← กลับไปยังบทความทั้งหมด

การสูดดมสารระเหย

สรุปใจความสำคัญ

  • การสูดดมสารระเหยคือการใช้สารเคมีระเหยง่ายหรือก๊าซอัดความดันเพื่อสร้างความมึนเมา
  • ผลกระทบที่รุนแรงที่สุดรวมถึงภาวะขาดออกซิเจน สมองเสียหายถาวร และหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน
  • วิธีการใช้ที่พบบ่อยคือการดมโดยตรง การใช้ผ้าชุบสาร หรือการใช้ถุงพลาสติกครอบ

การสูดดมสารระเหย (Inhalant abuse) คือการนำสารเคมีในครัวเรือนหรือสารเคมีในอุตสาหกรรมที่มีคุณสมบัติระเหยง่าย หรือก๊าซที่ถูกอัดความดัน ซึ่งนำมาสูดดมผ่านทางจมูกหรือปากเพื่อให้เกิดอาการมึนเมาหรือผลทางจิตประสาท โดยเป็นการใช้งานในลักษณะที่ผู้ผลิตไม่ได้กำหนดไว้

สารเหล่านี้อาจถูกสูดดมที่อุณหภูมิห้องผ่านการระเหย (เช่น น้ำมันเบนซิน หรืออะซิโตน) หรือสูดดมจากภาชนะบรรจุที่มีความดัน (เช่น ไนตรัสออกไซด์ หรือบิวเทน) ทั้งนี้จะไม่รวมถึงยาเสพติดที่ต้องผ่านการเผาหรือให้ความร้อนก่อนสูดดม

แผนผังแสดงอันตรายจากการสูดดมสารระเหย
แผนผังแสดงผลกระทบทางสุขภาพจากการสูดดมสารระเหย แบ่งตามประเภทของสาร เช่น ก๊าซและตัวทำละลาย

รูปแบบและวิธีการใช้งาน

ผู้ใช้สารระเหยมักใช้วิธีการที่เรียกกันในภาษาปากว่า "การดม" (Sniffing), "การฮัฟฟิง" (Huffing) หรือ "การแบ็กกิง" (Bagging) โดยมีวิธีการดังนี้:

  • การดม (Sniffing): การสูดดมไอระเหยโดยตรงจากภาชนะเปิด
  • การฮัฟฟิง (Huffing): การสูดดมสารระเหยจากผ้าที่ชุบสารเคมี
  • การแบ็กกิง (Bagging): การใช้ถุงพลาสติกครอบปากและจมูกเพื่อกักเก็บไอระเหยให้มีความเข้มข้นสูงก่อนสูดดม

ผลกระทบต่อร่างกายและอันตราย

ผลของการสูดดมสารระเหยจะแตกต่างกันไปตามชนิดของสารและปริมาณที่ใช้ โดยมีตั้งแต่ความรู้สึกมึนเมาคล้ายการดื่มแอลกอฮอล์ ความรู้สึกเคลิบเคลิ้ม (Euphoria) ไปจนถึงการเกิดภาพหลอนที่ชัดเจน

อันตรายเฉียบพลันและเรื้อรัง

การสูดดมสารระเหยส่งผลเสียต่อร่างกายอย่างรุนแรง ดังนี้:

  • ระบบทางเดินหายใจและหัวใจ: อาจทำให้เกิดภาวะขาดออกซิเจน (Hypoxia), ปอดอักเสบจากการสำลัก (Aspiration pneumonia) และภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน (Cardiac arrest)
  • ระบบประสาทและสมอง: การใช้ในระยะยาวส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อเนื้อเยื่อสมองอย่างถาวร เกิดภาวะสมองขาดออกซิเจน และอาจนำไปสู่การโคม่า
  • ผลกระทบเฉพาะทาง: การสูดดมก๊าซความดันสูงอาจทำให้เกิดแผลไหม้จากความเย็นจัด (Frostbite) หรือแผลไหม้จากสารเคมีในทางเดินหายใจ

ประเภทของสารระเหย

สารระเหยทางการแพทย์

สารบางชนิดถูกใช้ในทางการแพทย์แต่ถูกนำมาใช้ในทางที่ผิด เช่น:

  • ไนตรัสออกไซด์ (Nitrous Oxide): ใช้เป็นยาระงับความรู้สึกในทางทันตกรรม ช่วยลดความวิตกกังวลและบรรเทาปวด แต่เมื่อนำมาใช้เพื่อสันทนาการอาจทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะและรู้สึกแยกตัวจากความเป็นจริง (Depersonalization)
  • ยาสลบชนิดสูดดม (Inhalational Anesthetics): เช่น ไดเอทิลอีเทอร์ (Diethyl ether) ซึ่งปัจจุบันไม่นิยมใช้ทางการแพทย์เนื่องจากไวไฟสูง แต่มีฤทธิ์มึนเมาแรงกว่าแอลกอฮอล์

สารระเหยในครัวเรือนและอุตสาหกรรม

รวมถึงกาว, ทินเนอร์, น้ำมันเชื้อเพลิง, และก๊าซขับดันในกระป๋องสเปรย์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่พบการใช้งานผิดประเภทได้บ่อยที่สุด โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นและเด็กที่ขาดการดูแล

สถานะทางกฎหมาย

กฎหมายในหลายประเทศมีการควบคุมการจำหน่ายสารระเหยเพื่อป้องกันการนำไปใช้เป็นยาเสพติด เช่น ในอังกฤษ สกอตแลนด์ และเวลส์ การขายสารระเหยให้แก่บุคคลที่มีแนวโน้มจะนำไปใช้เพื่อความมึนเมาถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ในขณะที่บางรัฐของสหรัฐอเมริกามีบทลงโทษทางอาญาสำหรับการครอบครองหรือจำหน่ายสารระเหยเพื่อวัตถุประสงค์ในการมึนเมา

คำถามที่พบบ่อย

การสูดดมสารระเหยแตกต่างจากยาเสพติดชนิดอื่นอย่างไร?

สารระเหยส่วนใหญ่เป็นสารเคมีในครัวเรือนหรืออุตสาหกรรมที่ถูกกฎหมายในตัวเอง แต่กลายเป็นยาเสพติดเมื่อถูกนำมาสูดดมเพื่อสร้างความมึนเมา ซึ่งต่างจากยาเสพติดประเภทยาบ้าหรือเฮโรอีนที่ผลิตขึ้นเพื่อเป็นยาหรือสารควบคุมโดยเฉพาะ

ทำไมการใช้ถุงพลาสติกครอบ (Bagging) ถึงอันตรายมาก?

เพราะเป็นการกักเก็บไอระเหยให้มีความเข้มข้นสูงมากและลดปริมาณออกซิเจนที่ร่างกายได้รับ ทำให้เสี่ยงต่อภาวะขาดออกซิเจน (Hypoxia) และเสียชีวิตได้ทันที

อาการระยะยาวของการติดสารระเหยคืออะไร?

การใช้เรื้อรังส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อเนื้อเยื่อสมอง (Brain damage) ทำให้การทำงานของสมองเสื่อมถอยลง และอาจส่งผลกระทบต่ออวัยวะภายในอื่นๆ เช่น ตับและไต

ไนตรัสออกไซด์ (แก๊สหัวเราะ) มีอันตรายอย่างไร?

แม้จะใช้ในทางทันตกรรม แต่การสูดดมเพื่อสันทนาการอาจทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะ การรับรู้เสียงผิดเพี้ยน และหากใช้ในปริมาณมากอาจนำไปสู่การขาดออกซิเจนได้