หนูพุ่มอินเดีย
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นสมาชิกเพียงชนิดเดียวในสกุล Golunda ที่ยังมีชีวิตอยู่
- เป็นสัตว์ในเผ่า Arvicanthini ชนิดเดียวที่พบได้นอกทวีปแอฟริกา
- พบกระจายพันธุ์ในอินเดีย ศรีลังกา และบางส่วนของอิหร่าน
- มีลักษณะเด่นคือฟันตัดสีส้มเหลืองและขนลำตัวที่หยาบ
หนูพุ่มอินเดีย (ชื่อวิทยาศาสตร์: Golunda ellioti) เป็นสัตว์ฟันแทะในวงศ์ Muridae และเป็นสมาชิกเพียงชนิดเดียวที่ยังมีชีวิตอยู่ในสกุล Golunda นอกจากนี้ยังเป็นสมาชิกเพียงชนิดเดียวในเผ่า Arvicanthini ที่พบได้นอกทวีปแอฟริกา
การกระจายพันธุ์
หนูพุ่มอินเดียมีการกระจายพันธุ์อย่างกว้างขวางในอนุทวีปอินเดีย โดยพบได้ตั้งแต่เมืองโคฮัต (Kohat) ทางทิศตะวันตก ไปจนถึงเมืองกูวาฮาติ (Guwahati) ทางทิศตะวันออก รวมถึงพบในประเทศศรีลังกา นอกจากนี้ยังมีการค้นพบประชากรกลุ่มเล็กๆ ที่แยกตัวออกมาในพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศอิหร่าน
มีการจำแนกสายพันธุ์ย่อย (subspecies) ของหนูพุ่มอินเดียออกเป็น 11 สายพันธุ์ย่อย ตามพื้นที่ที่พบ เช่น ในรัฐคุชราต, ปัญจาบ, เนปาล และภูฏาน
ลักษณะทางกายภาพ
หนูพุ่มอินเดียมีลักษณะเด่นทางสรีระดังนี้:
- ขนาดลำตัว: ความยาวส่วนหัวและลำตัวอยู่ที่ประมาณ 12–14 เซนติเมตร และมีความยาวหางประมาณ 9–11 เซนติเมตร
- สีขน: ขนส่วนบนมีสีน้ำตาลอมเหลือง และมีจุดประสีดำและสีเหลืองแดงแซม ส่วนท้องมีสีเทาพร้อมจุดสีเหลือง
- ลักษณะขน: ขนตามลำตัวมีลักษณะแข็งและหยาบ (spiny)
- ฟัน: มีฟันตัด (incisor teeth) สีส้มเหลือง
- ส่วนหัว: หัวมีลักษณะกลม จมูกทู่ ดวงตามีขนาดเล็ก และมีจะงอยปากที่ค่อนข้างสั้น
- หาง: ด้านบนของหางมีสีเข้ม ส่วนด้านล่างมีสีเหลือง
ที่มาของชื่อ
ชื่อสกุล Golunda มีที่มาจากชื่อเรียกในภาษาคันนาดา (Kannada) ว่า "Gulandi" ในขณะที่ชื่อระบุชนิด ellioti ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ เซอร์ วอลเตอร์ เอลเลียต (Sir Walter Elliot)
คำถามที่พบบ่อย
หนูพุ่มอินเดียพบได้ที่ไหนบ้าง?
พบได้กว้างขวางในอนุทวีปอินเดีย ตั้งแต่ปากีสถาน (โคฮัต) ไปจนถึงอินเดียตะวันออก (กูวาฮาติ) รวมถึงในศรีลังกา และมีประชากรบางส่วนในอิหร่านตะวันออกเฉียงใต้
ลักษณะเด่นของหนูพุ่มอินเดียคืออะไร?
มีขนลำตัวสีน้ำตาลอมเหลืองที่มีจุดสีดำและเหลืองแดง ขนมีลักษณะหยาบ ฟันตัดมีสีส้มเหลือง และมีหัวกลมจมูกทู่
หนูพุ่มอินเดียมีความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์หรือไม่?
ตามข้อมูลของ IUCN หนูพุ่มอินเดียถูกจัดอยู่ในสถานะ 'มีความเสี่ยงต่ำ' (Least Concern)

