การรายงานแบบบูรณาการ แนวคิดและกรอบการสร้างมูลค่าองค์กร
สรุปใจความสำคัญ
- การรายงานแบบบูรณาการ (IR) มุ่งเน้นการสื่อสารว่ากลยุทธ์และการกำกับดูแลขององค์กรสร้างมูลค่าในระยะสั้น กลาง และยาวได้อย่างไร
- IR บูรณาการข้อมูลทางการเงินและไม่ใช่การเงิน รวมถึงทุน 6 ประเภท เช่น ทุนมนุษย์ ทุนทางปัญญา และทุนทางธรรมชาติ
- ปัจจุบันกรอบการทำงานของ IIRC ได้ถูกรวมเข้ากับ ISSB ภายใต้มูลนิธิ IFRS เพื่อสร้างมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนระดับโลก
การรายงานแบบบูรณาการ (Integrated Reporting หรือ IR) คือกระบวนการสื่อสารข้อมูลขององค์กรที่มุ่งเน้นการนำเสนอวิธีการที่กลยุทธ์ การกำกับดูแลกิจการ ผลการดำเนินงาน และโอกาสในอนาคตขององค์กร นำไปสู่การสร้างมูลค่าในช่วงเวลาสั้น กลาง และยาว โดยการรายงานรูปแบบนี้จะไม่เพียงแต่นำเสนอข้อมูลทางการเงินเพียงอย่างเดียว แต่จะบูรณาการข้อมูลที่ไม่ใช่การเงิน (Non-financial information) เข้าด้วยกันเพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสีย โดยเฉพาะผู้จัดสรรเงินทุน (Providers of financial capital) เห็นภาพรวมของการสร้างมูลค่าที่แท้จริง
ความสำคัญและวัตถุประสงค์ของการรายงานแบบบูรณาการ
ในระบบเศรษฐกิจปัจจุบัน การพึ่งพาเพียงข้อมูลทางการเงินในระยะสั้นถูกมองว่าไม่เพียงพอต่อการประเมินความยั่งยืนขององค์กร โดยเฉพาะหลังวิกฤตการณ์ทางการเงินในปี 2007 ซึ่งทำให้เกิดการตั้งคำถามถึงโมเดลทุนนิยมที่เน้นผลกำไรระยะสั้น การรายงานแบบบูรณาการจึงถูกออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยมีวัตถุประสงค์หลักดังนี้:
- การให้บริบทที่กว้างขึ้น: ช่วยให้ข้อมูลผลการดำเนินงานมีความชัดเจนว่าข้อมูลที่เกี่ยวข้องส่งผลต่อการดำเนินงานของธุรกิจอย่างไร
- การส่งเสริมการตัดสินใจระยะยาว: ช่วยให้ผู้บริหารและนักลงทุนพิจารณาปัจจัยด้านความยั่งยืนและผลกระทบในระยะยาวมากกว่าเพียงตัวเลขกำไรรายปี
- การบูรณาการทุนหลายรูปแบบ: นอกเหนือจากทุนทางการเงิน (Financial Capital) แล้ว IR ยังให้ความสำคัญกับทุนด้านอื่น ๆ เช่น ทุนมนุษย์ (Human Capital), ทุนทางปัญญา (Intellectual Capital), ทุนทางสังคมและความสัมพันธ์ (Social and Relationship Capital) และทุนทางธรรมชาติ (Natural Capital)
การเชื่อมโยงกับความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม
การรายงานแบบบูรณาการสนับสนุนการรายงานด้านความยั่งยืน โดยการนำข้อมูลด้านนิเวศวิทยา เช่น การปล่อยก๊าซเรือนกระจก มาผนวกเข้ากับบัญชีหลักขององค์กร เพื่อให้สอดคล้องกับข้อตกลงปารีส (Paris Agreement 2015) ซึ่งมุ่งเน้นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การทำเช่นนี้ช่วยให้องค์กรมีความรับผิดชอบต่อธรรมชาติและสังคมควบคู่ไปกับการสร้างกำไรทางการเงิน
ประวัติและการพัฒนาของกรอบการทำงาน
แนวคิดการรายงานแบบบูรณาการเริ่มต้นขึ้นจากการรวมตัวของนักลงทุน ผู้กำหนดมาตรฐาน บริษัท และตัวแทนจากสหประชาชาติ โดยมีจุดเริ่มต้นที่สำคัญดังนี้:
- ปี 2009: เจ้าชายแห่งเวลส์ (Prince of Wales) ทรงเรียกประชุมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อจัดตั้งคณะกรรมการการรายงานแบบบูรณาการระหว่างประเทศ (International Integrated Reporting Committee - IIRC) เพื่อสร้างกรอบการทำงานที่ยอมรับในระดับสากล
- ปี 2011: คณะกรรมการได้เปลี่ยนชื่อเป็น สภาการรายงานแบบบูรณาการระหว่างประเทศ (International Integrated Reporting Council - IIRC)
การควบรวมองค์กรเพื่อมาตรฐานเดียว
เพื่อให้การรายงานด้านความยั่งยืนและมูลค่ามีมาตรฐานที่ชัดเจนและลดความซ้ำซ้อน จึงเกิดการควบรวมองค์กรครั้งสำคัญ ดังนี้:
- มิถุนายน 2021: IIRC และคณะกรรมการมาตรฐานการบัญชีเพื่อความยั่งยืน (Sustainability Accounting Standards Board - SASB) ควบรวมกันเป็น มูลนิธิการรายงานมูลค่า (Value Reporting Foundation - VRF)
- พฤศจิกายน 2021: มูลนิธิมาตรฐานการรายงานทางการเงินระหว่างประเทศ (IFRS Foundation) ประกาศรวม VRF และคณะกรรมการมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลด้านสภาพภูมิอากาศ (Climate Disclosure Standards Board - CDSB) เข้ากับ คณะกรรมการมาตรฐานความยั่งยืนระหว่างประเทศ (International Sustainability Standards Board - ISSB) ซึ่งมีผลสมบูรณ์ในเดือนมิถุนายน 2022
คำถามที่พบบ่อย
การรายงานแบบบูรณาการ (Integrated Reporting) ต่างจากการรายงานประจำปีทั่วไปอย่างไร?
การรายงานประจำปีทั่วไปมักเน้นที่ผลการดำเนินงานทางการเงินในอดีต แต่การรายงานแบบบูรณาการจะเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินและไม่ใช่การเงินเข้าด้วยกัน เพื่อแสดงให้เห็นว่าองค์กรใช้ทรัพยากรและทุนต่าง ๆ ในการสร้างมูลค่าในอนาคตและมีความยั่งยืนอย่างไร
ใครคือกลุ่มเป้าหมายหลักของการรายงานแบบบูรณาการ?
แม้ว่ารายงานนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม แต่กลุ่มเป้าหมายหลักคือผู้จัดสรรเงินทุน (Providers of financial capital) เช่น นักลงทุน และผู้ให้กู้ เพื่อใช้ในการตัดสินใจจัดสรรทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
ปัจจุบันหน่วยงานใดเป็นผู้ดูแลมาตรฐานการรายงานแบบบูรณาการ?
ปัจจุบันกรอบการทำงานของ IIRC ได้ถูกควบรวมเข้ากับมูลนิธิ IFRS (IFRS Foundation) ผ่านการจัดตั้งคณะกรรมการมาตรฐานความยั่งยืนระหว่างประเทศ (ISSB) เพื่อให้การรายงานด้านความยั่งยืนและมูลค่าเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก


