← กลับไปยังบทความทั้งหมด

Immersion v. Sony ศึกสงครามสิทธิบัตรเทคโนโลยี Haptic

สรุปใจความสำคัญ

  • Sony และ Microsoft ถูกฟ้องร้องโดย Immersion Corporation ในปี 2002 เกี่ยวกับการละเมิดสิทธิบัตรเทคโนโลยี Haptic
  • Sony แพ้คดีและต้องจ่ายเงินรวมกว่า 97.2 ล้านดอลลาร์ พร้อมค่ารอยัลตี้ให้กับ Immersion Corporation
  • คดีความนี้ส่งผลให้คอนโทรลเลอร์ PlayStation 3 รุ่นแรกที่วางจำหน่ายไม่มีระบบสั่นสะเทือน
  • Nintendo ไม่เกี่ยวข้องกับคดีนี้เพราะใช้เทคโนโลยีการสั่นที่ออกแบบเองและถือครองสิทธิบัตรของตนเอง

ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2002 Sony และ Microsoft ถูกฟ้องร้องโดยบริษัท Immersion Corporation ในข้อหาละเมิดสิทธิบัตรการใช้เทคโนโลยี Haptic (การสั่นสะเทือน) ในคอนโทรลเลอร์สำหรับเล่นเกม ซึ่งคดีความนี้เกิดขึ้นในศาลแขวงสหรัฐอเมริกา สำหรับเขตทางตอนเหนือของแคลิฟอร์เนีย โดย Microsoft ได้ตัดสินใจยุติข้อพิพาทด้วยการประนีประนอมนอกศาล แต่ Sony เลือกที่จะต่อสู้คดีจนถึงที่สุด

ภาพประกอบคดี Immersion v. Sony
ข้อพิพาททางกฎหมายระหว่าง Immersion Corporation และ Sony เกี่ยวกับเทคโนโลยีการสั่นสะเทือน

เบื้องหลังของคดีความ

Sony และ Microsoft ถูกกล่าวหาว่าละเมิดสิทธิบัตรสหรัฐฯ หมายเลข 6,424,333 และ 6,275,213 ซึ่งเป็นส่วนขยายของสิทธิบัตรหมายเลข 6,088,017 (ทั้งหมดเกี่ยวข้องกับ "อุปกรณ์อินเทอร์เฟซระหว่างมนุษย์และเครื่องจักรที่ให้การตอบสนองทางสัมผัส") โดยสิทธิบัตรเหล่านี้เป็นคำขอรับสิทธิบัตรที่ยื่นขอตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน 1995

เป็นที่น่าสังเกตว่า Nintendo ไม่ได้ถูกดึงเข้ามาเกี่ยวข้องในคดีนี้ เนื่องจากเทคโนโลยีการสั่นสะเทือนที่ใช้ใน Rumble Pak และคอนโทรลเลอร์ของ GameCube ใช้การออกแบบที่แตกต่างออกไป ซึ่ง Nintendo ถือครองสิทธิบัตรหมายเลข 6,200,253 และ 6,676,520 ซึ่งยื่นขอในญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 1995

ประวัติการอุทธรณ์และคำตัดสิน

ในขณะที่ Microsoft ยุติเรื่องราวด้วยการซื้อหุ้น 10% ในบริษัท Immersion แต่ Sony ยังคงเดินหน้าต่อสู้คดี โดยใช้ข้อต่อสู้ว่าได้มีการขอใบอนุญาตใช้สิทธิบัตรจาก Logitech ในช่วงปี 1998 อย่างไรก็ตาม คณะลูกขุนตัดสินให้ Sony แพ้คดี โดยสั่งให้จ่ายค่าเสียหายเป็นจำนวนเงิน 82 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเมื่อรวมกับดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายก่อนการตัดสิน จะรวมเป็นเงินทั้งหมด 90.7 ล้านดอลลาร์

นอกจากนี้ ศาลยังสั่งให้ Sony ระงับการขายคอนโทรลเลอร์ที่มีเทคโนโลยีดังกล่าว รวมถึงแพ็คเกจคอนโซล PlayStation และ PlayStation 2 ด้วย ซึ่ง Sony ได้ยื่นอุทธรณ์และสามารถขายสินค้าได้ต่อในระหว่างการพิจารณาอุทธรณ์ จนกระทั่งวันที่ 8 มีนาคม 2006 ศาลแขวงสหรัฐฯ ได้ตัดสินให้ Sony แพ้การอุทธรณ์ และ Sony จึงยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์แห่งสหรัฐอเมริกาสำหรับวงจรกลาง (US Court of Appeals for the Federal Circuit)

ความสำคัญและการประนีประนอม

ในงาน E3 2006 Sony ได้ประกาศว่าฟังก์ชันการสั่นสะเทือนจะถูกนำออกจากคอนโทรลเลอร์ของ PlayStation 3 ในช่วงเปิดตัว โดยอ้างว่าการสั่นจะรบกวนการทำงานของฟังก์ชันตรวจจับการเคลื่อนไหว (Motion-sensing) อย่างไรก็ตาม ประธานบริษัท Immersion คือ Victor Viegas ได้ออกมาปฏิเสธเหตุผลดังกล่าว และเชื่อว่าการนำการสั่นออกเป็นผลมาจากคดีความทางกฎหมายนี้

จนกระทั่งวันที่ 1 มีนาคม 2007 Sony Computer Entertainment และ Immersion Corporation ได้บรรลุข้อตกลงร่วมกันเพื่อยุติการฟ้องร้อง และตกลงที่จะร่วมมือทางธุรกิจเพื่อนำเทคโนโลยีของ Immersion มาใช้ในผลิตภัณฑ์ PlayStation ในอนาคต โดย Sony ต้องจ่ายเงินให้ Immersion เป็นจำนวน 97.2 ล้านดอลลาร์ พร้อมค่ารอยัลตี้ (Royalties) นอกจากนี้ Sony ยังต้องจ่ายค่าธรรมเนียมใบอนุญาตบังคับเป็นเงิน 30.6 ล้านดอลลาร์ในช่วงสองปีที่ผ่านมา และจะจ่ายเงินเพิ่มเติมอีก 22.5 ล้านดอลลาร์จนถึงสิ้นปี 2009

ข้อตกลงนี้ทำให้ Sony ได้รับสิทธิในพอร์ตโฟลิโอสิทธิบัตรของ Immersion และในเวลาต่อมา Sony ได้วางจำหน่ายคอนโทรลเลอร์ DualShock 3 ที่มีระบบสั่นสะเทือนในสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2008

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมคอนโทรลเลอร์ PlayStation 3 รุ่นแรกถึงไม่มีระบบสั่น?

เนื่องจาก Sony แพ้คดีละเมิดสิทธิบัตรเทคโนโลยี Haptic ของบริษัท Immersion Corporation ทำให้ไม่สามารถใช้เทคโนโลยีการสั่นสะเทือนในคอนโทรลเลอร์ได้จนกว่าจะบรรลุข้อตกลงประนีประนอม

ทำไม Nintendo ไม่ถูกฟ้องในคดีนี้?

Nintendo ใช้การออกแบบเทคโนโลยีการสั่นสะเทือนที่แตกต่างจากสิทธิบัตรของ Immersion และมีสิทธิบัตรของตนเองที่ยื่นขอในญี่ปุ่น

สามารถใช้เทคโนโลยี Haptic ของ Immersion ใน PlayStation ได้อย่างไรในภายหลัง?

หลังจาก Sony และ Immersion บรรลุข้อตกลงทางธุรกิจในปี 2007 ซึ่งรวมถึงการจ่ายค่าเสียหายและค่าธรรมเนียมใบอนุญาต Sony จึงได้รับสิทธิในการใช้เทคโนโลยีของ Immersion และออกคอนโทรลเลอร์ DualShock 3 ในปี 2008