลุยเซียนาในปี 1803 สหรัฐอเมริกาได้ทำสนธิสัญญากับเผ่าต่างๆ เช่น สนธิสัญญาเซนต์หลุยส์ (Treaty of St. Louis) ปี 1804 และสนธิสัญญาฟอร์ตคลาร์ก (Treaty of Fort Clark) ปี 1808 ซึ่งทำให้เผ่าแซค (Sac), ฟ็อกซ์ (Fox) และโอเซจ (Osage) ยอมยกดินแดนส่วนใหญ่ในมิสซูรีและอาร์คันซอให้แก่สหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรกสหรัฐฯ ไม่ได้ทำการสำรวจพื้นที่อย่างเป็นทางการ จนกระทั่งหลังสงครามปี 1812 จึงเริ่มมีการวางแผนสำรวจพรมแดนอย่างจริงจัง
การสำรวจของซัลลิแวน (Sullivan Survey)
ในปี 1816 จอห์น ซี. ซัลลิแวน (John C. Sullivan) ได้รับมอบหมายให้สำรวจเส้นพรมแดน โดยลากเส้นขึ้นเหนือจากปากแม่น้ำแคนซัสเป็นระยะทาง 100 ไมล์ จากนั้นจึงลากเส้นไปทางตะวันออกจนถึงแม่น้ำเดมอยน์ (Des Moines River) เส้นนี้ถูกเรียกว่า "เส้นซัลลิแวน" (Sullivan Line)
จุดที่สร้างความสับสนในเวลาต่อมาคือการระบุตำแหน่งของ "แก่ง" (Rapids) โดยซัลลิแวนระบุว่าพรมแดนทอดยาวไปทางตะวันตกของแก่งในแม่น้ำเดมอยน์ แต่ในความเป็นจริง แก่งที่โดดเด่นและเป็นที่รู้จักกันดีตั้งอยู่ในแม่น้ำมิสซิสซิปปี (Mississippi River) ทางใต้ของฟอร์ตแมดิสัน ไม่ใช่ในแม่น้ำเดมอยน์ ความคลุมเครือนี้กลายเป็นช่องว่างให้เกิดการตีความที่แตกต่างกันในภายหลัง

เหตุการณ์ในช่วง "สงคราม"
ในปี 1837 สมัชชาใหญ่ของรัฐมิสซูรีได้สั่งให้มีการสำรวจเส้นพรมแดนใหม่อีกครั้ง เมื่อดินแดนวิสคอนซิน (ซึ่งครอบคลุมไอโอวาในขณะนั้น) ปฏิเสธที่จะเข้าร่วมการสำรวจ เจ.ซี. บราวน์ (J.C. Brown) จึงเริ่มการสำรวจโดยละทิ้งคำนิยามเดิมของแก่งในแม่น้ำมิสซิสซิปปี และพยายามหาแก่งในแม่น้ำเดมอยน์แทน ซึ่งเขาพบที่เมืองเคโอซอควา (Keosauqua) รัฐไอโอวา
การสำรวจใหม่นี้ทำให้มิสซูรีอ้างสิทธิ์เหนือดินแดนแถบกว้างประมาณ 9.5 ไมล์ (15.3 กิโลเมตร) ซึ่งล้ำเข้าไปในเขตของไอโอวา ความตึงเครียดทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อมีการส่งกองกำลังอาสาสมัคร (Militias) ของทั้งสองฝ่ายมาเผชิญหน้ากันที่พรมแดน

ที่มาของชื่อ "ฮันนีวอร์"
แม้จะมีการระดมพล แต่ไม่มีการสู้รบกันอย่างรุนแรง เหตุการณ์ที่โดดเด่นที่สุดคือการที่นายอำเภอของมิสซูรีพยายามเข้าไปเก็บภาษีในพื้นที่ที่ไอโอวายอมรับว่าเป็นของตน จนถูกจับกุมและคุมขัง และเหตุการณ์ที่ถูกเล่าขานว่ามีการตัดต้นไม้ที่มีรังผึ้งอยู่ 3 ต้น ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ "สงครามน้ำผึ้ง" (Honey War) เพื่อสะท้อนถึงความไร้สาระและความไม่รุนแรงของข้อพิพาทนี้
การตัดสินของศาลฎีกา
ข้อพิพาทนี้สิ้นสุดลงเมื่อเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของศาลฎีกาสหรัฐฯ ซึ่งได้ตัดสินให้ ดินแดนไอโอวาเป็นฝ่ายชนะ โดยศาลยืนยันว่าเส้นพรมแดนต้องเป็นไปตามการสำรวจเดิมของซัลลิแวน การตัดสินนี้ทำให้เกิด "รอยหัก" (Jog) ของพรมแดนประมาณ 30 ไมล์ (48 กิโลเมตร) ระหว่างตะวันออกเฉียงใต้ของไอโอวาและตะวันออกเฉียงเหนือของมิสซูรีที่เมืองเคโอคุก (Keokuk) ซึ่งปัจจุบันเป็นจุดใต้สุดของรัฐไอโอวา

คำถามที่พบบ่อย
ทำไมถึงเรียกว่า 'สงครามน้ำผึ้ง' (Honey War)?
ชื่อนี้มาจากเหตุการณ์ที่มีการตัดต้นไม้ที่มีรังผึ้ง 3 ต้นในพื้นที่พิพาท ซึ่งเป็นการล้อเลียนความขัดแย้งที่ดูรุนแรงในแง่การระดมพลแต่ไม่มีการสู้รบจริง
สาเหตุหลักของข้อพิพาทคืออะไร?
เกิดจากความคลุมเครือในรัฐธรรมนูญของรัฐมิสซูรีและการสำรวจของซัลลิแวนที่ระบุถึง 'แก่ง' ในแม่น้ำเดมอยน์ ซึ่งทำให้เกิดการตีความต่างกันว่าพรมแดนควรเริ่มจากจุดใด
ผลการตัดสินของศาลฎีกาสหรัฐฯ เป็นอย่างไร?
ศาลตัดสินให้ไอโอวาเป็นฝ่ายชนะ โดยยืนยันให้ใช้เส้นพรมแดนตามการสำรวจของซัลลิแวน ทำให้พรมแดนมีลักษณะหักมุมที่เมืองเคโอคุก
มีการสูญเสียชีวิตในเหตุการณ์นี้หรือไม่?
ไม่มี มีการระดมกองกำลังอาสาสมัครมาเผชิญหน้ากันและมีการจับกุมนายอำเภอ แต่ไม่มีการนองเลือดเกิดขึ้นจริง

